| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางการพัฒนาที่ตั้งและโครงข่ายท่าข้าว : กรณีศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง |
| นักวิจัย | : | สร้อยสุข พงษ์พูล |
| คำค้น | : | ท่าข้าว -- ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) , ข้าว -- การค้า , ข้าว -- การตลาด |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | บรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | 9746357662 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11212 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ผ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540 เพื่อศึกษาปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดที่ตั้งและโครงข่ายท่าข้าว ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญและมุกดาหาร โดยสรุปและเสนอแนะพื้นที่ที่เหมาะสมกับการจัดตั้งเป็นศูนย์กลางของท่าข้าว ระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่น สำหรับปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดที่ตั้งและโครงข่ายท่าข้าว ได้จากการศึกษาปัจจัยจากทฤษฎีแหล่งที่ตั้ง งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับตลาดข้าวจากหน่วยงานภาครัฐบาลและเอกชน รวมทั้งการศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับท่าข้าวในภูมิภาคอื่น สรุปเป็นปัจจัยที่ใช้กำหนดที่ตั้งและโครงข่ายท่าข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ผลการศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดที่ตั้งท่าข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จะประกอบด้วย ปัจจัยด้านแหล่งที่ตั้ง ปัจจัยด้านแรงงาน ปัจจัยด้านการคมนาคม ปัจจัยด้านโรงสี ปัจจัยด้านการบริการขั้นพื้นฐาน ปัจจัยด้านตลาดส่งออก ปัจจัยด้านท่าเรือ ปัจจัยด้านขอบเขตตลาด ปัจจัยด้านการรวมกลุ่มของเกษตรกร ปัจจัยด้านการสื่อสาร และปัจจัยด้านสถาบันการเงิน ปัจจัยทั้งหมด ถูกนำมาลำดับความสำคัญ โดยจัดทำแบบสอบถามความต้องการของกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ศึกษาทั้ง 9 จังหวัด ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มเกษตรกร จำนวน 120 ราย กลุ่มผู้ประกอบการโรงสีข้าว จำนวน 32 ราย กลุ่มผู้ประกอบกิจการตลาดข้าว จำนวน 7 ราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตลาดข้าว จำนวน 80 ราย จำแนกเป็นพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 27 ราย เจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัด จำนวน 34 รายและเจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัด จำนวน 19 ราย รวมแบบสอบถามทั้งหมด 239 ราย ข้อมูลจากการจัดลำดับความสำคัญโดยกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ศึกษาจะถูกแปลงเป็นค่าน้ำหนัก เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่ โดยการเฉลี่ยอัตราส่วนร้อยละของแต่ละปัจจัย พร้อมกับการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในพื้นที่ศึกษา ปรับฐานข้อมูลให้เป็นฐานเดียวกันโดยใช้ค่ามาตรฐาน นำมาให้ค่าน้ำหนักตามลำดับความสำคัญของปัจจัย สรุปเป็นที่ตั้งและโครงข่ายท่าข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ผลการวิจัยพบว่า จังหวัดที่มีศักยภาพสูงที่สุด คือ จังหวัดนครราชสีมา รองลงมา คือ จังหวัดอุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ชัยภูมิ ยโสธร อำนาจเจริญและมุกดาหาร ซึ่งจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดอุบลราชธานี เหมาะสมในการจัดตั้งเป็นศูนย์กลางท่าข้าวระดับภูมิภาค โดยมีอำเภอเมืองของแต่ละจังหวัด มีศักยภาพสูงที่สุดในการจัดตั้งเป็นศูนย์กลางท่าข้าวในระดับท้องถิ่น |
| บรรณานุกรม | : |
สร้อยสุข พงษ์พูล . (2540). แนวทางการพัฒนาที่ตั้งและโครงข่ายท่าข้าว : กรณีศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สร้อยสุข พงษ์พูล . 2540. "แนวทางการพัฒนาที่ตั้งและโครงข่ายท่าข้าว : กรณีศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สร้อยสุข พงษ์พูล . "แนวทางการพัฒนาที่ตั้งและโครงข่ายท่าข้าว : กรณีศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print. สร้อยสุข พงษ์พูล . แนวทางการพัฒนาที่ตั้งและโครงข่ายท่าข้าว : กรณีศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.
|
