| ชื่อเรื่อง | : | ผลของเคอร์คิวมินอยด์จากขมิ้นชันต่อการทำงานของยีนเอ็มดีอาร์ 1 และหน้าที่ของพี-กลัยโคโปรตีน |
| นักวิจัย | : | พรงาม ลิ้มตระกูล , Porn-ngarm Limtrakul |
| คำค้น | : | Biological sciences , BT-B-06-MG-10-4401 , Clinical medicine , Curcuminoids , Genes , Genetic disorders , P-glycoprotein , Turmeric , ขมิ้นชัน , พี-กลัยโคโปรตีน , ยีนเอ็มดีอาร์ 1 , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช , เคอร์คิวมินอยด์ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/3187 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ขมิ้นชันมีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Curcuma longa Linn อยู่ในวงศ์ Zingiberaceae มีชื่อท้องถิ่นแตกต่างกันคือ ขมิ้น (ทั่วไป) ขมิ้นแกง ขมิ้นหยวก ขมิ้นหัว (เชียงใหม่) ขี้มิ้น หมิ้น (ภาคใต้) ตายอ (กระเหรี่ยง-กำแพงเพชร) สะยอ (กระเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ขมิ้นเป็นพืชที่มีลักษณะเป็นเหง้า (rhizome) ปลูกมากแถบตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่อินเดีย ไทย บังคลาเทศ ศรีลังกา อินโดนีเซีย ใต้หวัน บางส่วนของจีน และเกาะจาไมก้า ขมิ้นชัน (turmeric) ที่นำมาใช้นั้นพบว่ามีสารประกอบสำคัญที่เป็นสารเคอร์คิวมินอยด์ (curcuminoids) ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารออกฤทธิ์ที่สำคัญตัวหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบอยู่ในเหง้า ขมิ้นชันประมาณ 1-5% ผงขมิ้นชันถูกนำมาใช้ผสมอาหารเป็นเครื่องเทศ ใช้ในผลิตภัณฑ์เนยแข็งและมัสตารด์ ทางการแพทย์ขมิ้นมีสรรพคุณทางยาในการรักษาโรคหลายชนิด เช่น โรคเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหาร รักษาโรคผิวหนังบางชนิด มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและรา ฤทธิ์ต้านอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินซีและวิตามินอี สารเคอร์คิวมินนอยด์เป็นรงควัตถุสีเหลืองมีคุณสมบัติเป็นสารประกอบโพลีฟีนอล (polyphenolic compound) โครงสร้างทางเคมีของสารเคอร์คิวมินนอยด์ประกอบด้วย ferric acid 2 โมเลกุล เชื่อมต่อกันด้วยหมู่คาร์บอนิล (carbonyl group) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า diferuloylmethane สารเคอร์คิวมินนอยด์ในขมิ้นชันมีอยู่ 3 ชนิดด้วยกันคือ Bis-(feruloyl)methane หรือ 1,7-bis(4-hydroxy-3-methoxyphenyl)-1,6-heptadiene-3,5-dione หรือ curcumin เป็นเคอร์คิวมินนอยด์ที่พบมากที่สุดในขมิ้นชัน คือ ประมาณ 49% สำหรับ Feruloyl-(p-hydroxycinnamoyl)methane หรือ demethoxycurcumin และ Bis(p-hydroxycinnamoyl)methane หรือ bisdemethoxycurcumin เป็นเคอร์คิวมินนอยด์ที่พบในขมิ้นชันในปริมาณที่น้อยกว่า curcumin ปัจจุบันได้มีการแนะนำให้ใช้เคอร์คิวมินนอยด์ในการป้องกันมะเร็ง และรักษาโรคเอดส์ จะเห็นได้ว่าเคอร์คิวมินนอยด์มีฤทธิ์ทางชีวภาพอย่างกว้างขวางที่เป็น ประโยชน์ต่อร่างกายและมีความปลอดภัยในการใช้ การรักษาโรคมะเร็งหลายชนิด การใช้วิธีเคมีบำบัด (chemotherapy) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในปัจจุบันได้มีการพัฒนายาเคมีบำบัดให้มีประสิทธิภาพในการรักษา