ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การหาแรงพลศาสตร์ของเพลาของรถขณะเคลื่อนที่ด้วยแท่นชั่งน้ำหนักชนิดคานต่อเนื่อง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การหาแรงพลศาสตร์ของเพลาของรถขณะเคลื่อนที่ด้วยแท่นชั่งน้ำหนักชนิดคานต่อเนื่อง
นักวิจัย : วิชญุตร์ อารยโกศล
คำค้น : แรง , พลศาสตร์ , รถยนต์ -- แกนเพลา , น้ำหนักและการวัด , รถบรรทุก -- น้ำหนัก
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ทศพล ปิ่นแก้ว , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/14049
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

การศึกษาวิจัยนี้เป็นการคำนวณหาแรงพลศาสตร์ของเพลารถขณะเคลื่อนที่บนแท่นชั่งน้ำหนักชนิดคานต่อเนื่อง โดยใช้ค่าแรงที่ฐานรองรับและความเร่งที่กึ่งกลางช่วงเป็นข้อมูลในการคำนวณน้ำหนักรถบรรทุก ในการศึกษาได้ออกแบบแท่นชั่งน้ำหนักชนิดคานต่อเนื่องมีความยาวทั้งหมด 10.00 เมตร แบ่งเป็น 20 ช่วงๆ ละ 0.50 เมตร และค่าโมเมนต์แห่งความเฉื่อยมีค่าเท่ากับ 3,000 เมตร⁴ ข้อมูลสำหรับการคำนวณหาแรงในเพลารถจะถูกสังเคราะห์ขึ้นจากแบบจำลองปฏิกิริยาตอบสนอง ระหว่างแท่นชั่งน้ำหนักกับรถภายใต้การเคลื่อนที่ผ่านของรถในคอมพิวเตอร์ โดยใช้วิธีไฟไนต์อีลีเมนต์ในการวิเคราะห์เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณน้ำหนักรถ เช่น แรงที่ฐานรองรับ การแอ่นตัว ความเร็วและความเร่ง ที่ตำแหน่งต่างๆ ของสะพาน จากนั้นจึงนำข้อมูล ณ ตำแหน่งที่กำหนดมาใช้คำนวณหาแรงพลศาสตร์ของเพลารถและน้ำหนักรถ โดยอาศัยหลักการยกกำลังสองน้อยที่สุด (Least square) และวิธีซิงกูลาร์แวลูดีคอมโพซิชั่น (Singular value decomposition) โดยศึกษาว่าความเร็วรถ น้ำหนักรวมของรถบรรทุก และความคลาดเคลื่อนในการวัดสัญญาณว่า มีผลต่อการหาแรงในเพลาและน้ำหนักรถมากน้อยเพียงใด จากผลการศึกษาพบว่าสัญญาณแรงที่ฐานรองรับมีผลในการคำนวณแรงพลศาสตร์ในเพลารถเป็นสัดส่วนกว่า 99% ส่วนสัญญาณความเร่งและความเร็วนั้นมีผลในการคำนวณแรงพลศาสตร์ในเพลารถบรรทุกเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 1% จากการทดสอบโดยสุ่มแบบจำลองรถบรรทุก 1,000 คันวิ่งผ่านแท่นชั่งน้ำหนัก พบว่า การคำนวณน้ำหนักเชิงสถิตรถบรรทุกจะได้ค่าความคลาดเคลื่อนของน้ำหนักเพลาหน้าโดยส่วนใหญ่มีค่าไม่เกิน 19% ซึ่งค่อนข้างสูง แต่ผลการทายน้ำหนักสถิตในเพลากลางมีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 10% ค่าความคลาดเคลื่อนในการทายน้ำหนักสถิตในเพลาหลังมีค่าไม่เกิน 8% และไม่เกิน 10% สำหรับการทายน้ำหนักสถิตรวมของรถบรรทุก ส่วนความคลาดเคลื่อนในการทายน้ำหนักพลศาสตร์ในเพลาทั้งหมดของรถบรรทุกมีค่าไม่เกิน 6.5% ซึ่งการคำนวณน้ำหนักรถบรรทุกพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อความคลาดเคลื่อนในการหาแรงและน้ำหนักรถมากที่สุดคือ ความเร็วรถและการสั่นตัวในสภาวะเริ่มต้นของรถบรรทุก

บรรณานุกรม :
วิชญุตร์ อารยโกศล . (2550). การหาแรงพลศาสตร์ของเพลาของรถขณะเคลื่อนที่ด้วยแท่นชั่งน้ำหนักชนิดคานต่อเนื่อง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิชญุตร์ อารยโกศล . 2550. "การหาแรงพลศาสตร์ของเพลาของรถขณะเคลื่อนที่ด้วยแท่นชั่งน้ำหนักชนิดคานต่อเนื่อง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิชญุตร์ อารยโกศล . "การหาแรงพลศาสตร์ของเพลาของรถขณะเคลื่อนที่ด้วยแท่นชั่งน้ำหนักชนิดคานต่อเนื่อง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
วิชญุตร์ อารยโกศล . การหาแรงพลศาสตร์ของเพลาของรถขณะเคลื่อนที่ด้วยแท่นชั่งน้ำหนักชนิดคานต่อเนื่อง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.