| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาฮีตสิบสองในฐานะเครื่องมือเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นทางสังคมของชุมชนอีสาน |
| นักวิจัย | : | ฌาณิญา จินดามล |
| คำค้น | : | ทุนทางสังคม -- ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) , ความเป็นปึกแผ่นทางสังคม -- ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) , ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) -- ความเป็นอยู่และประเพณี , ชุมชนบ้านขี้เหล็ก (ร้อยเอ็ด) |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | พินิจ ลาภธนานนท์ , นฤมล อรุโณทัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/13513 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549 ศึกษาประเพณีฮีตสิบสองของชุมชนหมู่บ้านในชนบทอีสาน เพื่อให้ทราบถึงบทบาทหน้าที่ของประเพณีฮีตสิบสอง ในฐานะที่เป็นเครื่องมือสนับสนุนการทำหน้าที่ของทุนทางสังคม ที่ช่วยในการเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นทางสังคมของหมู่บ้านชนบทอีสาน ที่เปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสังเกตแบบมีส่วนร่วม และการสัมภาษณ์เจาะลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ชุมชนที่ศึกษาครั้งนี้คือชุมชนบ้านขี้เหล็ก ต.หนองแวง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ผลการศึกษาพบว่า ชุมชนบ้านขี้เหล็กใช้ประเพณีฮีตสิบสองเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอด ความคิด ความเชื่อ ค่านิยมด้านต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์อยู่กับพุทธศาสนา ความเชื่อเรื่องผี ระบบความสัมพันธ์เชิงครอบครัวและ เครือญาติ และวิถีผลิตทางการเกษตรให้กับชาวบ้าน โดยเน้นให้เกิดวิถีปฏิบัติที่ยังประโยชน์ต่อการธำรงระบบความสัมพันธ์ทางสังคมเชิงครอบครัวและเครือญาติ สร้างความรู้สึกเป็นญาติเป็นพี่เป็นน้องกับชาวบ้านร่วมชุมชน ส่งผลให้วิถีปฏิบัติต่อกันมีลักษณะของการช่วยเหลือ เกื้อกูลและแบ่งปันซึ่งกันและกัน ทำให้ชาวบ้านมีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน ระบบความสัมพันธ์ทางสังคมดังกล่าวนับเป็นทุนทางสังคมของชุมชน ที่มีส่วนสำคัญในการยึดโยงชาวบ้านเข้าไว้ด้วยกัน สร้างความสมานสามัคคีให้เกิดขึ้น ทำให้ชุมชนพึ่งตนเองได้ และมีความเป็นปึกแผ่นทางสังคม “อยู่ชุ่มกินเย็น” มาตั้งแต่อดีต ปัจจุบันชุมชนบ้านขี้เหล็กก็ยังพยายามนำเอาประเพณีฮีตสิบสองมาใช้เป็นเครื่องมือในการผสานและผูกพันผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน แม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนวิถีปฏิบัติแตกต่างไปจากอดีตบ้าง แต่ยังสามารถรักษาบทบาทหน้าที่ทางสังคมไว้ได้ ไม่เพียงเฉพาะการผสานชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันและหมู่บ้านใกล้เคียงเหมือนในอดีตเท่านั้น หากแต่ยังใช้ผสานญาติพี่น้องที่อพยพไปอยู่ท้องถิ่นห่างไกลให้มีความผูกพันกัน แต่การที่ประเพณีฮีตสิบสองไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพราะการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ทำให้วิถีชีวิตของชุมชนเปลี่ยนไป ผู้คนมีความห่างเหินกันมากขึ้น และทำให้ประเพณีฮีตสิบสองมีบทบาทน้อยลงในการทำหน้าที่กำหนด หรือควบคุมพฤติกรรมของชาวบ้านให้ประพฤติปฏิบัติต่อกันอย่างมีศีลธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบเบียดเบียน มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ และแบ่งปันให้แก่กัน การที่ประเพณีฮีตสิบสองยังสามารถทำหน้าที่สำคัญให้กับชุมชนได้เป็นเพราะ 1) ชาวบ้านยังให้ความสำคัญต่อการรักษาสายสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว เครือญาติ และเพื่อนบ้าน ไม่ให้ห่างเหินกันมาก 2) คนเฒ่าคนแก่และพระสงฆ์ซึ่งเป็นผู้นำทางการประกอบประเพณีของชุมชน ให้ความสำคัญต่อการถ่ายทอดวิถีปฏิบัติตามประเพณีฮีตสิบสองให้กับบุตรหลาน 3) บ้าน วัด โรงเรียน และองค์การบริหารส่วนตำบลมีการประสานความร่วมมือและช่วยเหลือกัน 4) วิถีการประกอบอาชีพของชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นวิถีการทำเกษตรที่ญาติพี่น้องต้องมาร่วมมือช่วยเหลือกัน |
| บรรณานุกรม | : |
ฌาณิญา จินดามล . (2549). การศึกษาฮีตสิบสองในฐานะเครื่องมือเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นทางสังคมของชุมชนอีสาน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ฌาณิญา จินดามล . 2549. "การศึกษาฮีตสิบสองในฐานะเครื่องมือเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นทางสังคมของชุมชนอีสาน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ฌาณิญา จินดามล . "การศึกษาฮีตสิบสองในฐานะเครื่องมือเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นทางสังคมของชุมชนอีสาน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print. ฌาณิญา จินดามล . การศึกษาฮีตสิบสองในฐานะเครื่องมือเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นทางสังคมของชุมชนอีสาน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
|
