| ชื่อเรื่อง | : | ผลกระทบของการโยกย้ายสินเชื่อระหว่างภาคการผลิตต่อเป้าหมายทางเศรษฐกิจของไทย |
| นักวิจัย | : | ธานี เรียงวงษ์ |
| คำค้น | : | นโยบายการเงิน , สินเชื่อ , ไทย -- ภาวะเศรษฐกิจ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จูน เจริญเสียง , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเศรษฐศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | 9741418604 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/13957 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548 ศึกษาลักษณะของการโยกย้ายสินเชื่อระหว่างภาคการผลิตในประเทศไทย และดูผลกระทบที่เกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจโดยศึกษาจากตัวแปรเป้าหมายทางมหภาค คือ อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และอัตราการว่างงาน ในขั้นต้นจะเป็นการวิเคราะห์เชิงพรรณนาเพื่ออธิบายถึงลักษณะของการโยกย้ายสินเชื่อ ระหว่างภาคการผลิตในประเทศไทย (โดยไม่รวมภาคการธนาคาร) ในช่วงปี 2520-2546 จากนั้นจะเป็นการวิเคราะห์เชิงปริมาณ เพื่อดูผลกระทบของการโยกย้ายสินเชื่อระหว่างภาคการผลิตที่มีต่อระบบเศรษฐกิจ โดยการวิเคราะห์ Impulse response function และ variance decomposition การศึกษาพบว่า ค่าการโยกย้ายสินเชื่อระหว่างภาคการผลิตที่ได้ในช่วงปี 2520-2529 มีแนวโน้มที่ลดลง ก่อนจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2530-2533 หลังจากนั้นก็มีแนวโน้มลดลงจนถึงปี 2542 เมื่อพิจารณาในรายสาขาจะพบว่าสินเชื่อมักจะเคลื่อนย้ายจากภาคการค้าไปสู่ภาคการผลิตอื่นๆ ส่วนมากจะเป็นการโยกย้ายไปสู่ภาคอุตสาหกรรม ยกเว้นช่วงปี 2531-2533 ที่เป็นการโยกย้ายไปสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ ส่วนช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจนั้นจะเป็นการโยกย้ายไปสู่ภาคการบริโภคส่วนบุคคล สำหรับในภาพรวม สัดส่วนสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ให้แก่ธุรกิจที่ผลิตบริการ ส่วนสินเชื่อที่ให้แก่ธุรกิจที่ผลิตสินค้ายังมีอัตราส่วนไม่มากนักในช่วงแรก แต่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นในช่วงหลัง การวิเคราะห์เชิงปริมาณพบว่า เมื่อกำหนดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันในการโยกย้ายสินเชื่อระหว่างภาคการผลิตจะส่งผลทำให้ อัตราการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ และอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ในขณะที่ลดอัตราการว่างงานให้น้อยลง ซึ่งผลกระทบที่เกิดกับอัตราการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ และอัตราเงินเฟ้อจะมีนัยสำคัญในระยะสั้น คือ ประมาณ 1-2 ปี ส่วนผลกระทบที่เกิดกับอัตราการว่างงานจะมีระยะเวลาประมาณ 3-5 ปี ค่าความสามารถของการโยกย้ายสินเชื่อ ในการอธิบายความแปรปรวนของการพยากรณ์อัตราการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ มีความชัดเจนมากที่สุด ต่อมาคือตัวแปรอัตราเงินเฟ้อ และอัตราการว่างงานซึ่งความสามารถในการอธิบายความแปรปรวนของการพยากรณ์ มีความชัดเจนในช่วงเวลาแรกที่น้อย แต่มีแนวโน้มที่จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาถัดไป จะเห็นได้ว่า หากรัฐต้องการที่จะใช้นโยบายอันเอื้อประโยชน์ให้กับภาคการผลิตใด ภาคการผลิตหนึ่ง เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการโยกย้ายสินเชื่อก็สามารถทำได้ และควรสนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับธนาคารพาณิชย์ เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการตัดสินใจปล่อยกู้ ก่อให้เกิดการโยกย้ายสินเชื่อไปสู่ภาคการผลิตที่มีประสิทธิภาพ กระตุ้นให้เกิดการจ้างงานและระบบเศรษฐกิจขยายตัว |
| บรรณานุกรม | : |
ธานี เรียงวงษ์ . (2548). ผลกระทบของการโยกย้ายสินเชื่อระหว่างภาคการผลิตต่อเป้าหมายทางเศรษฐกิจของไทย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธานี เรียงวงษ์ . 2548. "ผลกระทบของการโยกย้ายสินเชื่อระหว่างภาคการผลิตต่อเป้าหมายทางเศรษฐกิจของไทย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธานี เรียงวงษ์ . "ผลกระทบของการโยกย้ายสินเชื่อระหว่างภาคการผลิตต่อเป้าหมายทางเศรษฐกิจของไทย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. Print. ธานี เรียงวงษ์ . ผลกระทบของการโยกย้ายสินเชื่อระหว่างภาคการผลิตต่อเป้าหมายทางเศรษฐกิจของไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.
|