มะเร็งได้ดียิ่งขึ้น แต่ปัญหาสำคัญที่ทำให้การรักษามะเร็งด้วยวิธีเคมีบำบัดไม่ประสบความสำเร็จ และไม่มีประสิทธิภาพตามความคาดหมายคือ เซลล์มะเร็งเกิดการดื้อยาหลายขนาน หรือเอ็มดีอาร์ (multidrug resistance , MDR) หลังจากการได้รับยาเคมีบำบัดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน เซลล์มะเร็งที่ดื้อยามีลักษณะสำคัญคือ มีการแสดงออกของยีนเอ็มดีอาร์ 1 (MDR-1) สูง โปรตีนที่ได้จากยีนนี้คือ พีไกลโคโปรตีนโดยพีไกลโคโปรตีนทำหน้าที่ขับยาออกจากเซลล์ทำให้มียาเคมีบำบัด สะสมในเซลล์น้อยลงส่งผลให้เซลล์มะเร็งมีอัตราการมีชีวิตสูงทั้ง ๆ ที่ได้รับยาเคมีบำบัด ดังนั้นการยับยั้งการแสดงออกและการทำงานของพีไกลโคโปรตีนในเซลล์มะเร็งจึง เป็นวิธีหนึ่งที่เป็นไปได้ในการแก้ไขการดื้อยา เซลล์มะเร็งที่มีปริมาณพีไกลโคโปรตีนลดลงหรือการทำงานของมันบกพร่องไป เซลล์นั้นจะลดการขับไล่ยาเคมีบำบัดออกจากเซลล์ มีการสะสมยาเคมีบำบัดมากขึ้นในเซลล์ ทำให้เซลล์มะเร็งตอบสนองต่อยาต้านมะเร็งได้ดีขึ้น และใช้ยาเคมีบำบัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบันได้มีการคิดค้นหาเอ็มดีอาร์โมดูเลเตอร์ (MDR modulator) ตัวใหม่ในวงการแพทย์เพื่อนำมาใช้ร่วมรักษากับยาเคมีบำบัด ตัวอย่างเอ็มดีอาร์โมดูเลเตอร์ที่สำคัญและได้นำมาใช้แล้วทางคลีนิค ได้แก่ verapamil cyclosporin และ PSC 833 เป็นต้น ยาที่มีคุณสมบัติเป็นเอ็มดีอาร์โมดูเลเตอร์จะแย่งจับที่พีกลัยโคโปรตีนแทน ที่ยาเคมีบำบัดที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งได้เพื่อลดการขนส่งยาออกนอกเซลล์ และอีกประการหนึ่งก็คือการใช้วิธีการควบคุมการแสดงออกของยีนที่ควบคุมการ สร้างพีกลัยโคโปรตีนไม่ให้มีการสร้างออกมาหรือลดลง งานวิจัยนี้ได้คิดค้นกรรมวิธีการเตรียมเคอร์คิวมินนอยด์รวมที่สกัดจาก ธรรมชาติ และเคอร์คิวมินนอยด์รวมที่มีสูตรเฉพาะซึ่งมีสัดส่วนของ curcumin demethoxycurcumin และ bisdemethoxycurcumin แตกต่างกัน พร้อมทั้งกรรมวิธีการเตรียมเคอร์คิวมินนอยด์แต่ละชนิดให้บริสุทธิ์ และนำมาทดสอบการออกฤทธิ์ทางชีวภาพในการเป็นเอ็มดีอาร์โมดูเลเตอร์ เพื่อนำมาใช้ร่วมกับยาเคมีบำบัดในการรักษาโรคดื้อยาทางการแพทย์หลายชนิด รวมทั้งโรคมะเร็ง เป็นต้น การตรวจวัดฤทธิ์เอ็มดีอาร์โมดูเลเตอร์ขอ |
| บรรณานุกรม | : |
พรงาม ลิ้มตระกูล , Porn-ngarm Limtrakul . (2545). ผลของเคอร์คิวมินอยด์จากขมิ้นชันต่อการทำงานของยีนเอ็มดีอาร์ 1 และหน้าที่ของพี-กลัยโคโปรตีน.
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. พรงาม ลิ้มตระกูล , Porn-ngarm Limtrakul . 2545. "ผลของเคอร์คิวมินอยด์จากขมิ้นชันต่อการทำงานของยีนเอ็มดีอาร์ 1 และหน้าที่ของพี-กลัยโคโปรตีน".
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. พรงาม ลิ้มตระกูล , Porn-ngarm Limtrakul . "ผลของเคอร์คิวมินอยด์จากขมิ้นชันต่อการทำงานของยีนเอ็มดีอาร์ 1 และหน้าที่ของพี-กลัยโคโปรตีน."
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2545. Print. พรงาม ลิ้มตระกูล , Porn-ngarm Limtrakul . ผลของเคอร์คิวมินอยด์จากขมิ้นชันต่อการทำงานของยีนเอ็มดีอาร์ 1 และหน้าที่ของพี-กลัยโคโปรตีน. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2545.
|
