| ชื่อเรื่อง | : | การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเครือข่ายองค์กรชุมชน : กรณีศึกษา กลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนบ้านเปร็ดใน จังหวัดตราด |
| นักวิจัย | : | อภีษฎา คุณาพรธรรม |
| คำค้น | : | กลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนบ้านเปร็ดใน , การอนุรักษ์ป่าชายเลน -- ไทย -- ตราด , การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ -- ไทย -- ตราด , การจัดการสิ่งแวดล้อม -- ไทย -- ตราด |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | นฤมล บรรจงจิตร์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/13787 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551 การศึกษาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพัฒนาการของการรวมตัวของกลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนบ้านเปร็ดใน จังหวัดตราด 2) วิเคราะห์กระบวนการจัดการป่าชายเลนอย่างยั่งยืนของกลุ่มอนุรักษ์ฯ และ 3) เพื่อนำผลการศึกษาที่ได้มาเป็นข้อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ในการศึกษาใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสังเกตแบบมีส่วนร่วม การสัมภาษณ์เจาะลึกและการสัมภาษณ์กลุ่ม ซึ่งกลุ่มเป้าหมายในการศึกษาได้แก่ แกนนำและสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์ฯ แกนนำกลุ่มที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายองค์กรชุมชน บุคคลที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐและองค์กรพัฒนาเอกชน ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการจัดการป่าชายเลนอย่างยั่งยืนของกลุ่มอนุรักษ์ฯ ประกอบด้วย 3 กระบวนการ ได้แก่ 1. การพัฒนาประชาสังคมในชุมชน การแก้ปัญหาป่าชายเลนถูกทำลายของชุมชนบ้านเปร็ดใน ได้เน้นและให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน โดยพัฒนากระบวนการกลุ่มขึ้นมาเป็นองค์กรชุมชนที่เรียกว่า "กลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนบ้านเปร็ดใน" ทั้งนี้เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้ชาวบ้านเกิดจิตสำนึกในคุณค่าและประโยชน์ของป่าชายเลน รวมทั้งได้ขยายเครือข่าย ตลอดจนสร้างภาคีความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ โดยปัจจัยที่เอื้อให้กลุ่มอนุรักษ์ฯ ก้าวไปสู่การเป็นองค์กรชุมชนที่สามารถจัดการป่าชายเลนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ 1) การผ่านวิกฤติทรัพยากรป่าชายเลนของชุมชน 2) การมีผู้นำที่มีศักยภาพ และ 3) ความสัมพันธ์ทางสังคมของชุมชนที่มีลักษณะเครือญาติ 2. การนำหลักปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชุมชน โดยมีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้ 1) การปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตมาเป็นกระบวนการผลิตที่ไม่ทำลายระบบนิเวศ เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน 2) มีการควบคุมทางสังคม ด้วยการกำหนดข้อตกลงในการใช้ประโยชน์จากป่าชายเลนและสัตว์น้ำเพื่อให้ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยาวนานและไม่จบสิ้น 3) มีการฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยจัดให้มีการเรียนการสอนหลักสูตรท้องถิ่นในโรงเรียน และ 4) การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการและกองทุนเพื่อการดูแลป่าชายเลน ทั้งนี้เพื่อให้สมาชิกในชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ทางเศรษฐกิจ 3. การจัดระเบียบสังคมและการจัดทำแผนการจัดการป่าชายเลน เพื่อควบคุมพฤติกรรมของสมาชิกในสังคมเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากป่าชายเลน ซึ่งประกอบด้วย 1) การควบคุมภายใน ได้แก่ การสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้สมาชิกในชุมชนมีจิตสำนึกและตระหนักถึงคุณค่าและประโยชน์ของป่าชายเลน โดยผ่านกิจกรรมการอบรม เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การดูงาน ฯลฯ อย่างต่อเนื่อง และ 2) การควบคุมภายนอก ได้แก่ การกำหนดบทลงโทษทางสังคมโดยใช้ศีลธรรม จารีต ประเพณีเป็นพื้นฐานในการลงโทษผู้ฝ่าฝืน |
| บรรณานุกรม | : |
อภีษฎา คุณาพรธรรม . (2551). การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเครือข่ายองค์กรชุมชน : กรณีศึกษา กลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนบ้านเปร็ดใน จังหวัดตราด.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อภีษฎา คุณาพรธรรม . 2551. "การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเครือข่ายองค์กรชุมชน : กรณีศึกษา กลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนบ้านเปร็ดใน จังหวัดตราด".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อภีษฎา คุณาพรธรรม . "การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเครือข่ายองค์กรชุมชน : กรณีศึกษา กลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนบ้านเปร็ดใน จังหวัดตราด."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print. อภีษฎา คุณาพรธรรม . การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเครือข่ายองค์กรชุมชน : กรณีศึกษา กลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนบ้านเปร็ดใน จังหวัดตราด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.
|
