ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การบำบัดไนโตรเจนในบ่อเลี้ยงกุ้งแบบบ่อไร้ดินกลางแจ้งโดยตัวกรองชีวภาพไนตริฟิเคชัน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การบำบัดไนโตรเจนในบ่อเลี้ยงกุ้งแบบบ่อไร้ดินกลางแจ้งโดยตัวกรองชีวภาพไนตริฟิเคชัน
นักวิจัย : เอกชัย มาลาพล
คำค้น : ไนตริฟิเคชัน , น้ำเสีย -- การบำบัด -- การกำจัดไนโตรเจน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : เปี่ยมศักดิ์ เมนะเศวต , สรวิศ เผ่าทองศุข , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/13877
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

การศึกษาประสิทธิภาพของตัวกรองชีวภาพไนตริฟิเคชันในการควบคุมปริมาณของเสียไนโตรเจนในบ่อเลี้ยงกุ้ง เริ่มจากการนำตัวกรองชีวภาพ bio-cord มาบ่มเชื้อในถังความจุน้ำ 450 L พร้อมเติมอาหารกุ้ง 16 g เพื่อเป็น ไนโตรเจนเริ่มต้น พบว่าการบ่มเชื้อ 22 วัน เพียงพอต่อการเกิดกระบวนการไนตริฟิเคชันที่สมบูรณ์ จากนั้นจะนำตัวกรองที่ผ่านการเตรียมสภาพแล้ว มาใช้ในการควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งแบบบ่อไร้ดินกลางแจ้ง ซึ่งมีการทดลองเลี้ยงกุ้งจำนวน 2 รอบ ในบ่อพลาสติก Ø 2 m (3.14 ตร.ม.) บรรจุน้ำเค็ม 15 psu ปริมาตร 1,884 L และปล่อย กุ้งขาวแวนนาไม ระยะ P30 ความหนาแน่น 150 ตัว/m2 โดยการทดลองเลี้ยงกุ้งในรอบแรกในบ่อทดลองจะมีตัวกรองความยาว 7 m ในระหว่างการทดลองไม่มีการเปลี่ยนน้ำและไม่มีการซักทำความสะอาดตัวกรอง พบว่าตัวกรองความยาว 7 เมตรไม่สามารถควบคุมคุณภาพน้ำได และการไม่ซักทำความสะอาดตัวกรองจะทำให้ประสิทธิภาพในการบำบัดลดลงจาก 127 mg-N/Lในวันแรก เหลือเพียง 65 mg-N/L เมื่อใช้งานผ่านไป 2 เดือน แต่เมื่อเพิ่มตัวกรองเป็น 24 เมตรและซักทำความสะอาดตัวกรองทุกสัปดาห์ ในการเลี้ยงกุ้งรอบที่ 2 จะทำให้ ตัวกรองสามารถควบคุมคุณภาพน้ำภายในบ่อได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดการทดลอง 84 วัน โดยในชุดทดลองมีค่า แอมโนเนียและไนไตรต์ เท่ากับ 0.20+-0.19 (พิสัย 0.00-0.69) และ 0.18+-0.27 (พิสัย 0.00-1.25) ตามลำดับ ส่วนในชุด ควบคุมจะมีค่าเท่ากับ 0.27+-0.28 (พิสัย 0.07-1.03) และ 9.52+-15.64 (พิสัย 0.00-49.9) ตามลำดับ และการซักทำความ สะอาดตัวกรองจะทำให้ตัวกรองมีความพร้อมในการบำบัดตลอดเวลา โดยอัตราการบำบัดเฉลี่ยจะมีค่าเท่ากับ 153 mg-N/m2/day และจากค่าความเข้มข้นของไนไตรต์ ในวันที่ 71 ของบ่อควบคุมที่มีค่าสูงมากส่งผลให้กุ้งมีอัตรารอด ในวันที่ 71 เพียง 36 % ในส่วนบ่อทดลองกุ้งสามารถอยู่รอดได้จนถึงวันที่ 84 โดยมีอัตรารอดเท่ากับ 93 % การศึกษาความเป็นไปได้ของระบบถังดินบำบัดไนเตรต ประกอบด้วยถังบรรจุน้ำเค็มและมีชั้นดินที่ก้นถัง แบ่งเป็นถังชุดควบคุมที่ไม่มีการเติมคาร์บอน และชุดทดลองที่มีการเติมเมทานอลหรือกลูโคส โดยแปรผันสัดส่วน C :N เป็น 0.06:1, 0.3:1, 1.6:1 และ 3.3:1 ผลการทดลองพบว่าการเติมคาร์บอนสามารถเพิ่มอัตราการบำบัดไนเตรตของดินตะกอนได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยการใช้เมทานอลและกลูโคสให้ผลไม่แตกต่างกัน ซึ่งในชุดควบคุมจะมีอัตราการบำบัดเฉลี่ยเท่ากับ 386 mg-N/m2/day แต่เมื่อมีการเติมคาร์บอนในอัตราส่วน C:N จาก 0.06:1 เป็น 3.3:1 จะทำให้อัตราการบำบัดไนเตรตเพิ่มขึ้นจาก 516 เป็น 2849 mg-N/m2/day การนำระบบถังดินมาบำบัดไนเตรตจากบ่อเลี้ยงกุ้งในโรงเรือน โดยนำน้ำที่มีไนเตรตสูงจากบ่อเลี้ยงกุ้งหลังจากทำการเลี้ยงได้ 60 วัน ออกมาทำการบำบัดแบบทีละรอบ รวม 5 ครั้ง โดยใช้เมธานอลเร่งปฏิกริยา พบว่าสามารถควบคุมปริมาณไนเตรตให้มีค่าเท่ากับ 72 mg-N/L ในวันสุดท้ายของการทดลอง ในขณะที่บ่อชุดควบคุมมีไนเตรตเท่ากับ 159 mg-N/L

บรรณานุกรม :
เอกชัย มาลาพล . (2551). การบำบัดไนโตรเจนในบ่อเลี้ยงกุ้งแบบบ่อไร้ดินกลางแจ้งโดยตัวกรองชีวภาพไนตริฟิเคชัน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เอกชัย มาลาพล . 2551. "การบำบัดไนโตรเจนในบ่อเลี้ยงกุ้งแบบบ่อไร้ดินกลางแจ้งโดยตัวกรองชีวภาพไนตริฟิเคชัน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เอกชัย มาลาพล . "การบำบัดไนโตรเจนในบ่อเลี้ยงกุ้งแบบบ่อไร้ดินกลางแจ้งโดยตัวกรองชีวภาพไนตริฟิเคชัน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
เอกชัย มาลาพล . การบำบัดไนโตรเจนในบ่อเลี้ยงกุ้งแบบบ่อไร้ดินกลางแจ้งโดยตัวกรองชีวภาพไนตริฟิเคชัน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.