ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาวิธีการวินิจฉัยอหิวาต์ซึ่งเกิดจากเชื้อ Vibrio cholerae serogroup O:139 และการตรวจหาแอนติเจนอย่างรวดเร็ว

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาวิธีการวินิจฉัยอหิวาต์ซึ่งเกิดจากเชื้อ Vibrio cholerae serogroup O:139 และการตรวจหาแอนติเจนอย่างรวดเร็ว
นักวิจัย : วันเพ็ญ ชัยคำภา , Wanpen Chaicumpa
คำค้น : Biological sciences , BT-38-06-HIM-14-3 , Cholera , Clinical medicine , Diagnosis , Vibrio cholerae , การวินิจฉัยโรค , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ , อหิวาตกโรค
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/2035
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ผู้วิจัยได้ผลิตเซลล์ลูกผสม (hybridomas) ซึ่งสร้างและ secrete โมโนโคลนาลแอนติบอดี (monoclonal antibodies; Mab) เฉพาะต่อ O-antigen ของ Vibrio cholerae serogroup 0:139 โดยการทำ cell fusion (hybridization) ระหว่าง spleen cells ของหนู Balb/c ซึ่งถูก immunized ไว้แล้วด้วย whole cell lysate (Ly) ของเชื้อ V. cholerae 0:139 สายพันธุ์ Vc Th 166 ซึ่งแยกได้จากอุจจาระของผู้ป่วยอหิวาต์ในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2536 กับ mouse myelome cells (P3x-63-Ag8) ได้ hybridomas จำนวน 6 clones ซึ่งสร้าง Mab เฉพาะต่อ V. cholerae 0:139 ทุก strain จำนวน 9 strains ที่นำมาทดสอบและไม่ให้ปฏิกริยาข้ามต่อ enteric pathogens อื่น ๆ จำนวน 137 strains คือ V. cholerae 0:1 Classical Inaba 1 strain, V. cholerae 0:1 EI Tor Inaba 9 strains, V. cholerae 0:1 EI Tor Ogawa 8 strains, V. cholerae non-0:1 (NAG) 37 strains, Vibrio อื่นๆ 5 species, Citrobacter 2 species, Edwardsiella sp. 1 strain, Enterobacter spp. 2 strains, Esheriahia coli 13 strains, Proteus spp. 2 strains, Klebsiella pneumoniae 1 strain, Providentia spp. 2 strains, Pseudomonas aeruginosa 1 strain, Salmonela spp. 31 strains, Serratia marcescens 1 strains, Campylobacter spp. 10 strains, Morganella morganii 1 strain, Shigella spp. 4 strains, Yersinia enterocolitica 1 strain, Aeromonas spp. 3 strains, Plesiomonas shigelloides 1 strain, Hafnia alvei 1 strain และ Entamoeba histolytica 1 strain hybridomas เหล่านี้ คือ clones 12 F5-G11, 12F5-G2, 15F5-H5, 5B9-F8, 14C9-D2 และ 6 D2-D8 โดย immunoglobulin heavy chain isotypes ที่ clones เหล่านี้ผลิตเป็น lgG2b, lgG2b, lgG2b, lgM, lgG2b และ lgG3 ตามลำดับ ส่วน light chain isotype ของทุก clone เป็น kappa ผู้วิจัยได้เลือกใช้ clone 12F5-G11 ในการพัฒนาวิธีทางอิมมิวโนวิทยา คือ MAb-based dot-blot ELISA (membrane ELISA) เพื่อใช้ตรวจหาแอนติเจนของ V. cholerae 0:139 ในอุจจาระของผู้ป่วยอุจจาระร่วงเป็นน้ำ (watery diarrhoea) เพื่อการวินิจฉัยอหิวาต์ที่มีสาเหตุมาจาก V. cholerae 0:139 ทั้งนี้เพราะ clone 12F5-G11 แข็งแรง โตเร็ว ผลิต Mab ได้ titre สูง (1:1,024) และเป็น lgG2b ซึ่งจับแอนติเจนได้แน่น (high affinity) ผู้วิจัยได้เก็บตัวอย่าง rectal swabs จากผู้ป่วยที่มีอาการอุจจาระร่วงเป็นน้ำเฉียบพลัน ซึ่งมารับการรักษาที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร 6,310 ราย โรงพยาบาลกรุงธน 