| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างโรคปากแหว่ง เพดานโหว่กับโพลิมอร์ฟิซึ่มในยีนที่เกี่ยวข้อง |
| นักวิจัย | : | วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ , Vorasuk Shotelersuk |
| คำค้น | : | Biological sciences , BT-B-06-MG-09-4604 , Cleft lip , Cleft palate , Clinical medicine , Medical genetics , Polymorphisms , ปากแหว่ง , ยีน , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ , เพดานโหว่ , โพลิมอร์ฟอซึ่ม , โรคปากแหว่งเพดานโหว่ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/3058 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โรคปากแหว่งเพดานโหว่ (cleft lip with or without cleft palate; CL/P) เป็นความพิการแต่กำเนิดที่พบได้บ่อยที่สุดโรคหนึ่ง โดยในประชากรไทยเคยมีผู้ศึกษาไว้ว่าอุบัติการณ์ประมาณ 1 ใน 600 ทารกแรกเกิดมีชีพ ซึ่งสูงกว่าอุบัติการณ์โดยเฉลี่ยของชาวผิวขาว ความพิการดังกล่าวนอกจากจะส่งผลให้คนไข้ดูดนมได้ลำบาก ออกเสียงได้ไม่ชัด มีโอกาสติดเชื้อที่หูส่วนกลางและปอดบวมมากกว่าคนทั่วไปแล้ว ยังเป็นปัญหาในด้านความสวยงาม ทำให้ผู้ป่วยมีปมด้อย การรักษาต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา ซึ่งมีอยู่เพียงจำนวนน้อยในประเทศไทย สาเหตุของ CL/P เกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งทางสิ่งแวดล้อม และพันธุกรรม อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างยีนเหล่านี้กับ CL/P ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด และอาจขึ้นกับเชื้อชาติ คณะผู้วิจัยเสนอจะศึกษาพงศาวลีและยีนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับ CL/P ในประชากรไทย การศึกษาพงศาวลีมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ทราบถึงแบบแผนการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของโรค รวมทั้งอัตราเสี่ยงของการเกิดซ้ำ (recurrence risk) ในบุตรคนต่อๆไปและในหมู่ญาติพี่น้อง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญของการให้คำปรึกษาแนะนำทางพันธุศาสตร์และ ในการสืบหายีนที่เกี่ยวข้อง ส่วนยีนที่คณะผู้วิจัยเสนอจะศึกษาได้แก่ MTHFR, TGF-?3, IRF6, MSX1, และ PVRL1 ความสัมพันธ์ของยีน MTHFR กับโรค CL/P ก็เคยมีรายงานไว้บ้าง แต่ผลการศึกษายังขัดแย้งกันในแต่ละเชื้อชาติที่ศึกษา ไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด นอกจากนั้นยังไม่เคยมีรายงานการศึกษาโพลิมอร์ฟิซึ่มทั้งสองตำแหน่ง (677 และ 1298) ของยีนนี้ในมารดาของผู้ป่วย CL/P เลย, การศึกษา Association study ระหว่าง TGF-?3 กับ CL/P ก็ให้ผลแตกต่างกันในแต่ละเชื้อชาติ, IRF6 เป็นยีนที่เพิ่งได้รับการค้นพบว่าเป็นสาเหตุของ Van der Woude syndrome (VWS) จึงยังไม่มีการศึกษาความสัมพันธ์ของโพลิมอร์ฟิซึ่มในยีนนี้กับโรค CL/P เลย, การศึกษายีน MSX1 พบว่าเป็นสาเหตุของ autosomal dominant tooth agenesis and combination of cleft palate only and cleft lip and cleft palate และโพลิมอร์ฟิซึ่มในยีนนี้มีความสัมพันธุ์กับ CL/P ในบางประชากร, ส่วนการกลายพันธุ์ของยีน PVRL1 พบว่าเกี่ยวข้องกับ nonsyndromic CL/P ในชาวเวเนซูเอลา คณะผู้วิจัยจะเก็บข้อมูลและตัวอย่างเลือดจากผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ที่มา รับการตรวจรักษากับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของกองบรรเทาทุกข์และประชาอนามัย พิทักษ์ สภากาชาดไทย ในอย่างน้อย 7 จังหวัดทั่วประเทศไทย เป็นจำนวนประมาณ 150 ครอบครัว โดยจะเก็บตัวอย่างเลือดทั้งจากผู้ป่วย บิดาและมารดา ส่วนกลุ่ม control ได้จากผู้บริจาคโลหิต สภากาชาดไทย จำนวน 200 ตัวอย่าง โดยสรุป เนื่องจาก CL/P มีอุบัติการณ์สูงในประเทศไทย เป็นโรคที่ก่อให้เกิดภาระหนักต่อทั้งผู้ป่วยและครอบครัว เป็นโรคที่การรักษาซับซ้อนและอาศัยทรัพยากรมาก เป็นโรคที่อาจป้องกันได้ ประกอบกับยังไม่มีการศึกษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ในระดับพงศาวลีและอณูพันธุศาสตร์ คณะผู้วิจัยจึงประสงค์จะทำการศึกษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจของการเกิดโรคให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การป้องกันโรคได้ดียิ่งขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ , Vorasuk Shotelersuk . (2548). ความสัมพันธ์ระหว่างโรคปากแหว่ง เพดานโหว่กับโพลิมอร์ฟิซึ่มในยีนที่เกี่ยวข้อง.
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ , Vorasuk Shotelersuk . 2548. "ความสัมพันธ์ระหว่างโรคปากแหว่ง เพดานโหว่กับโพลิมอร์ฟิซึ่มในยีนที่เกี่ยวข้อง".
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ , Vorasuk Shotelersuk . "ความสัมพันธ์ระหว่างโรคปากแหว่ง เพดานโหว่กับโพลิมอร์ฟิซึ่มในยีนที่เกี่ยวข้อง."
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2548. Print. วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ , Vorasuk Shotelersuk . ความสัมพันธ์ระหว่างโรคปากแหว่ง เพดานโหว่กับโพลิมอร์ฟิซึ่มในยีนที่เกี่ยวข้อง. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2548.
|
