| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเบื้องต้นของกระบวนการผลิต และการตลาดของผู้ปลูกมะละกอในจังหวัดจันทบุรีและตราด |
| นักวิจัย | : | มาโนชญ์ กูลพฤกษี |
| คำค้น | : | Chanthaburi , papaya growing , papaya variety , Trad , การตลาด , การผลิต , จันทบุรี , ตราด , มะละกอ , สายพันธุ์ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDG5120008 , http://research.trf.or.th/node/3299 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาข้อมูลของผู้ปลูกมะละกอในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราดโดยใช้แบบสอบถามและ เก็บตัวอย่างที่เกี่ยวข้องประกอบ โดยใช้ข้อมูลระหว่างปี พ.ศ.2550 ถึง 2551 พบว่าผู้ปลูกมะละกอส่วน ใหญ่ปลูกมะละกอแบบผสมร่วมกับพืชอื่น ๆ และใช้พื้นที่ปลูกไม่เกิน 5 ไร่ ส่วนใหญ่ปลูกสายพันธุ์แขกดำ มีเพียงเล็กน้อยที่ปลูกสายพันธุ์แก้มแหม่ม ปลักไม้ลาย และแขกนวล แต่ไม่พบสายพันธุ์แก้มแหม่ม และแขกนวลในจังหวัดตราด ส่วนใหญ่ขายแบบผลสุก (มะละกอแต้ม) ทั้งเพื่อทานสดและแปรรูป มี เพียงส่วนน้อยในจังหวัดจันทบุรีที่ขายมะละกอผลดิบ สายพันธุ์ที่ขายผลดิบและผลสุกเพื่อการแปรรูป ได้แก่ แขกดำ แขกนวล และแก้มแหม่ม สายพันธุ์เพื่อทานผลสุก ได้แก่ แขกดำ และปลักไม้ลาย ผู้ปลูก มะละกอส่วนใหญ่มีอายุ 34-49 ปี มีการศึกษาระดับประถมศึกษาและมีประสบการณ์การปลูกมะละกอ ไม่เกิน 5 ปี และส่วนใหญ่ใช้แรงงานในครอบครัว 1-2 คน ร่วมกับแรงงานจ้างอีก 1-2 คน มะละกอทุก สายพันธุ์และทุกแปลงปลูกมีการกลายลักษณะไปจากเดิมมีคุณภาพของผลที่ด้อยลง ทุกสายพันธุ์ ให้ผลผลิตผลดิบประมาณ 5-10 กก./ต้น/เดือนและให้ผลผลิตผลสุกในพันธุ์แขกดำ แขกนวล ปลักไม้ลาย และแก้มแหม่มประมาณ 5-10, 10-15, 5-10 และ >15 กก./ต้น/เดือน pH ของดินและน้ำที่ให้กับแปลงปลูก มะละกอส่วนใหญ่มีค่า =5.0-5.9 ผู้ปลูกส่วนใหญ่มีเมล็ดพันธุ์เองและเพาะให้เป็นต้นกล้าก่อนปลูก ใช้ ระยะปลูก 2x2 เมตรหรือมากกว่า ผู้ปลูกนิยมใช้ปุ๋ยอินทรีย์รองก้นหลุมก่อนปลูก และใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ร่วมกับปุ๋ยเคมีในระยะหลังปลูกและระยะเก็บเกี่ยว นิยมให้น้ำแบบหัวเหวี่ยง ควบคุมวัชพืชด้วย พารากว้อท ควบคุมแมลงและหอยด้วยสารเคมี มีการระบาดของโรคไวรัสจุดวงแหวนรุนแรงในจังหวัด จันทบุรีและนิยมควบคุมด้วยวิธีกล แต่โรคนี้ยังไม่สร้างความเสียหายในจังหวัดราด ส่วนโรคแอนแทรก โนสและโคนเน่านิยมควบคุมด้วยสารเคมี พบโรคหลังเก็บเกี่ยวน้อย ต้นทุนการผลิตในช่วงก่อนเก็บเกี่ยว ประมาณ 1,500-2,000 บาท/ไร่/เดือน และระหว่างเก็บเกี่ยวประมาณ 800-1,400 บาท/ไร่/เดือน การ ขายมะละกอผลดิบมี 3 เกรด คือ 2 แถว (หรือสวย) ตกเกรด (หรือไม่สวย) และคละโดยราคาจะสูงที่สุด ในช่วงเดือนเมษษยน-มิถุนายน มะละกอผลสุกทานสดมี 2 เกรด คือสวยและตกเกรด (หรือตำหนิ) โดย สายพันธุ์ปลักไม้ลายมีราคาสูงกว่าแขกดำมะละกอผลสุกบรรจุกระป๋องมี 2 เกรด คือ เนื้อสีแดง และเนื้อ สีเหลือง ซึ่งโดยทั่วไปเนื้อสีเหลืองจะมีราคาสูงกว่าเนื้อสีแดง ส่วนการขายผลสุกเพื่อโรงงานแปรรูปอื่นๆ เป็นแบบคละ โดยราคามะละกอสุกทุกประเภทจะมีราคาสูงในช่วงเดือนกรกฏาคม-กันยายน The stydy on papaya production process of the growers in Chanthaburi and Trad province between 2007-2008, using a questionnaire and some impartant sample test. The data showed that, almost of papaya growing were an intercropping and not more