ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การปรับแต้มเฉลี่ยสะสมระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ด้วยคะแนนความถนัดทางการเรียน : การเปรียบเทียบระหว่างวิธีการปรับเทียบอิควิเปอร์เซ็นไตล์ เชิงเส้นตรงและไออาร์ที

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การปรับแต้มเฉลี่ยสะสมระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ด้วยคะแนนความถนัดทางการเรียน : การเปรียบเทียบระหว่างวิธีการปรับเทียบอิควิเปอร์เซ็นไตล์ เชิงเส้นตรงและไออาร์ที
นักวิจัย : กนิษฐา แสนแก้ว
คำค้น : การวัดความถนัดทางการเรียน , ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน , การให้คะแนน (นักเรียนและนักศึกษา) , สถาบันอุดมศึกษา -- การสอบคัดเลือก
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ศิริชัย กาญจนวาสี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : 9743315578 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10290
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของวิธีการปรับแต้มเฉลี่ยสะสมระดับมัธยมศึกษาตอนปลายระหว่างวิธีการปรับเทียบอิควิเปอร์เซ็นไตล์, เชิงเส้นตรงและไออาร์ที โดยศึกษากรณีของกลุ่มตัวอย่างที่มีแผนการเรียนแตกต่างกันและจบจากโรงเรียนที่มีคุณภาพการศึกษาแตกต่างกัน การเปรียบเทียบคุณภาพการปรับเทียบกระทำโดยการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณระหว่างแต้มเฉลี่ยสะสมที่ปรับแล้วในแต่ละวิธี ซึ่งมีผลการเรียนเฉลี่ยระดับอุดมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 และคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นเกณฑ์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการทำนายของแต่ละวิธี กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นนิสิตชั้นปีที่ 2 คณะครุศาสตร์ที่เข้าศึกษาในปีการศึกษา 2540 ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศิลปากร จำนวน 559 คน เครื่องมือที่ใช้ในการปรับเทียบเป็นแบบทดสอบความถนัดทางการเรียน จำนวน 50 ข้อ ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาด้านความสามารถทางภาษา, ความสามารถทางการคิดคำนวณ และความสามารถเชิงวิเคราะห์ โดยมีค่าความเที่ยงของแบบสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.78 ผลการวิจัยพบว่า 1. แต้มเฉลี่ยสะสมระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ปรับแล้วทั้งสามวิธี มีความสัมพันธ์กับคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยและผลการเรียนเฉลี่ยระดับอุดมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 สูงกว่าแต้มเฉลี่ยสะสมระดับมัธยมศึกษาตอนปลายปกติ 2. ผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ พบว่า 2.1 เมื่อใช้ผลการเรียนเฉลี่ยระดับอุดมศึกษา ภาคเรียนที่ 1 เป็นเกณฑ์ วิธีไออาร์ทีเป็นวิธีการปรับเทียบที่มีคุณภาพมากที่สุด รองลงมาคือ วิธีเชิงเส้นตรงและวิธีอิควิเปอร์เซ็นไตล์ ตามลำดับ 2.2 เมื่อใช้คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นเกณฑ์ วิธีอิควิเปอร์เซ็นไตล์เป็นวิธีการปรับเทียบที่มีคุณภาพมากที่สุด รองลงมาคือ วิธีไออาร์ทีและวิธีเชิงเส้นตรง ตามลำดับ

บรรณานุกรม :
กนิษฐา แสนแก้ว . (2541). การปรับแต้มเฉลี่ยสะสมระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ด้วยคะแนนความถนัดทางการเรียน : การเปรียบเทียบระหว่างวิธีการปรับเทียบอิควิเปอร์เซ็นไตล์ เชิงเส้นตรงและไออาร์ที.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กนิษฐา แสนแก้ว . 2541. "การปรับแต้มเฉลี่ยสะสมระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ด้วยคะแนนความถนัดทางการเรียน : การเปรียบเทียบระหว่างวิธีการปรับเทียบอิควิเปอร์เซ็นไตล์ เชิงเส้นตรงและไออาร์ที".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กนิษฐา แสนแก้ว . "การปรับแต้มเฉลี่ยสะสมระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ด้วยคะแนนความถนัดทางการเรียน : การเปรียบเทียบระหว่างวิธีการปรับเทียบอิควิเปอร์เซ็นไตล์ เชิงเส้นตรงและไออาร์ที."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541. Print.
กนิษฐา แสนแก้ว . การปรับแต้มเฉลี่ยสะสมระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ด้วยคะแนนความถนัดทางการเรียน : การเปรียบเทียบระหว่างวิธีการปรับเทียบอิควิเปอร์เซ็นไตล์ เชิงเส้นตรงและไออาร์ที. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2541.