| ชื่อเรื่อง | : | ระบบสืบค้นบูรณาการข้อมูลงานวิจัยและนักวิจัยในประเทศไทยปีที่ 2 |
| นักวิจัย | : | ชูชาติ หฤไชยะศักดิ์ , Choochart Haruechaiyasak |
| คำค้น | : | Data mining , Information storage, retrieval and management , Information system , Information, computing and communication sciences , Natural language processing (Computer science) , การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (คอมพิวเตอร์) , จินตทัศน์ , ดาต้าไมนิง , ระบบการจัดเก็บและค้นข้อสนเทศ , วิจัย , ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ , สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/4879 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | เนื่องมาจากความจำเป็นในการพัฒนาประเทศไทยให้มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาต่างๆ รัฐบาลไทยทั้งในอดีตที่ผ่านมาและในปัจจุบันได้ให้การสนับสนุนการให้ทุนการศึกษาและทุนวิจัยเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้การให้ทุนต่างๆเหล่านี้จะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่หลายแห่งด้วยกัน เช่นสำนักงานก.พ. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันการศึกษาต่างๆ เป็นต้น ดังนั้นทำให้ข้อมูลนักวิจัยและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมีอยู่อย่างกระจัดกระจาย ที่ผ่านมานั้นการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับนักวิจัยและงานวิจัยนั้นเป็นไปได้ยาก เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานใดพัฒนาระบบสารสนเทศที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูล เหล่านี้ไว้ในที่เดียวกันได้ หรืออาจจะมีแต่ไม่ครอบคลุมเพียงพอ ดังนั้นเป้าหมายหลักของโครงการนี้คือ การออกแบบและพัฒนาระบบสืบค้นบูรณาการข้อมูลงานวิจัยและนักวิจัยในประเทศไทย ทั้งนี้ข้อมูลที่จะทำการเชื่อมโยงจะมาจากหลายแหล่งด้วยกันเช่น ข้อมูลนักวิจัยและโครงการวิจัยของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่ง ชาติ(สวทช.) ข้อมูลโครงการวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ข้อมูลเอกสารสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์และงานวิจัยตีพิมพ์ที่รวบรวมโดยศูนย์บริการสารสนเทศทางเทคโนโลยีของสวทช. และงานวิจัยตีพิมพ์มากมายที่อยู่บนเว็บ เป็นต้น ระบบนี้จะเปิดให้บริการเป็นเว็บไซต์สาธารณะเพื่อให้นักวิจัย ผู้บริหารและนักวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องสามารถสืบค้นข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยในประเทศไทยได้อย่างสะดวกและรวดเร็วในที่เดียว (One-Stop Information Service) โดยระบบนี้จะมีการออกแบบให้สามารถสืบค้นข้อมูลได้ทั้งที่เป็นภาษาไทยและ อังกฤษ ระบบยังสามารถรองรับข้อมูลในรูปแบบที่มีโครงสร้างแน่นอน(structured) และแบบไร้โครงสร้าง(unstructured)ได้ โดยการผสมผสานกันระหว่างระบบจัดการฐานข้อมูล (DataBase Management System - DBMS) และระบบค้นคืนข้อมูล (Information Retrieval System) นอกจากนี้ระบบยังมีหน่วยวิเคราะห์ข้อมูลอัจฉริยะ (Intelligent Information Analysis) ที่ทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ (Statistical Analysis) การแสดงผลข้อมูลในเชิงกราฟฟิก(Information Visualization) เทคนิคการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing - NLP) และการทำเหมืองข้อความ (Text Mining) เป็นต้น ประโยชน์ที่จะได้จากการใช้ระบบนี้คือ ทำให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นภาพรวมการวิจัยในประเทศไทยได้ เช่นสามารถค้นหาจำนวนผู้เชี่ยวชาญทางสาขาเฉพาะด้านสำหรับนักวิเคราะห์ก็สามารถประเมินแนวโน้มการทำวิจัยในหัวข้อต่างๆรวมทั้งใน หัวข้อที่ยังขาดแคลนได้ นอกจากนี้ยังช่วยในการจัดนักวิจัยให้ตรงกับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมในประเทศได้ และประเมินความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยีกับประเทศอื่นๆได้ สำหรับนักวิจัยก็สามารถค้นหางานวิจัยตีพิมพ์และค้นหาข้อมูลสิทธิบัตรก่อน ดำเนินการวิจัยได้ ในปีที่ 2 ของโครงการจะมีการปรับปรุงเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานให้กับระบบมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการออกแบบ วิจัยและพัฒนาระบบเพิ่มขึ้น 3 ระบบได้แก่ (1) ระบบสืบค้นผู้เชี่ยวชาญ (Expert Finder) (2) ระบบคลังความรู้ขององค์กร (Institutional Repository) สำหรับภาษาไทย และ (3) โปรแกรมสรรสารออฟไลน์ (Sansarn Offline) สำหรับระบบสืบค้นผู้เชี่ยวชาญจะเป็นการต่อยอดจากระบบฐานข้อมูลนักวิจัยที่ ได้จากปีที่ 1 ระบบสืบค้นผู้เชี่ยวชาญจะสามารถทำการประมวลผลและวิเคราะห์ความเชี่ยวชาญตาม สาขาต่างๆ โดยแบ่งตามนักวิจัยหรือหน่วยงานได้ และเพื่ิิอให้การใช้งานเป็นไปอย่างง่ายและสะดวก จะมีการใช้เทคนิคเครือข่ายเชิงสังคม (Social Network) ผนวกกับเทคนิคจินตทัศน์ (Information Visualization) ในลักษณะของกราฟได้ โดยที่โหนด จะเป็นนักวิจัยหรือหน่วยงานและมีลิงค์เชื่อมโยงไปยังนักวิจัยหรือหน่วยงาน ที่มีความเชี่ยวชาญที่เหมือนหรือใกล้เคียงกัน เช่น หน่วยงาน A อาจจะมีเชื่อมโยงไปยัง หน่วยงาน B เนื่องจากทั้งสองหน่วยงานนี้มีนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านใกล้กันมาก นอกจากนี้ในปีที่ 2 จะมีการออกแบบและพัฒนาระบบคลังความรู้ขององค์กร (Institutional Repository) สำหรับภาษาไทย โดยเป็นการพัฒนาต่อยอดจากระบบ DSPACE ของ MIT ซึ่งสามารถจัดเก็บองค์ความรู้ขององค์กรในรูปแบบไฟล์เอกสารและมีการใช้เมทาดาต้า (Metadata) มาตรฐานของ Dublin Core มากำกับตัวเอกสารทำให้ผู้ใช้สามารถสืบค้นเอกสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนโปรแกรมสรรสารออฟไลน์ (Sansarn Offline) เป็นเป็นโปรแกรมสำหรับสืบค้นข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตแบบไม่เชื่อมต่อโดยที่ข้อมูลจากเว็บไซต์จะ้ถูกคัดเลือกจากผู้ใช้ เพื่อนำมาจัดเก็บลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ จากนั้นผู้ใช้เปิดโปรแกรมเพื่อสร้างสารบัญสำหรับจัดข้อมูลลงตามหมวดหมู่ และุสั่งให้โปรแกรมทำการสร้างฐานดัชนีจากข้อมูลโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ข้อมูลทั้งหมดรวมทั้งฐานดัชนีสามารถนำไปบันทึกบนสื่อดิจิตอลต่างๆได้ ซึ่งจะทำให้สามารถแจกจ่ายไปยังผู้ที่ต้องการใช้ข้อมูลได้ง่าย ดังนั้นโครงการในปีที่ 2 จะมุ่งเน้นการต่อยอดจากระบบบสืบค้นบูรณาการข้อมูลงานวิจัยและนักวิจัยใน ประเทศไทยเดิมที่มีอยู่โดยมีเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานให้กับระบบในเชิงวิเคราะห์มากขึ้น รวมทั้งยังมีการออกแบบและพัฒนาระบบและโปรแกรมที่สามารถรองรับการจัดเก็บและ สืบค้นข้อมูลในรูปแบบที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
ชูชาติ หฤไชยะศักดิ์ , Choochart Haruechaiyasak . (2553). ระบบสืบค้นบูรณาการข้อมูลงานวิจัยและนักวิจัยในประเทศไทยปีที่ 2.
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. ชูชาติ หฤไชยะศักดิ์ , Choochart Haruechaiyasak . 2553. "ระบบสืบค้นบูรณาการข้อมูลงานวิจัยและนักวิจัยในประเทศไทยปีที่ 2".
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. ชูชาติ หฤไชยะศักดิ์ , Choochart Haruechaiyasak . "ระบบสืบค้นบูรณาการข้อมูลงานวิจัยและนักวิจัยในประเทศไทยปีที่ 2."
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2553. Print. ชูชาติ หฤไชยะศักดิ์ , Choochart Haruechaiyasak . ระบบสืบค้นบูรณาการข้อมูลงานวิจัยและนักวิจัยในประเทศไทยปีที่ 2. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2553.
|
