| ชื่อเรื่อง | : | การคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาในคดีอาญา มิให้ต้องรับสารภาพโดยไม่สมัครใจ |
| นักวิจัย | : | ปิยวรรณ ดีนาน |
| คำค้น | : | การรับสารภาพ , สิทธิผู้ต้องหา -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ , ผู้ต้องหา , การสอบสวนคดีอาญา , รัฐธรรมนูญ -- ไทย , วิธีพิจารณาความอาญา -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ -- ไทย |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วีระพงษ์ บุญโญภาส , กุลพล พลวัน , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | 9741721226 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10378 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545 "คำรับสารภาพ" เป็นการให้การปรักปรำตนเองอย่างหนึ่งที่มีผลทางกฎหมาย ทำให้ผู้รับสารภาพอาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้ และเป็นพยานบอกเล่าประเภทหนึ่งที่ศาลสามารถรับฟังมาลงโทษจำเลยได้ ถ้ามีพยานหลักฐานแวดล้อมประกอบ ทำให้คำรับสารภาพของผู้ต้องหาถูกละเมิดอยู่เสมอในชั้นสอบสวน ทั้งๆ ที่มีกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์คุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา ในเรื่องคำรับสารภาพอยู่แล้วว่า คำรับสารภาพของผู้ต้องหาต้องไม่เกิดจากความไม่สมัครใจคือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่คุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา ตามที่เป็นหลักสากลที่นานาประเทศยอมรับ ในต่างประเทศรัฐพยายามคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาอย่างกว้างขวาง แม้รัฐธรรมนูญจะไม่ได้เขียนไว้อย่างชัดเจนก็ตาม แต่ศาลฎีกาก็พยายามตีความของคำสารภาพที่ไม่สมัครใจให้กว้างมาก โดยยึดหลักการว่าถ้าเป็นคำรับสารภาพที่ไม่สมัครใจแล้ว จะไม่รับฟังพยานหลักฐานที่เป็นคำสารภาพนั้น รวมถึงพยานหลักฐานอื่นที่ได้มาจากคำสารภาพที่ไม่สมัครใจ รวมถึงพยายามแก้ปัญหาจากพฤติการณ์ก่อนที่ผู้ต้องหาจะให้การด้วยว่า ต้องได้รับการแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ครบถ้วนจากเจ้าพนักงานก่อน หากเจ้าพนักงานไม่ปฏิบัติตามก็ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ต้องหา โดยเฉพาะสิทธิในการมีทนายเป็นผู้ช่วยเหลือ แนวทางการต่อรองคำรับสารภาพ รวมถึงการกันผู้ต้องหาไว้เป็นพยานเพื่อเข้ามาช่วยให้ กระบวนการตรวจสอบคำให้การให้เป็นไปด้วยความสมัครใจ สำหรับประเทศไทยนั้นจากการศึกษาจะเห็นว่า มีกฎหมายรองรับการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาอยู่แล้ว ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่ยังมีช่องว่างจากการที่ระบบกฎหมายของประเทศไทย แยกการสอบสวนจากการฟ้องร้อง เมื่อถึงกระบวนการฟ้องร้องก็ไม่มีการเข้าร่วม เข้ามาตรวจสอบโดยศาลในชั้นไต่สวนมูลฟ้องของพนักงานอัยการอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เห็นว่าขาดกระบวนการคานอำนาจโดยองค์กรของรัฐที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการยุติธรรมในการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาในเรื่องคำรับสารภาพ ทำให้เกิดคำรับสารภาพที่ไม่สมัครใจขึ้น วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ผู้เขียนเห็นว่าการแก้ปัญหาคำรับสารภาพที่ไม่สมัครใจนั้น ไม่อาจแก้ปัญหาในทางกฎหมายได้เพียงอย่างเดียว เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมายอย่างเดียว เนื่องจากกฎหมายได้เขียนไว้อย่างครอบคลุมแล้ว แต่อยู่ที่เจ้าพนักงานและหน่วยงานที่สนับสนุนการปฎิบัติงานของเจ้าพนักงานในสังกัดด้วย รวมถึงองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่จะต้องปรับปรุงนโยบายทางการบริหารงานในด้านต่าง ๆ ในการแสวงหาพยานหลักฐาน และเพิ่มมาตราการต่าง ๆ ภายในองค์กร เพื่อตรวจสอบคำสารภาพที่ไม่สมัครใจ รวมทั้งการเพิ่มมาตราการทางกฎหมายมาสนับสนุนและคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาที่รับสารภาพโดยไม่สมัครใจ |
| บรรณานุกรม | : |
ปิยวรรณ ดีนาน . (2545). การคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาในคดีอาญา มิให้ต้องรับสารภาพโดยไม่สมัครใจ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปิยวรรณ ดีนาน . 2545. "การคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาในคดีอาญา มิให้ต้องรับสารภาพโดยไม่สมัครใจ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปิยวรรณ ดีนาน . "การคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาในคดีอาญา มิให้ต้องรับสารภาพโดยไม่สมัครใจ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print. ปิยวรรณ ดีนาน . การคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาในคดีอาญา มิให้ต้องรับสารภาพโดยไม่สมัครใจ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.
|