than 5 rais. Khaek Dum was a major veriety while Kaem Maem, Plak Mai Lai and Khack Nuan were a few grown, but not found Khack Nuan and Kaem Maem in Trad. Most of the fruits, ripe fruith, sold for a table fruit and processing. A few young green fruit were sold only in Chanthaburi. Khack Dum, Khaek Nuan and Kaem Maem were for young green fruit and processing, while a table fruits are Khaek Dum and Pluk Mai Lai. Almost of growers are 31-49 years old, only primary school education, not more than 5 years of papaya growing experience, 1-2 family labors with 1-2 paid labors were used in papaya production. All the varieties, every field had mutation and decline fruit quality.All of them could produce 5-10 kgs/tree/month for the young green fruit, Khack Dum, Khaek Nuan, , Plak Mai Lai and Kaem Maem could produce 5-10, 10-15, 5-10 and >15 kgs/tree/mount respectively for the ripe fruit. The most of soil pH and water pH in papaya plantation are 5.0-5.9 Almost of growers collect seed themselves for seedlings. Growing space were 2x2 (m x m) or more, organic fertilizer were used before growing as basal application, used organic and chemical fertilizer after growing and during harvesting period, wetering by small sprinkler, paraguat application for weed control, chemical on insect and snail pest control. There were severely damaged by the papaya ringspot virus in Chanthaburi, controlled by mechanical application, but this virus was very rarely in Trad. Chemical control was used for anthracnose and stem rot, only a few fruits had a posharvest disease. Papaya production cost before harvesting was about 1,500 – 2,000 baht/rai/month, and during harvesting peroid about 800 – 1,400 baht/rai/month. Young green fruits were classified for selling as 3 grades, 2 rows (premium), off grade and mixed grade, highest price was about April-June. Ripe fruit for a table fruit had 2 grades, premium and off grade (with defect), Pluk Mai Lai was highter price than Khaek Dum. Ripe fruit for can processing had 2 grades of flesh color, red and yellow, yellow was higher price, Ripe fruits for the other processing were sold only in mixed grade. All ripe fruits had highest price during July – September |
| บรรณานุกรม | : |
มาโนชญ์ กูลพฤกษี . (2552). การศึกษาเบื้องต้นของกระบวนการผลิต และการตลาดของผู้ปลูกมะละกอในจังหวัดจันทบุรีและตราด.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. มาโนชญ์ กูลพฤกษี . 2552. "การศึกษาเบื้องต้นของกระบวนการผลิต และการตลาดของผู้ปลูกมะละกอในจังหวัดจันทบุรีและตราด".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. มาโนชญ์ กูลพฤกษี . "การศึกษาเบื้องต้นของกระบวนการผลิต และการตลาดของผู้ปลูกมะละกอในจังหวัดจันทบุรีและตราด."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print. มาโนชญ์ กูลพฤกษี . การศึกษาเบื้องต้นของกระบวนการผลิต และการตลาดของผู้ปลูกมะละกอในจังหวัดจันทบุรีและตราด. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.
|
