ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 : ศึกษากรณีความรับผิดทางอาญาเกี่ยวกับการทุจริตในภาคเอกชน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 : ศึกษากรณีความรับผิดทางอาญาเกี่ยวกับการทุจริตในภาคเอกชน
นักวิจัย : กัญญาณัฐ บางพาน
คำค้น : อนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 , การทุจริตและประพฤติมิชอบ , ความรับผิดทางอาญา
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วีระพงษ์ บุญโญภาส , อุทัย อาทิเวช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12709
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549

การทุจริต หรือ คอร์รัปชั่น หมายถึง การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการกระทำที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว โดยใช้อำนาจและอิทธิพลที่มีอยู่ตามตำแหน่งหน้าที่ การศึกษาปัญหาการทุจริตที่ผ่านมามักให้ความสนใจกับการทุจริตในภาครัฐเท่านั้น แต่จากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศที่ผ่านมาพบว่า ความล้มเหลวในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและการทุจริตในภาครัฐและภาคเอกชน ล้วนแล้วแต่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของชาติเป็นจำนวนมากมายมหาศาลทั้งสิ้น สำหรับการทุจริตในภาคเอกชนนี้โดยทั่วไปแล้วคือ การกระทำความผิดในการที่ตนอาศัยมีตำแหน่งหน้าที่ในองค์กรเอกชน กระทำการอันเป็นการขัดต่ออำนาจหน้าที่ของตน เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์โดยมิชอบ ในอดีตหากกล่าวถึง การทุจริตในภาคเอกชนอย่างแคบแล้ว มักเป็นความผิดอาญาในรูปแบบการยักยอก หรือฉ้อโกงของบุคคลในองค์กรเอกชนนั้น แต่สำหรับการให้หรือรับสินบนนั้น จะต้องเป็นกรณีที่องค์กรเอกชนให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐรับสินบนเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน การให้หรือรับสินบนแก่องค์กรเอกชนด้วยกัน โดยที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่อย่างใด ก็ถือว่าเป็นการกระทำอันเป็นการทุจริตในภาคเอกชนด้วยเช่นกัน วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ผู้เขียนได้ศึกษาถึงความรับผิดทางอาญาที่เกี่ยวกับการทุจริตในภาคเอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นภาคีสมาชิกของอนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 ดังนั้นประเทศไทยจะต้องตรวจสอบพันธกรณีตามอนุสัญญาฯ ดังกล่าว และจากการศึกษาวิจัยพบว่า มีกฎหมายภายในของประเทศไทยที่สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งอนุสัญญาฯ ในเรื่องที่เกี่ยวกับความรับผิดทางอาญาเกี่ยวกับการทุจริตในภาคเอกชนแล้ว แต่ยังมีกฎหมายบางฉบับที่ไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งอนุสัญญาฯ ดังกล่าว จึงมีความจำเป็นจะต้องทำการแก้ไขกฎหมายภายในที่มีอยู่หรือยกร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่ อันจะส่งผลให้สามารถนำมาตรการความร่วมมือต่างๆ ตามอนุสัญญาฯ มาใช้บังคับ เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นทุจริตอย่างเป็นระบบ และความมุ่งหมายให้การกระทำอันเป็นการทุจริตหมดสิ้นไปจากสังคมไทยในที่สุด

บรรณานุกรม :
กัญญาณัฐ บางพาน . (2549). อนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 : ศึกษากรณีความรับผิดทางอาญาเกี่ยวกับการทุจริตในภาคเอกชน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กัญญาณัฐ บางพาน . 2549. "อนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 : ศึกษากรณีความรับผิดทางอาญาเกี่ยวกับการทุจริตในภาคเอกชน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กัญญาณัฐ บางพาน . "อนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 : ศึกษากรณีความรับผิดทางอาญาเกี่ยวกับการทุจริตในภาคเอกชน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print.
กัญญาณัฐ บางพาน . อนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 : ศึกษากรณีความรับผิดทางอาญาเกี่ยวกับการทุจริตในภาคเอกชน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.