ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาวิธีพีซีอาร์ชิ้นส่วนจำเพาะของยีนแฟคจิลินเพื่อการวิเคราะห์เชื้อ Burkholderia pseudomallei ที่ก่อพยาธิสภาพของโรคเมลิออยโดสิส

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาวิธีพีซีอาร์ชิ้นส่วนจำเพาะของยีนแฟคจิลินเพื่อการวิเคราะห์เชื้อ Burkholderia pseudomallei ที่ก่อพยาธิสภาพของโรคเมลิออยโดสิส
นักวิจัย : เพียงจันทร์ สนธยานนท์ , Piengchan Sonthayanon
คำค้น : Biological sciences , BT-B-09-MT-B2-4201 , Burkholderia pseudomallei , Flagellin gene , Microbiology , ยีนแฟลคจิลิน , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ , โรคเมลิออยโดสิส
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/2062
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) เกิดจากการติดเชื้อ Burkholderia pseudomallei ซึ่งเป็นแบคทีเรียกรัมลบชนิดแท่ง จากการศึกษาคุณสมบัติทางชีวเคมีพบว่าเชื้อ B. pseudomallei สามารถจำแนกเป็น 2 กลุ่ม (Biotype) โดยดูความสามารถในการใช้ L-arabinose คือกลุ่มสามารถใช้ L-arabinose (Ara+) และกลุ่มไม่สามารถใช้ L-arabinose (Ara-) ซึ่งกลุ่มหลังนี้เป็นกลุ่มที่ก่อให้เกิดพยาธิสภาพของโรคเมลิออยโดสิส จากการศึกษาทางด้านอณูชีววิทยาของยีนแฟลคเจลินของเชื้อ B. pseudomallei พบว่าลำดับกรดอะมิโนของยีนแฟลคเจลินในเชื้อที่แยกจากผู้ป่วย 4 ตัวอย่าง กับเชื้อที่แยกจากดินที่เป็น Ara- 1 ตัวอย่าง มีลำดับกรดอะมิโนที่เหมือนกัน ส่วนเชื้อที่แยกได้จากดินที่เป็น Ara+ 2 ตัวอย่าง มีลำดับของกรดอะมิโนขาดหายไป 5 ตัว ในบริเวณส่วนกลางของยีน จึงได้ทำการออกแบบไพรเมอร์ที่มีความจำเพาะในบริเวณที่มีความแตกต่างของลำดับ กรดอะมิโนดังกล่าว แล้วทำการเพิ่มขยายชิ้นส่วนดีเอ็นเอที่จำเพาะโดยอาศัยเทคนิคพีซีอาร์ พบว่า ชิ้นส่วนของดีเอ็นเอ ที่เกิดจากการทำพีซีอาร์จากเชื้อที่แยกได้จากผู้ป่วย และที่แยกได้จากดินซึ่งมีคุณสมบัติเป็น Ara- biotype มีขนาด 191 เบส และชิ้นส่วนของดีเอ็นเอที่เกิดจากการทำพีซีอาร์จากเชื้อที่แยกได้จากดินซึ่ง มีคุณสมบัติเป็น Ara+ biotype มีขนาด 176 เบส ซึ่งสามารถแยกความแตกต่างของทั้งสอง Biotype ได้โดยการใช้วุ้นอีเลคโตรโฟรีซีส และเมื่อนำไปศึกษาตัวอย่างเชื้อที่แยกได้จากดิน และผู้ป่วย จำนวน 291 ตัวอย่าง พบว่าผลการตรวจโดยวิธีพีซีอาร์เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการตรวจสอบการใช้ L-arabinose มีค่าความไว (sensitivity) 98.8% และ ความจำเพาะ (specificity) 99.5 % และเมื่อทำการตรวจสอบความคงทนถาวรของชิ้นส่วนของดีเอ็นเอจากวิธีการพีซีอาร์ พบว่ามีความคงทนถาวรคือ สามารถตรวจพบชิ้นส่วนจำเพาะของยีนแฟลคเจลินนี้ ได้จากเชื้อ B. pseudomallei ที่เพาะเลี้ยงจากอาหารเลี้ยงเชื้อจำนวน 10 รุ่น นอกจากนี้สามารถใช้วิธีพีซีอาร์ชิ้นส่วนจำเพาะของยีนแฟลคจิลินในการตรวจ ตัวอย่างดินที่มีเชื้อ B. pseudomallei โดยตรงคือไม่ผ่านกระบวนการสกัดดีเอ็นเอใดๆ ซึ่งสามารถนำไปศึกษาและพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการวิเคราะห์เชื้อ B. pseudomallei ที่ก่อพยาธิสภาพของโรคในงานด้านระบาดวิทยาต่อไป

บรรณานุกรม :
เพียงจันทร์ สนธยานนท์ , Piengchan Sonthayanon . (2543). การพัฒนาวิธีพีซีอาร์ชิ้นส่วนจำเพาะของยีนแฟคจิลินเพื่อการวิเคราะห์เชื้อ Burkholderia pseudomallei ที่ก่อพยาธิสภาพของโรคเมลิออยโดสิส.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
เพียงจันทร์ สนธยานนท์ , Piengchan Sonthayanon . 2543. "การพัฒนาวิธีพีซีอาร์ชิ้นส่วนจำเพาะของยีนแฟคจิลินเพื่อการวิเคราะห์เชื้อ Burkholderia pseudomallei ที่ก่อพยาธิสภาพของโรคเมลิออยโดสิส".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
เพียงจันทร์ สนธยานนท์ , Piengchan Sonthayanon . "การพัฒนาวิธีพีซีอาร์ชิ้นส่วนจำเพาะของยีนแฟคจิลินเพื่อการวิเคราะห์เชื้อ Burkholderia pseudomallei ที่ก่อพยาธิสภาพของโรคเมลิออยโดสิส."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2543. Print.
เพียงจันทร์ สนธยานนท์ , Piengchan Sonthayanon . การพัฒนาวิธีพีซีอาร์ชิ้นส่วนจำเพาะของยีนแฟคจิลินเพื่อการวิเคราะห์เชื้อ Burkholderia pseudomallei ที่ก่อพยาธิสภาพของโรคเมลิออยโดสิส. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2543.