ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาต้นแบบแท่นแยกการสั่นสะเทือนแบบแอคทีฟ

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาต้นแบบแท่นแยกการสั่นสะเทือนแบบแอคทีฟ
นักวิจัย : ธีระพงษ์ ว่องรัตนะไพศาล , Theeraphong Wongratanaphisan
คำค้น : Engineering and technology , Machinery , Mechanical and industrial engineering , Mechanical technology , Noise control , Vibrations , การสั่นสะเทือน , การสั่นสะเทือนทางกล , ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ , สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย , อุปกรณ์ทางการแพทย์ , แท่นแยกการสั่นสะเทือนแบบแอคทีฟ
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/211
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

กระบวนการวิเคราะห์และวิจัยทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์หลายๆ กระบวนการ เช่น การปรับตั้งอุปกรณ์ออพทิค (optical alignment) การถ่ายภาพทางชีวภาพ (bio-imaging) การผสมเทียมในหลอดแก้ว (In-vitro fertilization) การส่องกล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอน (electron microscopy) ฯลฯ เป็นกระบวนการที่ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีความละเอียดสูง ซึ่งโดยปกติจะมี sensitivity ต่อแหล่งรบกวนภายนอกสูงตามไปด้วย แหล่งรบกวนที่เป็นปัญหาหลักก็คือการสั่นสะเทือนซึ่งมาจากพื้นห้องเช่นเมื่อ คนเดินผ่าน รถวิ่งผ่าน หรือแม้การสั่นที่เกิดภายในโครงสร้างของอาคาร อุปกรณ์เหล่านี้จึงต้องถูกวางอยู่บนแท่นแยกการสั่นสะเทือนที่สามารถลดการสั่นสะเทือนที่ส่งถ่ายไปยังอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ แท่นแยกการสั่นสะเทือน จึงถือว่าเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นอย่างยิ่งต่องาน วิเคราะห์/วิจัย ทางด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์ แท่นแยกการสั่นสะเทือนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือแบบพาสซีฟ (passive) และแบบแอคทีฟ (active) แท่นแบบพาสซีฟนั้นใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่นตัวสูง เช่น ยางหรืออากาศ เป็นต้น เป็นตัวขั้นกลางระหว่างแท่นวางอุปกรณ์และพื้น ซึ่งวัสดุดังกล่าวจะทำหน้าที่กรองสัญญาญความถี่สูงไม่ให้ส่งผ่านไปยังอุปกรณ์ แท่นแบบพาสซีพนี้มีข้อดี คือ ราคาถูกเนื่องจากไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ เพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตาม แท่นแบบพาสซีฟสามารถลดการสั่นสะเทือนในช่วงความถี่สูงเท่านั้น ส่วนในช่วงความถี่ต่ำ (ประมาณ 1-10 Hz) นอกจากจะไม่สามารถลดการสั่นสะเทือนได้ อาจจะส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนที่สูงมาก (resonance) สำหรับแท่นแบบแอคทีฟนั้นมีการมีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดการสั่นสะเทือน (sensor) และเครื่องกำเนิดแรง (actuator) ซึ่งผ่านการควบคุมจากตัวควบคุมอิเล็คโทรนิกส์เพื่อส่งแรงไป ชดเชย/ลด การสั่นสะเทือนของแท่นได้ในช่วงความถี่ของสัญญาณรบกวนที่กว้างกว่าและประสิทธิภาพสูงกว่าแบบพาสซีฟ กระบวนบางอย่างที่มีความละเอียดสูงมากจำต้องใช้ควบคู่กับแท่นแบบแอคทีฟเท่านั้น ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มความต้องการการใช้งานแท่นแยกการสั่นสะเทือนในงาน ต่างๆ สูงขึ้นเนื่องจากหน่วยงานในภาครัฐ/เอกชน ตระหนักถึงความสำคัญของงาน วิเคราะห์/วิจัย ทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมากขึ้น แท่นแยกการสั่นสะเทือนที่ใช้ในประเทศไทยส่วนมากเป็นการนำเข้ามาจากต่างประเทศโดยเฉพาะจากประเทศที่มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น สหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศในยุโรป ซึ่งแท่นจากต่างประเทศมีราคาที่แพง (ประมาณ $US 2,000 ขึ้นไปสำหรับแท่นแบบพาสซีฟและ ประมาณ $US 8,000 ขึ้นไปสำหรับแบบแอคทีฟขนาดตั้งโต๊ะ ซึ่งราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีนำเข้าและค่าดำเนินการต่างๆ) ทำให้หลายๆ หน่วยงานโดยเฉพาะหน่วยงานในภาครัฐซึ่งเป็นหน่วยงานไม่มุ่งหวังกำไร จำเป็นต้องตัดงบประมาณสำหรับซื้อแท่นออกไป ส่งผลให้การปฏิบัติงานได้ผลที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาจเกิดความผิดพลาดในการทำงานของเครื่องมือ บางครั้งอาจต้องงดทำงานในช่วงเวลาที่การสั่นสะเทือนจากภายนอกมีมากซึ่งเป็น เวลาปฏิบัติงานปกติและเลี่ยงไปทำงานในช่วงเวลาอื่นแทน เหตุผลที่ทำให้แท่นแยกการสั่นสะเทือนแบบแอคทีฟมีราคาต้นที่แพงอาจเนื่องมา จาก 3 เหตุผลหลักคือ 1) อุปกรณ์นี้ถือเป็นอุปกรณ์ใช้งานเฉพาะทาง ตลาดยังค่อนข้างแคบ 2) อุปกรณ์ sensor และ actuator และตัวควบคุมที่ต้องติดตั้งเพิ่มเติมเป็นอุปกรณ์ที่มีราคาแพง 3) การควบคุมต้องอาศัยความรู้ในระดับสูง ทำให้ส่วนนี้ถือเป็น know-how ที่สามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้ผู้ผลิตได้ ส่วนในประเทศไทยตามข้อมูลที่ได้ค้นหาทางอินเทอร์เน็ตยังไม่พบว่ามีบริษัทผู้ผลิตของคนไทยที่ผลิตแท่นแบบแอคทีฟออกมาจำหน่าย เหตุผลหนึ่งคือการพัฒนาเทคโนโลยีการควบคุมในประเทศไทยยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร นอกจากกระบวนการทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์แล้ว ยังมีกระบวนการอื่นๆ อีกมากที่จำเป็นต้องอาศัยหลักความรู้ด้านการควบคุมการสั่นสะเทือน เพื่อให้การทำงานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ทางด้านอุตสาหกรรม ด้านการทหาร ด้านดาราศาสตร์ เป็นต้น ปัญหาการสั่นสะเทือนจึงเป็นปัญหาพื้นฐานสำคัญทางวิศวกรรมที่เกิดขึ้นในหลายๆ กระบวนการ ซึ่งผู้นำเสนอโครงการเห็นว่าหากสามารถพัฒนาองค์ความรู้ด้านนี้ในประเทศให้ เข้มแข็ง ก็จะเป็นการเสริมศักยภาพของการดำเนินงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยทางด้านอื่นๆ ได้มากขึ้น โครงการนี้จึงมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้พื้นฐานด้านวิศวกรรมการควบคุมระดับสูง และสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการควบคุมการสั่นสะเทือนในประเทศ โดยเลือกการศึกษาและพัฒนาแท่นแยกการสั่นสะเทือนแบบแอคทีฟ ซึ่งมีประโยชน์โดยตรงต่องานวิเคราะห์วิจัยทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์เป็นจุดเริ่ม ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับนอกเหนือจากการพัฒนาบุคลากรแล้ว ต้นแบบที่ทำงานได้จริงอาจเป็นสิ่งดึงดูดความสนใจในการลงทุนจากภาคเอกชนในอนาคต

บรรณานุกรม :
ธีระพงษ์ ว่องรัตนะไพศาล , Theeraphong Wongratanaphisan . (2552). การพัฒนาต้นแบบแท่นแยกการสั่นสะเทือนแบบแอคทีฟ.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
ธีระพงษ์ ว่องรัตนะไพศาล , Theeraphong Wongratanaphisan . 2552. "การพัฒนาต้นแบบแท่นแยกการสั่นสะเทือนแบบแอคทีฟ".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
ธีระพงษ์ ว่องรัตนะไพศาล , Theeraphong Wongratanaphisan . "การพัฒนาต้นแบบแท่นแยกการสั่นสะเทือนแบบแอคทีฟ."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2552. Print.
ธีระพงษ์ ว่องรัตนะไพศาล , Theeraphong Wongratanaphisan . การพัฒนาต้นแบบแท่นแยกการสั่นสะเทือนแบบแอคทีฟ. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2552.