| ชื่อเรื่อง | : | ความบอบบางของอาคารที่เสียหายในเหตุการณ์สึนามิวันที่ 26 ธันวาคม 2547 |
| นักวิจัย | : | ปิยะวัชร ฝอยทอง |
| คำค้น | : | ความเสียหายจากสึนามิ -- ไทย , อาคาร -- ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ -- ไทย , เขตพื้นที่เสี่ยงภัยสึนามิ , คลื่น , การประเมินความเสี่ยง |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อาณัติ เรืองรัศมี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12879 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549 เหตุการณ์สึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ได้ทำให้เกิดความเสียหายกับโครงสร้างทางวิศวกรรมอย่างมากการสำรวจภาคสนามทำให้ทราบถึงความเสียที่เกิดขึ้นต่อโครงสร้างไม่ว่าจะเป็นอาคาร, สะพาน, ท่าเรือและโครงสร้างกำแพงกันดิน ซึ่งจะมีประโยชน์ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงขอโครงสร้างจากสินามิในอนาคต ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงจำเป็นต้องศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับความเสียหายของอาคารกับวามสูงของคลื่นหรือความเร็วกระแสน้ำ งานวิจัยนี้ได้พัฒนาความสัมพันธ์ดังกล่าวโดยมีบริเวณที่ศึกษา 2 บริเวณคือเขาหลัก จังหวัดพังงาและหาดกมลา จังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นบริเวณที่ได้รับความเสียหายมาก จากข้อมูลการสำรวจมีจำนวนข้อมูลอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด 94 ข้อมูล โดยเสาของอาคารที่ไม่เสียหายเลยจนถึงพังทลายมีขนาดโดยทั่วไป .015 x ม. X 0.15 ม. ผู้วิจัยจึงได้ทำการทดสอบเสาขนาดหน้าตัดดังกล่าว พบค่าแรงด้านข้างสูงสุดของเสาเท่ากับ 5.7 kN. และได้หาค่าความสัมพันธ์ระหว่างขนาดความกว้างของรอยแตกร้าวกับค่าอัตราส่วนพลังงานที่เสาดูดซับซึ่งมีความสัมพันธ์ในลักษณะเอ็กโปเนนเชียล อัตราส่วนพลังงานนี้ใช้เป็นค่าน้ำหนัก (Weight factor) ในการเฉลี่ยความเสียหายของเสาในโครงสร้าง จากนั้นได้ทำการจำลองสึนามิเพื่อหาความเร็วกระแสน้ำ ในลำดับแรกได้ทำการสอบเทียบแบบจำลองกับข้อมูลคลื่นจากสถานีวัดน้ำ, ข้อมูลการสำรวจค่าความสูงคลื่น, และบริเวณที่น้ำท่วมถึง จากแบบจำลองพบว่าบริเวณเขาหลัก จังหวัดพังงามีคลื่นสูงประมาณ 8 ม. เทียบกับระดับน้ำทะเลขณะเกิดสึนามิ มีความเร็วประมาณ 5 ม./วินาที และบริเวณหาดกมลา จังหวัดภูเก็ตมีคลื่นสูงประมาณ 5 ม. มีความเร็วประมาณ 2.5 ม./วินาที จากนั้นได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับความเสียหายของอาคารกับระดับความสูงของคลื่นหรือความเร็ว ระดับความเสียหายของอาคารได้มาจาก 1) ความเสียหายเฉลี่ยที่คำนวณจากความเสียหายของเสา และ 2) ความเสียหายโดยรวม จากการศึกษาพบว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในเสามีค่ามากเมื่อความเร็วมีค่ามากกว่า 1.7 ม./วินาที แต่ความเสียหายไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจนกับความเร็วกระแสน้ำ ส่วนความเสียหายโดยรวมมีแนวโน้มที่ชัดเจกับความสูงคลื่น ผู้วิจัยได้เสนอเส้นโค้งความบอบบาง (Fragility curve) โดยใช้ฟังก์ชันควรจะเป็นมากที่สุด (Maximum likelihood function) เพื่อการวิเคราะห์ความเสี่ยงต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
ปิยะวัชร ฝอยทอง . (2549). ความบอบบางของอาคารที่เสียหายในเหตุการณ์สึนามิวันที่ 26 ธันวาคม 2547.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปิยะวัชร ฝอยทอง . 2549. "ความบอบบางของอาคารที่เสียหายในเหตุการณ์สึนามิวันที่ 26 ธันวาคม 2547".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปิยะวัชร ฝอยทอง . "ความบอบบางของอาคารที่เสียหายในเหตุการณ์สึนามิวันที่ 26 ธันวาคม 2547."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print. ปิยะวัชร ฝอยทอง . ความบอบบางของอาคารที่เสียหายในเหตุการณ์สึนามิวันที่ 26 ธันวาคม 2547. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
|
