| ชื่อเรื่อง | : | การตรวจหาการติดเชื้อ human papillomavirus ในเซลล์ปากมดลูกจากกลุ่มประชากรในจังหวัดขอนแก่น โดยวิธี Polymerase Chain Reaction |
| นักวิจัย | : | วันชัย วัฒนศัพท์ , Wanchai Watthanasap |
| คำค้น | : | 35 05 0090 , Biological sciences , Clinical medicine , Communicable diseases , Medicine , Papillomaviruses , Polymerase chain reaction , การติดเชื้อ , ปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส , ปากมดลูก , มะเร็งปากมดลูก , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ , ฮิวแมนแปปปิโลมาไวรัส , เซลล์ปากมดลูก , แควมัสอีปิธีเลียม , ไวรัสฮิวแมนแปปปิโลมา |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/1507 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ไวรัสฮิวแมนแปปปิโลมา (HPV) ก่อให้เกิดการติดเชื้อต่อเซลล์สแควมัสอีปิธีเลียมของคน และทำให้เกิดเนื้องอกทั้งชนิดธรรมดาและชนิดร้ายแรง HPV บางชนิดเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก ซึ่งพบในที่ต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย การศึกษานี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้วิธีการโปลีเมอเรสเชนรีแอคชั่น (PCR) เพื่อศึกษาอุบัติการหา HPV และความสัมพันธ์ระหว่าง HPV ชนิดต่างๆ กับมะเร็งปากมดลูกที่เกิดในประชากรจังหวัดขอนแก่น โดยทำตัวอย่างเซลล์จากประชากร 4 กลุ่ม ที่มารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย กลุ่มที่หนึ่งเป็นเยื่อบุปากมดลูกจากกลุ่มตัวอย่างที่ผลการตรวจ pap smear ได้ผลลบ กลุ่มที่สองเป็นเยื่อบุปากมดลูกจากกลุ่มตัวอย่างที่ผลการตรวจ pap smear ได้ผลบวก แล้วรับการตรวจคอลโปสโคป กลุ่มที่สามเป็นพาราฟินบล็อคของ Cervical biopsy จากผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก กลุ่มที่สี่เป็นพาราฟินบล็อคของ Tumor site จากผู้ป่วยมะเร็งชนิดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่มะเร็งปากมดลูก โดยทำการสกัด DNA จากตัวอย่างและวิเคราะห์โดยวิธี PCR ผลการศึกษา มีการตรวจพบ HPV-DNA ในกลุ่มที่หนึ่งร้อยละ 19.6 (36 จาก 184) กลุ่มที่สองร้อยละ 27.9 (24 จาก 86) กลุ่มที่สามร้อยละ 87.2 (68 จาก 78) และร้อยละ 41.3 ในกลุ่มที่สี่ (33 จาก 80) และจากการหาชนิดของ HPV โดยวิธิ RFLP ซึ่งใช้เอ็นไซม์ Acc I ย่อย พบว่ากลุ่มที่หนึ่งพบ HPV-6 ร้อยละ 4.3 (8 จาก 184) HPV-11 ร้อยละ 3.3 (6 จาก 184) HPV-18 ร้อยละ 0.5 (1 จาก 184) และชนิดอื่น ๆ ร้อยละ 11.4 (21 จาก 184) กลุ่มที่สองพบ HPV-16 ร้อยละ 9.3 (8 จาก 86) HPV-18 ร้อยละ 10.5 (9 จาก 86) HPV-33 ร้อยละ 1.2 (1 จาก 86) และชนิดอื่น ๆ ร้อยละ 7.0 (6 จาก 86) กลุ่มที่สามพบ HPV-6 ร้อยละ 2.6 (2 จาก 78) HPV-16 ร้อยละ 44.9 (35 จาก 78) HPV-18 ร้อยละ 34.6 (27 จาก 78) HPV-33 ร้อยละ 1.3 (1 จาก 78) กลุ่มที่สี่พบ HPV-6 ร้อยละ 13.8 (11 จาก 80) HPV-11 ร้อยละ 16.3 (13 จาก 80) HPV-16 ร้อยละ 2.5 (2 จาก 80) HPV-18 ร้อยละ 1.3 (1 จาก 80) และชนิดอื่น ๆ ร้อยละ 7.5 (6 จาก 80) จากการวิจัยครั้งนี้ อาจสรุปได้ว่า HPV เป็นปัจจัยสำคัญในการเกิดมะเร็งปากมดลูก เพราะพบอุบัติการของ HPV-16 และ HPV-18 ในกลุ่มประชากรที่เป็นมะเร็งปากมดลูก สูงกว่าประชากรกลุ่มอื่น ๆ แต่ก็อาจจะมีปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย เพราะกลุ่มประชากรปกติที่มีผล pap smear เป็นลบและ กลุ่มประชากรที่เป็นมะเร็งอื่น ๆ บางชนิด ก็สามรถตรวจพบ HPV-DNA ได้เช่นกัน |
| บรรณานุกรม | : |
วันชัย วัฒนศัพท์ , Wanchai Watthanasap . (2539). การตรวจหาการติดเชื้อ human papillomavirus ในเซลล์ปากมดลูกจากกลุ่มประชากรในจังหวัดขอนแก่น โดยวิธี Polymerase Chain Reaction.
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. วันชัย วัฒนศัพท์ , Wanchai Watthanasap . 2539. "การตรวจหาการติดเชื้อ human papillomavirus ในเซลล์ปากมดลูกจากกลุ่มประชากรในจังหวัดขอนแก่น โดยวิธี Polymerase Chain Reaction".
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. วันชัย วัฒนศัพท์ , Wanchai Watthanasap . "การตรวจหาการติดเชื้อ human papillomavirus ในเซลล์ปากมดลูกจากกลุ่มประชากรในจังหวัดขอนแก่น โดยวิธี Polymerase Chain Reaction."
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2539. Print. วันชัย วัฒนศัพท์ , Wanchai Watthanasap . การตรวจหาการติดเชื้อ human papillomavirus ในเซลล์ปากมดลูกจากกลุ่มประชากรในจังหวัดขอนแก่น โดยวิธี Polymerase Chain Reaction. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2539.
|
