| ชื่อเรื่อง | : | การแยกเชื้อสเตรปโตคอคคัสสายพันธุ์ที่สร้างสารต่อต้านจุลชีพ จากน้ำนมดิบ |
| นักวิจัย | : | ณัฐพร อุทัยรัตน์ |
| คำค้น | : | สารต้านจุลชีพ , น้ำนม -- จุลชีววิทยา , สเตรปโตคอคคัส |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ศิริรัตน์ เร่งพิพัฒน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | 9746349988 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10171 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539 แยก Streptococcus spp. สายพันธุ์ที่สร้างสารต่อต้านจุลชีพจากน้ำนมดิบ จากฟาร์ม 4 แห่ง ได้ 38 สายพันธุ์ สามารถจัดจำแนกได้เป็น Streptococcus uberis 15 สายพันธุ์, Streptococcus sorbrinus 13 สายพันธุ์, Streptococcus lactis 6 สายพันธุ์, Streptococcus agalactiae 4 สายพันธุ์, การทดสอบความสามารถในการยับยั้งการเจริญของเชื้อทดสอบ 7 ชนิด ได้แก่ Bacillus cereus, Escherichia coli, Listeria monocytogenes, Pseudomonas aeruginosa, Salmonella typhi, Salmonella typhimurium และ Staphylococcus aureus พบว่าส่วนน้ำเลี้ยงเชื้อที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง เท่ากับ 5.0-5.5 Streptococcus spp. ทุกสายพันธุ์สามารถหน่วงเหนี่ยวการเจริญของเชื้อทดสอบบนอาหารแข็งได้เพียงชนิดเดียว คือ S. aureus เมื่อวัดความกว้างของบริเวณยับยั้งบนอาหารแข็งและดูผลของการเกิดเคิร์ด สามารถคัดเลือกเชื้อ Streptococcus spp. ได้ 3 สายพันธุ์ คือ St. sp. สายพันธุ์ TD 1, St.sp. สายพันธุ์ TD 3 และ St.sp. สายพันธุ์ NO2 เมื่อทดสอบความสามารถในการหน่วงเหนี่ยวการเจริญของเชื้อทดสอบโดยใช้น้ำเลี้ยงเชื้อ St.spp. ทั้ง 3 สายพันธุ์ ที่ปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง เท่ากับ 6.5 โดยวิธีการทดสอบในอาหารเหลว พบว่าเชื้อ St.sp.สายพันธุ์TD 1 และ St.sp. สายพันธุ์ TD 3 สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อทดสอบทั้ง 7 ชนิด ได้ดีกว่าเชื้อ St.sp. สายพันธุ์ NO2 เมื่อเปรียบเทียบระยะเวลาในการเพิ่มจำนวนเป็น 2 เท่า (doubling time) ของเชื้อ St. sp. สายพันธุ์ TD 1 และ St.sp. สายพันธุ์ TD 3 พบว่าเชื้อ St.sp.สายพันธุ์ TD 1 เจริญได้เร็วกว่า St. sp. สายพันธุ์ TD 3 เล็กน้อย การทำสารต่อต้านจุลชีพกึ่งบริสุทธิ์ของน้ำเลี้ยงเชื้อ St.sp. สายพันธุ์TD 1 พบว่าสารต่อต้านจุลชีพที่ตกตะกอนด้วยแอมโมเนียมซัลเฟต ความเข้มข้น 70 - 80% (น้ำหนักต่อปริมาตร) สามารถหน่วงเหนี่ยวการเจริญของเชื้อทดสอบได้ดีที่สุด และเมื่อนำสารต่อต้านจุลชีพที่ได้จากการตกตะกอนด้วยแอมโมเนียมซัลเฟด 70 - 80% ไปทำให้บริสุทธิ์ โดยการทำโครมาโตกราฟิแบบต่อเนื่องด้วยคอลัมน์ ซีเอ็ม-เซลลูโลส และคอลัมน์เซฟาเด็กซ์ จี-50 พบว่าสารต่อต้านจุลชีพที่ผ่านออกมาจากคอลัมน์ ซีเอ็ม-เซลลูโลส สามารถหน่วงเหนี่ยวความเจริญของเชื้อทดสอบได้ใกล้เคียงกันทั้ง 2 ส่วน (ลำดับส่วนที่ 9 - 12 และ ลำดับส่วนที่ 62 - 64) แต่ไม่สามารถทำให้บริสุทธิ์ได้ด้วยคอลัมน์ เซฟาเด็กซ์ จี - 50 เมื่อตรวจสอบชนิดและขนาดของสารต่อต้านจุลชีพโดยวิธีอิเล็กโทรโฟริซิสด้วยโซเดียมโดเดซิลซัลเฟตโพลีอะคริลาไมด์เจล พบว่าสารต่อต้านจุลชีพของเชื้อ St.sp. สายพันธุ์ TD 1 น่าจะเป็นสารพวกไลโพโปรตีน (Lipoprotien) ที่มีน้ำหนักโมเลกุลประมาณ 1,100 ดาลตัน |
| บรรณานุกรม | : |
ณัฐพร อุทัยรัตน์ . (2539). การแยกเชื้อสเตรปโตคอคคัสสายพันธุ์ที่สร้างสารต่อต้านจุลชีพ จากน้ำนมดิบ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ณัฐพร อุทัยรัตน์ . 2539. "การแยกเชื้อสเตรปโตคอคคัสสายพันธุ์ที่สร้างสารต่อต้านจุลชีพ จากน้ำนมดิบ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ณัฐพร อุทัยรัตน์ . "การแยกเชื้อสเตรปโตคอคคัสสายพันธุ์ที่สร้างสารต่อต้านจุลชีพ จากน้ำนมดิบ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539. Print. ณัฐพร อุทัยรัตน์ . การแยกเชื้อสเตรปโตคอคคัสสายพันธุ์ที่สร้างสารต่อต้านจุลชีพ จากน้ำนมดิบ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2539.
|
