| ชื่อเรื่อง | : | การปรับปรุงผิวทางเดิมที่ชำรุดโดยวิธีเทคนิคหมุนเวียนวัสดุทางเดิมมาใช้ใหม่ |
| นักวิจัย | : | สุขสันติ์ หอพิบูลสุข |
| คำค้น | : | ปรับปรุงผิวทางเดิมที่ชำรุด |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2550 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4850043 , http://research.trf.or.th/node/3118 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้ศึกษาการพัฒนากำลังอัดของดินเม็ดหยาบทั้งในห้องปฏิบัติการและในสนาม แบบจำลองจากการสังเกตเพื่อใช้ในการทำนายกำลังอัดของดินซีเมนต์ในห้องปฏิบัติการและในสนาม ได้ถูกนำเสนอ แบบจำลองนี้แบ่งแยกออกเป็นด้านแห้งและด้านเปียกของปริมาณความชื้นเหมาะสม ที่ ปริมาณความชื้นเหมาะสมและด้านเปียก กำลังอัดของดินซีเมนต์บดอัดที่อายุบ่มหนึ่งๆ แปรผันตาม ปริมาณน้ำต่อปริมาณซีเมนต์ ซึ่งเป็นตัวแปรที่สะท้อนอิทธิพลของปริมาณความชื้นและปริมาณซีเมนต์ ความสัมพันธ์ระหว่างกำลังอัดและปริมาณความชื้นถูกสมมติให้มีลักษณะสมมาตรในช่วงปริมาณ ความชื้น 80-120 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณความชื้นเหมาะสม แบบจำลองที่นำเสนอนี้มีประโยชน์ในการ ทำนายกำลังอัด เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของปริมาณความชื้น ปริมาณซีเมนต์ และอายุบ่ม โดยอาศัย ผลทดสอบเพียงผลทดสอบเดียว จากการศึกษาในสนาม พบว่ากำลังอัดของดินซีเมนต์ที่ผสมและบดอัดในสนาม (qufr) มีค่าต่ำ กว่ากำลังอัดของดินซีเมนต์ที่เตรียมในห้องปฏิบัติการ (qul) ภายใต้หน่วยน้ำหนักแห้ง ปริมาณน้ำต่อ ปริมาณซีเมนต์ และอายุบ่มเดียวกัน โดยที่ อัตราส่วน qufr/qul มีค่าระหว่าง 50 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ความ ไม่สม่ำเสมอของการผสมดินเข้ากับซีเมนต์เป็นผลให้ค่าอัตราส่วนระหว่างกำลังอัดของดินซีเมนต์ที่ผสม ในสนามและบดอัดในห้องปฏิบัติการและกำลังอัดของดินซีเมนต์ที่เตรียมในห้องปฏิบัติการ (qufh/qul) มี ค่าระหว่าง 0.75 ถึง 1.2 ข้อมูลส่วนใหญ่แสดงว่ากำลังอัดของดินซีเมนต์ที่ผสมและบดอัดในสนามมีค่า ระหว่าง 55 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ของกำลังอัดที่ผสมในสนามและบดอัดในห้องปฏิบัติการ ความแตกต่าง ของกำลังอัดนี้อาจเกิดเนื่องมาจากการบดอัดและสภาพการบ่มที่แตกต่างกันในสนามและใน ห้องปฏิบัติการ จากผลทดสอบในสนามและแบบจำลองจากการสังเกต งานวิจัยนี้ได้นำเสนอขั้นตอน การปรับปรุงถนนที่ชำรุดด้วยเทคนิคการหมุนเวียนวัสดุชั้นทางเดิมมาใช้ใหม่ ซึ่งประกอบด้วยการ ประมาณปริมาณซีเมนต์ การทำงานในสนาม และการตรวจสอบกำลังอัดของดินซีเมนต์ในสนาม ขั้นตอนที่นำเสนอนี้สามารถช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเก็บตัวอย่างและการทดสอบใน ห้องปฏิบัติการ Laboratory and field strength development of cement stabilized coarse-grained soils are studied in this research. A phenomenological model to assess the laboratory strength development is developed. The model is divided into the dry and the wet sides of optimum water content. At the optimum and on the wet side of optimum, the strength development in cement stabilized soils at a particular curing time is dependent only upon the soil-water/cement ratio, w/C, which can reflect the combined effects of water content and cement content. It is moreover premised that the relationship between strength and water content is symmetrical for water content ranging from 0.8 to 1.2 times optimum moisture content. The proposed model is useful for assessing the strength development wherein water content, cement content and curing time vary over a wide range. Only the test result of a single laboratory trial is needed. From the field study, it is found that the field roller-compacted strength, qufr is lower than the laboratory strength, qul under the same dry unit weight, soil-water/cement ratio and curing time due to several field factors. The ratio qufr/qul varies from 50 to 100%. Non-uniformity in mixing soil with cement is realized by the ratio of field handcompacted strength to laboratory strength, qufh/qufh ranging from 0.75 to 1.2. For most data, the field roller-compacted strength is 55 to 100% the field hand-compacted strength. This might be caused by the difference in compaction method and curing condition between laboratory and field stabilization. From this field observation and the proposed model, a practical procedure for repairing damaged roads using the pavement recycling technique is introduced. The procedure consists of the determination of cement content, the execution of the field stabilization and the examination of the field strength. It can save on sampling and laboratory testing and hence cost. |
| บรรณานุกรม | : |
สุขสันติ์ หอพิบูลสุข . (2550). การปรับปรุงผิวทางเดิมที่ชำรุดโดยวิธีเทคนิคหมุนเวียนวัสดุทางเดิมมาใช้ใหม่.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สุขสันติ์ หอพิบูลสุข . 2550. "การปรับปรุงผิวทางเดิมที่ชำรุดโดยวิธีเทคนิคหมุนเวียนวัสดุทางเดิมมาใช้ใหม่".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สุขสันติ์ หอพิบูลสุข . "การปรับปรุงผิวทางเดิมที่ชำรุดโดยวิธีเทคนิคหมุนเวียนวัสดุทางเดิมมาใช้ใหม่."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2550. Print. สุขสันติ์ หอพิบูลสุข . การปรับปรุงผิวทางเดิมที่ชำรุดโดยวิธีเทคนิคหมุนเวียนวัสดุทางเดิมมาใช้ใหม่. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2550.
|
