ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประยุกต์ใช้การวิเคราะห์แบบฟอลท์ทรีสำหรับการวิเคราะห์สาเหตุ ในการประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้ครู

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประยุกต์ใช้การวิเคราะห์แบบฟอลท์ทรีสำหรับการวิเคราะห์สาเหตุ ในการประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้ครู
นักวิจัย : อมรรัตน์ คำแดง
คำค้น : การประเมินความต้องการจำเป็น , ครู
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุวิมล ว่องวาณิช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : 9746364979 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11981
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประยุกต์ใช้การวิเคราะห์แบบฟอลท์ทรีและศึกษาความเหมาะสม จากการประยุกต์ใช้การวิเคราะห์แบบฟอลท์ทรีสำหรับการวิเคราะห์สาเหตุในการประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้ครู กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ได้แก่ ครูผู้สอนและผู้บริหารโรงเรียนที่ปฏิบัติงานอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านการนิเทศการศึกษา การดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ 1) การประเมินความต้องการจำเป็นใช้กระบวนการประเมินความต้องการจำเป็นแบบสมบูรณ์ ได้แก่ การสำรวจความต้องการจำเป็นโดยใช้แบบสอบถาม การจัดเรียงลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นโดยใช้เทคนิคกระบวนการให้น้ำหนักรายคู่ และการวิเคราะห์สาเหตุของความต้องการจำเป็น โดยใช้การวิเคราะห์แบบฟอลท์ทรี 2) การศึกษาความเหมาะสมจากการประยุกต์ใช้เทคนิคการวิเคราะห์แบบฟอลท์ทรีโดยการศึกษาความคิดเห็นของผู้มีส่วนร่วมในการใช้เทคนิคการวิเคราะห์แบบฟอลท์ทรี และศึกษาระดับความสอดคล้องของสาเหตุโดยการเปรียบเทียบผลที่ได้รับกับผลการสังเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา ผลการวิจัยพบว่า การสำรวจความต้องการจำเป็นเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้ครูมีความต้องการจำเป็นทั้งในส่วนของกระบวนการใช้ครูและผลผลิตที่เกิดขึ้นกับตัวครู ความต้องการจำเป็นที่มีลำดับความสำคัญสูงสุด คือการนิเทศจากภายนอกมีการดำเนินการอย่างไม่สม่ำเสมอ ซึ่งมีสาเหตุมาจากความจำกัดของงบประมาณ นอกจากนี้ยังพบว่าการวิเคราะห์แบบฟอลท์ทรีมีความเหมาะสมสำหรับการประยุกต์ใช้เพื่อการวิเคราะห์สาเหตุในทางการศึกษา สามารถปฏิบัติได้ไม่ยากนัก ผู้มีส่วนร่วมในการใช้มีความพึงพอใจในการใช้ และสาเหตุที่พบส่วนใหญ่มีความสอดคล้องกับทัศนะของผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษาค่อนข้างมาก แต่มีความสอดคล้องน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับผลที่ได้จากการศึกษาเอกสาร

บรรณานุกรม :
อมรรัตน์ คำแดง . (2539). การประยุกต์ใช้การวิเคราะห์แบบฟอลท์ทรีสำหรับการวิเคราะห์สาเหตุ ในการประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้ครู.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อมรรัตน์ คำแดง . 2539. "การประยุกต์ใช้การวิเคราะห์แบบฟอลท์ทรีสำหรับการวิเคราะห์สาเหตุ ในการประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้ครู".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อมรรัตน์ คำแดง . "การประยุกต์ใช้การวิเคราะห์แบบฟอลท์ทรีสำหรับการวิเคราะห์สาเหตุ ในการประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้ครู."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539. Print.
อมรรัตน์ คำแดง . การประยุกต์ใช้การวิเคราะห์แบบฟอลท์ทรีสำหรับการวิเคราะห์สาเหตุ ในการประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้ครู. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2539.