ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาเทคโนโลยีการกำกับวิวัฒนาการโดยวิธีการสลับสับเปลี่ยน DNA เพื่อพัฒนาคุณภาพเอนไซม์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาเทคโนโลยีการกำกับวิวัฒนาการโดยวิธีการสลับสับเปลี่ยน DNA เพื่อพัฒนาคุณภาพเอนไซม์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม
นักวิจัย : มณฑารพ ยมาภัย , Montarop Yamabhai
คำค้น : Amylases , Biochemistry , Biological sciences , Biology and biochemistry , BT-B-01-NG-19-4702 , Chitinase , Enzymes , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย , อะไมเลส , เอนไซม์ , แบคทีเรียบาซิลลัส ไลเคนนิฟอร์มิส , ไคติเนส
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/2110
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ผู้วิจัยประสบความสำเร็จในการพัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการกำกับวิวัฒนาการ ด้วยวิธีการสลับสับเปลี่ยน ดีเอนเอ ในการพัฒนาคุณภาพเอนไซม์เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยโครงการวิจัยนี้เริ่มต้นตั้งแต่การหายีนที่เหมาะสมเพื่อเป็นต้นแบบในการ พัฒนาคุณสมบัติ ๒ ยีน ได้แก่ยีน ๑) ยีนของเอนไซม์ อะไมเลส ซึ่ง ศูนย์พันธุฯ เป็นผู้เสนอให้ใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาเพราะมีองค์ความรู้เกี่ยวกับเอนไซม์ นี้อย่างมากมาย และ ๒) ยีนของเอนไซม์ ไคติเนส ซึ่งข้าพเจ้าสนใจศึกษาเอง เพราะยังมีองค์ความรู้เกี่ยวกับเอนไซม์นี้ไม่มากนัก และน่าสนใจที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมในประเทศต่อไป จากการศึกษาพบว่าแหล่งที่เหมาะสมในการสกัดยีนนี้ออกมาคือแบคทีเรียบาซิลลัส ไลเคนนิฟอร์มิส จากนั้นในขั้นต่อไปจึงได้ทำการหาระบบที่เหมาะสมในการแสดงออก เพื่อผลิตเป็นเอนไซม์ด้วยวิธีการทางพันธุวิศวกรรม พบว่าระบบที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงคือ การให้แสดงออกเป็นจำนวนมากและหลั่งออกมานอกเซลด้วย แบคทีเรีย เอสเชอริเชีย โคไล หลังจากนั้นจึงได้ทำการหาสภาวะและวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการทำการสลับสับ เปลี่ยน ดีเอนเอ จากนั้นจึงได้ทำการคิดค้นหาวิธีที่เหมาะสมในการสร้างคลังของเอนไซม์กลาย พันธ์ เมื่อได้คลังที่มีความหลากหลายสูงแล้ว จึงได้ทำการหาวิธีการคัดหาที่ละจำนวนมากที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการคัด เลือกเอนไซม์ที่มีคุณสมบัติเปลี่ยนไปตามที่ต้องการ จากนั้นจึงเลือกเอนไซม์ที่สนใจมาทำให้บริสุทธิ์ แล้วทำการวิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพ ชีวเคมี และพลจลศาสตร์ ด้วยเวลาและข้อจำกัดที่มีอยู่ในโครงการวิจัยนี้ ผู้วิจัยยังไม่สามารถพัฒนาเอนไซม์ อะไมเลส ให้ดีขึ้นกว่าที่มีอยู่แล้วได้ ทั้งนี้เป็นเพราะมีผู้ได้ทำการพัฒนาเอนไซม์นี้มาก่อนหน้าแล้วเป็นจำนวนมาก ทำให้ยากต่อการเอาชนะได้ อย่างไรก็ตามได้แสดงให้เห็นว่า สามารถพัฒนาเอนไซม์ ไคติเนส ให้มีคุณสมบัติดีขึ้นกว่าเดิมได้จริง คือมีค่าประสิทธิภาพความสามารถในการย่อยสลายโดยรวมดีขึ้น ๒.๓ ถึง ๒.๗ เท่า องค์ความรู้ทั้งหมดที่ได้จากโครงการวิจัยนี้ จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาเอนไซม์ต่างๆ ให้เหมาะสมเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม ได้ต่อไป

บรรณานุกรม :
มณฑารพ ยมาภัย , Montarop Yamabhai . (2550). การพัฒนาเทคโนโลยีการกำกับวิวัฒนาการโดยวิธีการสลับสับเปลี่ยน DNA เพื่อพัฒนาคุณภาพเอนไซม์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
มณฑารพ ยมาภัย , Montarop Yamabhai . 2550. "การพัฒนาเทคโนโลยีการกำกับวิวัฒนาการโดยวิธีการสลับสับเปลี่ยน DNA เพื่อพัฒนาคุณภาพเอนไซม์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
มณฑารพ ยมาภัย , Montarop Yamabhai . "การพัฒนาเทคโนโลยีการกำกับวิวัฒนาการโดยวิธีการสลับสับเปลี่ยน DNA เพื่อพัฒนาคุณภาพเอนไซม์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2550. Print.
มณฑารพ ยมาภัย , Montarop Yamabhai . การพัฒนาเทคโนโลยีการกำกับวิวัฒนาการโดยวิธีการสลับสับเปลี่ยน DNA เพื่อพัฒนาคุณภาพเอนไซม์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2550.