| ชื่อเรื่อง | : | ความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับอำเภอ จังหวัดนนทบุรี ต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน |
| นักวิจัย | : | ปัญญวดี สาทิพจันทร์ |
| คำค้น | : | เจ้าหน้าที่สาธารณสุข , ผู้ป่วยจิตเวช -- การฟื้นฟูสมรรถภาพ , จิตเวชศาสตร์ -- การฟื้นฟูสมรรถภาพ , จิตเวชศาสตร์ชุมชน , สุขภาพจิตชุมชน, การบริการ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ทัสสนี นุชประยูร , สมรัตน์ เลิศมหาฤทธิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | 9741730799 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10938 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545 ในปี พ.ศ. 2539-2543 ทั่วประเทศไทยมีผู้เข้ารับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตเวช กว่า 1,000,000 รายทุกปี การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับอำเภอ จังหวัดนนทบุรี ต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา เก็บข้อมูลระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2546 กลุ่มตัวอย่างเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับอำเภอที่ปฏิบัติงานสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี มีผู้ตอบกลับแบบสอบถามชนิดตอบด้วยตนเอง 437 คนจากทั้งหมด 557 คน (ร้อยละ 78.5) ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบกลับส่วนใหญ่เป็นหญิง ร้อยละ 81.5 อายุระหว่าง 21-40 ปี (ร้อยละ 75.3) สถานภาพสมรส ร้อยละ 53.5 การศึกษาระดับปริญญาตรี ร้อยละ 65.4 ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพและนักวิชาการสาธารณสุข (ร้อยละ 34.1 และ 27.5) อายุราชการโดยเฉลี่ย 13.25 ปี ปฏิบัติงานในสถานีอนามัยและโรงพยาบาลชุมชน (ร้อยละ 44.9 และ 33.9) เคยได้รับการอบรมด้านสุขภาพจิต ร้อยละ 53.4 และไม่มีประสบการณ์ในการดูแลและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยเรื้อรัง / ผู้ป่วยจิตเวช ร้อยละ 55.2 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับอำเภอมากกว่า ร้อยละ 50 ให้คะแนนความสำคัญสูงมากถึงมากที่สุด (4 และ 5 คะแนน) จำนวน 14 จาก 51 กิจกรรมใน 7 ด้าน โดย 3 อันดับแรก ได้แก่ ครอบครัวยอมรับผู้ป่วย มีระบบส่งต่อ-ส่งกลับ และช่วยผู้ป่วยในการปรับตัว สำหรับการให้คะแนนต่อปริมาณการดำเนินกิจกรรมจะพบว่าคะแนนต่ำกว่าความสำคัญ อย่างชัดเจน ทั้ง 51 กิจกรรม โดย เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าการให้ความสำคัญต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชทางสังคม มากที่สุด (คะแนนเฉลี่ย 3.51) และการให้ความสำคัญต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชทางอาชีพน้อยที่สุด (คะแนนเฉลี่ย 3.06) ส่วนปริมาณการดำเนินกิจกรรม พบว่า คะแนนเฉลี่ยกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชทางการแพทย์ มากที่สุด (2.36) และมีการดำเนินกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชทางอาชีพ น้อยที่สุด (0.92) นอกจากนั้นยังพบว่าผู้เคยดูแลผู้ป่วยให้คะแนนเฉลี่ยสูงกว่าผู้ไม่เคยดูแลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติสูง (p<0.05) ในเกือบทุกด้าน ส่วนผู้เคยอบรมมีค่าเฉลี่ยแตกต่างจากผู้ไม่เคยอบรมอย่างมีนัยสำคัญ เพียง ด้านการแพทย์และด้านสังคม นอกจากนี้ยังพบว่า เพศ ตำแหน่ง การเคยอบรมทางด้านสุขภาพจิตและดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง / จิตเวชที่แตกต่างกันมีผลต่อการให้ความสำคัญต่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวช และพบว่า เพศ อายุ การศึกษา อายุราชการ หน่วยงาน การเคยอบรมทางด้านสุขภาพจิตและดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง/จิตเวชที่แตกต่างกันมีผลต่อการดำเนินกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวช จากผลการศึกษานี้ กิจกรรมที่ได้รับคะแนนความสำคัญมากจากผู้ตอบส่วนใหญ่ ควรได้รับการพิจารณาเบื้องต้นเป็นกิจกรรมหลักของเกณฑ์มาตรฐานการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวช และยังสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดการฝึกอบรม การวางแผน พัฒนาการดำเนินการ การกำกับและประเมินผลในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชและผู้ป่วยเรื้อรังในชุมชน ให้ตรงกับความต้องการของชุมชน อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
ปัญญวดี สาทิพจันทร์ . (2545). ความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับอำเภอ จังหวัดนนทบุรี ต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปัญญวดี สาทิพจันทร์ . 2545. "ความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับอำเภอ จังหวัดนนทบุรี ต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปัญญวดี สาทิพจันทร์ . "ความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับอำเภอ จังหวัดนนทบุรี ต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print. ปัญญวดี สาทิพจันทร์ . ความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับอำเภอ จังหวัดนนทบุรี ต่อกิจกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.
|
