| ชื่อเรื่อง | : | การนำเสนอรูปแบบกระบวนการพัฒนาประชาสังคมสำหรับสภาวัฒนธรรมจังหวัด |
| นักวิจัย | : | กาสัก เต๊ะขันหมาก |
| คำค้น | : | วัฒนธรรม , สภาวัฒนธรรมจังหวัด , การเรียนรู้ , ประชาสังคม |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ชนิตา รักษ์พลเมือง , นันทสาร สีสลับ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | 9743314776 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12318 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541 การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบกระบวนการพัฒนาประชาสังคมเพื่อการดำเนินงานวัฒนธรรมของสภาวัฒนธรรมจังหวัด และศึกษาความเป็นไปได้และปัจจัยเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง โดยเลือกสภาวัฒนธรรมจังหวัด 6 แห่งเป็นกรณีศึกษาคือเชียงราย ลพบุรี นครปฐม สุโขทัย น่าน และนนทบุรี ใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจและเชิงคุณภาพ โดยวิธีการศึกษาเอกสาร สัมภาษณ์กลุ่ม สังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม และการศึกษาความคิดเห็นจากเครือข่ายเครือญาติภาคีสมาชิก และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม ด้านกระบวนการเรียนรู้ และด้านการพัฒนาประชาสังคม รูปแบบกระบวนการพัฒนาประชาสังคมสำหรับสภาวัฒนธรรมจังหวัดที่นำเสนอ ได้รับการตรวจสอบความเป็นไปได้และปัจจัยเงื่อนไขจากกลุ่มผู้กำหนดนโยบายในการดำเนินงานวัฒนธรรม และกลุ่มผู้ปฏิบัติงานในการพัฒนาประชาสังคมสำหรับสภาวัฒนธรรมจังหวัด ผลการวิจัยพบว่า 1. การเกิดขึ้นของประชาสังคมสำหรับสภาวัฒนธรรมจังหวัดนอกจากจะเกิดจากการส่งเสริมและสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติแล้ว สิ่งสำคัญคือความตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของงานวัฒนธรรมของหน่วยงาน และองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคชุมชน ภาคธุรกิจและภาควิชาการที่มาร่วมกันปรึกษาหารือและตกลงจัดตั้งสภาวัฒนธรรมจังหวัดขึ้น โดยมีการกำหนดวัตถุประสงค์ ข้อตกลงร่วมกัน และมีกรรมการบริหารเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินงาน 2. ประชาสังคมเพื่อการดำเนินงานวัฒนธรรมของสภาวัฒนธรรม สามารถพัฒนา ขยายและดำรงอยู่จนสามารถรับผิดชอบการดำเนินงานวัฒนธรรมของท้องถิ่นและของจังหวัดได้ โดย 2.1 การสร้างเครือข่ายเครือญาติภาคีสมาชิกทั้งในแนวตั้งและแนวนอนให้สามารถ "ถักทอ" และ "เชื่อมโยง" กันได้อย่างแข็งแรง และจัดโครงสร้างการบริหารให้สอดรับกับชีวิตวัฒนธรรม จนสร้างจิตสำนึกและความมั่นใจในการดำเนินงานวัฒนธรรม เกิดการรวมตัวกัน และมีการเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายดำเนินงานวัฒนธรรม 2.2 การมีกระบวนการเพื่อให้สามารถดำเนินงานวัฒนธรรมได้ ซึ่งประกอบด้วย (1) กระบวนการทางวัฒนธรรม ได้แก่ กระบวนการถ่ายทอดวัฒนธรรม กระบวนการสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมและกระบวนการปรับปรนทางวัฒนธรรม (2) กระบวนการเรียนรู้ ได้แก่ การจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง การประชุมสัมมนา การศึกษาดูงาน การใช้สื่อและสื่อสารมวลชน โดยมีลักษณะเป็นกระบวนการกลุ่ม การดำเนินงานวัฒนธรรมจริง จากปัญหาในชีวิตจริงและเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย (3) กระบวนการจัดการ ได้แก่ การสร้างและจูงใจให้ดำเนินงานวัฒนธรรมตามภาระหน้าที่และรวมตัวกันเป็นสภาวัฒนธรรมจังหวัด การจัดลำดับความสำคัญของวัตถุประสงค์ การปรับตัวเข้ามาซึ่งกันและกัน และการจัดรูปแบบความสัมพันธ์ในแนวนอนมากกว่าแนวตั้ง 3. ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง คือ 3.1 ปัจจัยภายใน ได้แก่ ผู้นำซึงเป็นประธานและคณะกรรมการบริหาร การประชุมปรึกษาหารือกันเป็นเนืองนิจ การขยายและเชื่อมโยงเครือข่ายเครือญาติ การดำเนินงานวัฒนธรรมที่แก้ปัญหาและพัฒนาวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น การมีส่วนร่วมของเครือข่ายเครือญาติาภาคีสมาชิกและประชาชน และการมีกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัด 3.2 ปัจจัยภายนอก ได้แก่ การส่งเสริมและสนับสนุนจากนโยบายของรัฐ และจากองค์กรเกี่ยวข้อง |
| บรรณานุกรม | : |
กาสัก เต๊ะขันหมาก . (2541). การนำเสนอรูปแบบกระบวนการพัฒนาประชาสังคมสำหรับสภาวัฒนธรรมจังหวัด.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กาสัก เต๊ะขันหมาก . 2541. "การนำเสนอรูปแบบกระบวนการพัฒนาประชาสังคมสำหรับสภาวัฒนธรรมจังหวัด".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กาสัก เต๊ะขันหมาก . "การนำเสนอรูปแบบกระบวนการพัฒนาประชาสังคมสำหรับสภาวัฒนธรรมจังหวัด."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541. Print. กาสัก เต๊ะขันหมาก . การนำเสนอรูปแบบกระบวนการพัฒนาประชาสังคมสำหรับสภาวัฒนธรรมจังหวัด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2541.
|
