| ชื่อเรื่อง | : | การกำหนดขนาดของลายวงจรบนกระจกต้นแบบด้วยการชดเชยความคลาดเคลื่อนทางแสง |
| นักวิจัย | : | ชาญเดช หรูอนันต์ , พีระพงศ์ ตริยเจริญ , นิธิ อัตถิ , รติพร มั่นพรหม , อัมพร โพธิ์ใย |
| คำค้น | : | กระจกต้นแบบ , การชดเชยความคลาด , ขนาดลายวงจรวิกฤติ , ความคลาดเคลื่อนทางแสง , ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/10597 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างสมการทางคณิตศาสตร์ สำหรับใช้กำหนดขนาดของลายวงจรที่ต้องออกแบบเพื่อถ่ายลงบนกระจกต้นแบบด้วยกระบวนการถ่ายแบบลายวงจรด้วยแสง ซึ่งเกิดความคลาดเคลื่อนทั้งขนาดและรูปร่างของลายวงจรเนื่องจากผลของความคลาดเคลื่อนทางแสง (Optical Proximity Effect, OPE) โดยงานวิจัยนี้ใช้วิธีการชดเชยความคลาดเคลื่อนทางแสง (Optical Proximity Correction, OPC) ซึ่งเป็นวิธีที่เสียค่าใช้จ่ายน้อย และศึกษาลายวงจร 2 ชนิด ได้แก่ ลาย Contact hole และ ลาย Poly gate ด้วยการเพิ่มพื้นที่บริเวณมุมของลาย Contact hole ด้วยลาย Serif และ เพิ่มความยาวเส้นลายวงจรของลาย Poly gate พร้อมทั้งศึกษาอิทธิพลของความหนาแน่นของลายวงจรที่มีต่อความคลาดเคลื่อนทางแสง ในการออกแบบลายวงจรนั้น ได้ออกแบบให้มีทั้งลายแบบเดี่ยวและลายแบบหนาแน่น โดยลาย Contact hole มีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดตั้งแต่ 3 ถึง 11 ไมครอนโดยเพิ่มค่าทีละ 1 ไมครอน และลาย Poly gate รูปตัว T ขนาดความกว้างต่อความยาว 1: 5 โดยศึกษาลายที่ขนาดความกว้างตั้งแต่ 3 ถึง 11 ไมครอนโดยเพิ่มค่าทีละ 1 ไมครอน ทำให้มีลายวงจรทั้งสิ้น 72 ลาย วัดขนาดและพื้นที่ของลาย Contact hole และวัดความยาวของลาย Poly gate วิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ด้วยโปรแกรม MiniTab จากผลการทดลอง พบว่า ความหนาแน่นของลายวงจรมีผลต่อความคลาดเคลื่อนของขนาดลายวงจรทั้ง 2 ชนิดอย่างมีนัยสำคัญ โดยส่งผลต่อลาย Contact hole ที่ขนาดตั้งแต่ 11 ไมครอน และลาย Poly gate ที่ขนาดน้อยกว่า 5 ไมครอน เมื่อวิเคราะห์หาสมการทางคณิตศาสตร์ด้วยการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงเส้นตรงที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ พบว่า สามารถสร้างสมการที่มีความเหมาะสมและสามารถอธิบายผลของความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นกับลายวงจรได้ดังนี้ สมการกำหนดขนาดลาย Contact hole ที่ควรออกแบบ สมการกำหนดขนาดของ Serif ที่ใช้ชดเชยความคลาดเคลื่อนทางแสง สมการกำหนดความยาวลาย Poly gate ที่ควรออกแบบ โดยกำหนดให้ density = 0 เมื่อเป็นลายแบบเดี่ยว และ density = 1 เมื่อเป็นลายแบบหนาแน่น สมการนี้สามารถนำไปใช้กำหนดขนาดที่เหมาะสมในการออกแบบลายวงจร เพื่อทำให้ลายวงจรมีความใกล้เคียงกับลายวงจรที่ต้องการมากขึ้น และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกระบวนการผลิตกระจกต้นแบบ |
| บรรณานุกรม | : |
ชาญเดช หรูอนันต์ , พีระพงศ์ ตริยเจริญ , นิธิ อัตถิ , รติพร มั่นพรหม , อัมพร โพธิ์ใย . (2551). การกำหนดขนาดของลายวงจรบนกระจกต้นแบบด้วยการชดเชยความคลาดเคลื่อนทางแสง.
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. ชาญเดช หรูอนันต์ , พีระพงศ์ ตริยเจริญ , นิธิ อัตถิ , รติพร มั่นพรหม , อัมพร โพธิ์ใย . 2551. "การกำหนดขนาดของลายวงจรบนกระจกต้นแบบด้วยการชดเชยความคลาดเคลื่อนทางแสง".
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. ชาญเดช หรูอนันต์ , พีระพงศ์ ตริยเจริญ , นิธิ อัตถิ , รติพร มั่นพรหม , อัมพร โพธิ์ใย . "การกำหนดขนาดของลายวงจรบนกระจกต้นแบบด้วยการชดเชยความคลาดเคลื่อนทางแสง."
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2551. Print. ชาญเดช หรูอนันต์ , พีระพงศ์ ตริยเจริญ , นิธิ อัตถิ , รติพร มั่นพรหม , อัมพร โพธิ์ใย . การกำหนดขนาดของลายวงจรบนกระจกต้นแบบด้วยการชดเชยความคลาดเคลื่อนทางแสง. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2551.
|