16 ราย โรงพยาบาลเด็ก 78 ราย ค่ายผู้อพยพลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงที่หมู่บ้านบ่อหวี และหมู่บ้านห้วยสุด ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี 19 ราย และจากประเทศอินเดีย อีก 74 ราย รวมเป็น 6,497 ราย โดยทำ rectal swabs ใส่ใน alkaline peptone water (APW) แล้วส่งไปตรวจหา V. cholerae 0:139 antigen ที่ภาควิชาจุลชีววิทยาและอิมมิวโนโลยี คณะเวชศาสตร์เขตร้อนทั้งหมด ด้วยวิธี MAb-based dot blot ELISA ขณะที่การเพาะเชื้อ (culture) เพื่อ identify pathogens ทำโดยนักวิทยาศาสตร์ของโรงพยาบาลบำราศนราดูร โรงพยาบาลธนบุรี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร ฝ่ายอเมริกัน ที่ Armed Force Research Institute of Medical Sciences (AFRIMS) และที่ National Institute of Cholera & Enteric Diseases (WHO Collaborating Centre for Diarrhoeal Diseases Research & Training), Calcutta, India ตามลำดับ เมื่อได้ผลการทำ Mab-based dot-blot ELISA แล้ว จึงนำข้อมูลการเพาะเชื้อจากแหล่งต่าง ๆ มาเปรียบเทียบ พบว่า จากตัวอย่างอุจจาระทั้งสิ้น 6,479 ราย ให้ผลบวกโดยการตรวจด้วยวิธี Mab-based dot-blot ELISA 45 ราย และให้ผลลบ 6,452 ราย ในขณะที่ 6,497 ราย นี้ผลการเพาะเชื้อและ identify โดย specific polyvalent antiserum พบ V. cholerae serogroup 0:139 42 ราย และไม่พบเชื้อ V. cholerae 0:139 6,455 ราย จากการวิเคราะห์โดยวิธีทางสถิติ พบว่า MAb-based dot-blot ELISA ซึ่งใช้ specific MAb จาก clone 12F5-G11 (เฉพาะต่อ 0:139) เป็น detecting reagent นี้มี diagnostic sensitivity, diagnostic specificity, efficacy, และ positive และ negative predictive values 100%, 99.95%, 99.26%, 93.33% และ 100% ตามลำดับ นอกจากนี้การทดสอบยังให้ผลลบทั้งสิ้นกับ rectal swab cultures จากคนปกติที่ไม่พบ pathogens ในอุจจาระ จำนวน 50 ราย ซึ่งแสดงว่าการทดสอบโดยวิธีทางอิมมิวโนวิทยานี้ มี diagnostic specificity 100% เมื่อเทียบกับวิธีเพาะเชื้อในตัวอย่างคนปกติ จากการคำนวณค่า kappa coefficence (K) และ kappa probability (Z) value พบว่ามีค่า 0.965 และ 77.85 ตามลำดับ ซึ่งแสดงว่า MAb-based dot-blot ELISA มี excellent degree of agreement (beyond chance) กับวิธีเพาะเชื้อ และการทดสอบมี reliability สูงมาก (Z=77.85; p

บรรณานุกรม :
วันเพ็ญ ชัยคำภา , Wanpen Chaicumpa . (2540). การพัฒนาวิธีการวินิจฉัยอหิวาต์ซึ่งเกิดจากเชื้อ Vibrio cholerae serogroup O:139 และการตรวจหาแอนติเจนอย่างรวดเร็ว.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
วันเพ็ญ ชัยคำภา , Wanpen Chaicumpa . 2540. "การพัฒนาวิธีการวินิจฉัยอหิวาต์ซึ่งเกิดจากเชื้อ Vibrio cholerae serogroup O:139 และการตรวจหาแอนติเจนอย่างรวดเร็ว".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
วันเพ็ญ ชัยคำภา , Wanpen Chaicumpa . "การพัฒนาวิธีการวินิจฉัยอหิวาต์ซึ่งเกิดจากเชื้อ Vibrio cholerae serogroup O:139 และการตรวจหาแอนติเจนอย่างรวดเร็ว."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2540. Print.
วันเพ็ญ ชัยคำภา , Wanpen Chaicumpa . การพัฒนาวิธีการวินิจฉัยอหิวาต์ซึ่งเกิดจากเชื้อ Vibrio cholerae serogroup O:139 และการตรวจหาแอนติเจนอย่างรวดเร็ว. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2540.