| ชื่อเรื่อง | : | การดัดแปรแป้งมันสำปะหลังโดยใช้โอโซน |
| นักวิจัย | : | สิทธิโชค วัลลภาทิตย์ , Sittichoke Wanlapatit |
| คำค้น | : | Biological sciences , BT-B-02-CM-B9-4701 , Oxidized starch , Ozonation , Ozone , Plant biotechnology , Plant biotechnology and related agricultural science , Sulfur dioxide , Viscosity , การฟอกซิ่ง , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย , สารฟอกสี , ออกซิไดซิ่ง , แป้งมันสำะปะหลัง , โอโซน |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/1417 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การใช้โอโซนเป็นเทคโนโลยีชนิดหนึ่งที่มีใช้ในอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลาย โดยอาศัยสมบัติในการเป็นสารฟอกสีและสารออกซิไดซิ่ง ซึ่งในกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลังจะมีการใช้สารสารฟอกสีและสารออกซิไดซิ่ง เพื่อช่วยในการฟอกสีของแป้งดิบและผลิตแป้งดัดแปร ที่เรียกว่า แป้งออกซิไดซ์ ในการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาผลของการใช้โอโซนต่อสมบัติของแป้ง เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยีสะอาด โดยศึกษาผลของความเข้มข้นน้ำแป้ง (ร้อยละ 10 ถึง 40 โดยน้ำหนัก) ปริมาณโอโซน (ความเข้มข้น 0, 5, 15, 30, 45, 60 และ 90 มิลลิกรัมโอโซนต่อกรัมแป้ง) และความเป็นกรด-ด่างของน้ำแป้ง (pH 4-9) ที่มีต่อสมบัติของแป้งมันสำปะหลัง ทั้งนี้พบว่า การใช้โอโซนจะทำให้แป้งมันสำปะหลังที่ได้มีค่าความขาว และความโปร่งใสเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าความหนืดของแป้งลดลง และเนื้อสัมผัสของเจลมีค่าความแข็งเพิ่มขึ้น เมื่อตรวจสอบโครงสร้างของแป้งที่ผ่านการให้โอโซน พบว่า แป้งที่ได้จะมีปริมาณหมู่คาร์บอนิล และคาร์บอกซิลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) เมื่อเทียบกับตัวอย่างควบคุมที่ไม่ผ่านการให้โอโซน ในขณะที่โมเลกุลของอะมิโลส และ อะมิโลเพกทินมีแนวโน้มที่จะมีขนาดเล็กลง แต่ลักษณะเม็ดแป้งและโครงสร้างผลึกจะไม่เปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงสมบัติดังกล่าวของแป้งที่ผ่านการให้โอโซนจะมีแนวโน้มที่สอดคล้องกับสมบัติของแป้งออกซิไดซ์ที่ได้จากกระบวนการดัดแปรทางเคมีที่มีความหนืดลดลงอย่างมาก แต่มีระดับการดัดแปรที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ระดับการดัดแปรแป้งด้วยโอโซนจะขึ้นอยู่กับปริมาณโอโซนที่ใช้และความเป็นกรดด่างเป็นสำคัญ โดยเมื่อปริมาณโอโซนและค่าความเป็นกรดด่างเพิ่มขึ้นระดับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความหนืดจะเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่มีในแป้ง (0 ถึง 200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมแป้งแห้ง) จะมีผลต่อระดับการเปลี่ยนแปลงความหนืดของแป้งที่ผ่านการให้โอโซนด้วย โดยที่ระดับความเข้มข้นโอโซนต่ำ (15 มิลลิกรัมโอโซนต่อกรัมแป้ง) นั้นพบว่า แป้งที่มีปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์สูง จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากผลของโอโซนน้อยกว่าแป้งที่ไม่มีซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (ความหนืดสูงสุดของแป้งที่ผ่านการให้โอโซนเท่ากับ 237 และ 367 RVU และที่ไม่ผ่านการให้โอโซนเท่ากับ 465 และ 430 RVU สำหรับแป้งที่มีปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เท่ากับ 0 และ 200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมแป้ง ตามลำดับ) ในขณะที่ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในแป้งจะไม่ส่งผลต่อการใช้โอโซนมากนัก เมื่อใช้โอโซนที่ระดับความเข้มข้นสูง คือ 90 มิลลิกรัมโอโซนต่อกรัมแป้ง (ความหนืดสูงสุดของแป้งที่ผ่านการให้โอโซนเท่ากับ 253 และ 262 RVU สำหรับแป้งที่มีปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เท่ากับ 0 และ 200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมแป้ง |
| บรรณานุกรม | : |
สิทธิโชค วัลลภาทิตย์ , Sittichoke Wanlapatit . (2548). การดัดแปรแป้งมันสำปะหลังโดยใช้โอโซน.
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. สิทธิโชค วัลลภาทิตย์ , Sittichoke Wanlapatit . 2548. "การดัดแปรแป้งมันสำปะหลังโดยใช้โอโซน".
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. สิทธิโชค วัลลภาทิตย์ , Sittichoke Wanlapatit . "การดัดแปรแป้งมันสำปะหลังโดยใช้โอโซน."
ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2548. Print. สิทธิโชค วัลลภาทิตย์ , Sittichoke Wanlapatit . การดัดแปรแป้งมันสำปะหลังโดยใช้โอโซน. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2548.
|
