ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาการลักลอบทำการค้าชายแดนไทย-ลาว : กรณีศึกษาของ 3 จังหวัดภาคเหนือตอนบน (เชียงราย พะเยา และน่าน)

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาการลักลอบทำการค้าชายแดนไทย-ลาว : กรณีศึกษาของ 3 จังหวัดภาคเหนือตอนบน (เชียงราย พะเยา และน่าน)
นักวิจัย : ทานตะวัน มโนรมย์
คำค้น : การลักลอบหนีศุลกากร , ไทย -- การค้ากับต่างประเทศ -- ลาว
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อิศรา ศานติศาสน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเศรษฐศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : 9740302424 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10836
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544

นับตั้งแต่อดีต ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้มีการค้าชายแดนมาเป็นระยะเวลานาน จนมาในปัจจุบันที่การค้าระหว่างสองประเทศได้พัฒนาขึ้นมาตามลำดับ แต่เนื่องจากภาระการเสียภาษีศุลกากร จึงทำให้มีการลักลอบทำการค้าชายแดนอยู่เป็นเนืองๆ จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ใน 3 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงราย พะเยา และน่าน มีมูลค่าการลักลอบทำการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว คิดเป็น 50-60% ของมูลค่าการลักลอบทำการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาวทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจเพื่อศึกษาหาข้อเท็จจริง ดังนั้นการศึกษาในครั้งนี้ จึงมุ่งศึกษาการลักลอบทำการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาวใน 3 จังหวัดดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพการค้าชายแดนไทย -สปป.ลาว รวบรวมปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ รวมทั้งประมาณการมูลค่าการลักลอบทำการค้าชายแดนระหว่างทั้งสองประเทศด้วย การเก็บข้อมูลภาคสนามได้แยกพิจารณากลุ่มเป้าหมายจากทั้งสองประเทศเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ (ผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล) ใช้การส่งแบบสอบถามไปยังผู้ประกอบการ และสัมภาษณ์โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) กลุ่มที่สองคือ กลุ่มผู้ค้ารายย่อย (ไม่ได้เป็นนิติบุคคล) โดยการคัดเลือกเฉพาะผู้ค้ารายย่อยจากผู้ที่ผ่านเข้าออกด่านที่ศึกษา ณ ช่วงเวลานั้นๆ และการสัมภาษณ์ด้วยแบบสอบถาม และกลุ่มสุดท้ายคือ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ศึกษาได้วิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ โดยใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น พบว่าลักษณะของการค้าชายแดนระหว่างสองประเทศนั้น แตกต่างไปตามขนาดของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ส่งออกวัสดุก่อสร้าง และนำเข้าไม้แปรรูปเป็นส่วนใหญ่ ส่วนผู้ประกอบการรายย่อยส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค และนำเข้าผ้าทอ สินค้าเกษตรกรรมและของป่า ด้านการชำระเงินผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อย นิยมชำระเงินค่าสินค้าด้วยเงินสดสกุลเงินบาทมากกว่าการชำระผ่านระบบธนาคาร เนื่องจากเป็นความต้องการของคู่ค้า และยังสะดวกรวดเร็ว ส่วนปัญหาและอุปสรรคหลักๆ ของการค้าชายแดนนั้นพบว่า มีปัญหาด้านการชำระเงินค่าสินค้า ปัญหาด้านการคมนาคมขนส่ง และปัญหาในการเดินทางเข้าออกประเทศ ผลการประมาณการมูลค่าการค้านอกระบบตามแนวชายแดนไทย-สปป.ลาวใน 3 จังหวัดดังกล่าว ซึ่งแยกออกเป็นรายด่าน ทั้งหมด 6 ด่าน และแยกพิจารณาระหว่างการนำเข้า และการส่งออก พบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว สัดส่วนมูลค่าการค้าที่ไม่ผ่านพิธีการทางศุลการมีค่าตั้งแต่ 0.20 - 2.02 เท่าของมูลค่าการค้าที่ผ่านพิธีการทางศุลกร และส่วนใหญ่เป็นการลักลอบทางด้านการส่งออกจากไทยไปสปป.ลาว นอกจากนี้ยังพบว่าการลักลอบที่จุดผ่อนปรนนั้นจะมีสัดส่วนมากกว่าการลักลอบที่จุผ่านแดนถาวรด้วย

บรรณานุกรม :
ทานตะวัน มโนรมย์ . (2544). การศึกษาการลักลอบทำการค้าชายแดนไทย-ลาว : กรณีศึกษาของ 3 จังหวัดภาคเหนือตอนบน (เชียงราย พะเยา และน่าน).
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทานตะวัน มโนรมย์ . 2544. "การศึกษาการลักลอบทำการค้าชายแดนไทย-ลาว : กรณีศึกษาของ 3 จังหวัดภาคเหนือตอนบน (เชียงราย พะเยา และน่าน)".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทานตะวัน มโนรมย์ . "การศึกษาการลักลอบทำการค้าชายแดนไทย-ลาว : กรณีศึกษาของ 3 จังหวัดภาคเหนือตอนบน (เชียงราย พะเยา และน่าน)."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544. Print.
ทานตะวัน มโนรมย์ . การศึกษาการลักลอบทำการค้าชายแดนไทย-ลาว : กรณีศึกษาของ 3 จังหวัดภาคเหนือตอนบน (เชียงราย พะเยา และน่าน). กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2544.