| ชื่อเรื่อง | : | ผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประกอบอุปกรณ์การเรียน ที่มีต่อความเข้าใจเรื่อง "แรงเสียดทาน" ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 |
| นักวิจัย | : | พรนิภา ศิลป์ประคอง |
| คำค้น | : | คอมพิวเตอร์ช่วยการสอน , แรงเสียดทาน , วิทยาศาสตร์ -- การศึกษาและการสอน (มัธยมศึกษา) , ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วชิราพร อัจฉริยโกศล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | 9743319875 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11775 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความเข้าใจ เรื่อง "แรงเสียดทาน" ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประกอบอุปกรณ์การเรียน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2541 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี จำนวน 90 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 45 คน โดยวิธีสุ่มกลุ่มตัวอย่างอย่างง่าย กลุ่มทดลอง เป็นนักเรียนกลุ่มที่เรียน เรื่อง "แรงเสียดทาน" ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประกอบอุปกรณ์การเรียน กลุ่มควบคุม เป็นนักเรียนกลุ่มที่เรียน เรื่อง "แรงเสียดทาน" ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนปกติ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนทั้ง 2 โปรแกรมนี้มีเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนเหมือนกันทุกประการ ยกเว้นในส่วนกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนมีประสบการณ์การทดลองแตกต่างกัน โปรแกรมหนึ่งมีชุดอุปกรณ์เชิงวิทยาศาสตร์ที่นำมาเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมที่เรียกว่า Control Lab ควบคุมการทำงาน ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ได้รับการออกแบบให้สามารถโต้ตอบกับนักเรียนได้ ทำให้นักเรียนได้ปฏิบัติการทดลองทางวิทยาศาสตร์ได้สังเกตและสัมผัสปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงจากการทดลองทุกขั้นตอน ส่วนอีกโปรแกรมหนึ่งเป็นบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนปกติ นักเรียนได้สังเกตกิจกรรมแบบต่างๆ เช่นเดียวกับกิจกรรมในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประกอบอุปกรณ์การเรียนและเรียนได้จากหน้าจอภาพ ซึ่งกิจกรรมที่ปรากฏบนจอภาพนั้นจำลองมาจากกิจกรรมประกอบอุปกรณ์การเรียนทุกกิจกรรม บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้มี ประสิทธิภาพ 97.17/91.67 ส่วนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความเข้าใจมีค่าความเชื่อมั่น .87 วิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมได้โดยวิธีทางสถิติ t-test ที่ระดับ .05 ผลการวิจัยสรุปได้ว่า นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประกอบอุปกรณ์การเรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความเข้าใจสูงกว่านักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ |
| บรรณานุกรม | : |
พรนิภา ศิลป์ประคอง . (2541). ผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประกอบอุปกรณ์การเรียน ที่มีต่อความเข้าใจเรื่อง "แรงเสียดทาน" ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พรนิภา ศิลป์ประคอง . 2541. "ผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประกอบอุปกรณ์การเรียน ที่มีต่อความเข้าใจเรื่อง "แรงเสียดทาน" ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พรนิภา ศิลป์ประคอง . "ผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประกอบอุปกรณ์การเรียน ที่มีต่อความเข้าใจเรื่อง "แรงเสียดทาน" ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541. Print. พรนิภา ศิลป์ประคอง . ผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประกอบอุปกรณ์การเรียน ที่มีต่อความเข้าใจเรื่อง "แรงเสียดทาน" ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2541.
|
