| ชื่อเรื่อง | : | ผลของสารช่วยในการตอกเม็ดยาโดยตรงต่อคุณสมบัติการไหลของผงและลักษณะสมบัติทางกายภาพของเม็ดยา |
| นักวิจัย | : | จักรกฤษณ์ แย้มเกตุ |
| คำค้น | : | ยาเม็ด |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วิวัฒน์ ตัณฑะพานิชกุล , พจน์ กุลวานิช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | 9743318674 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9774 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541 งานวิจัยนี้เป็นงานทดลองเพื่อศึกษาถึงผลของประเภทและของอัตราส่วนผสมของสารช่วยในการตอกเม็ดยาโดยตรง ที่มีต่อสมบัติการไหลของผงผสม โดยใช้เครื่องทดสอบลักษณะสมบัติของวัสดุผง (Powder Characteristic Tester) ในการประเมินค่าดัชนีการไหลและดัชนีการไหลทะลักขององค์ประกอบเดี่ยวและของผงผสม 2, 3 และ 4 องค์ประกอบ ตามหลักการของคารร์ วัตถุดิบที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย ผงยาพาราเซตามอลและสารช่วยในการตอกเม็ดยาโดยตรงประเภทต่างๆ ได้แก่ Starch-1500, Tablettose, Avicel PH-101, Ceolus KG-801 และทัลค์ ซึ่งถูกนำมาผสมกันที่อัตราส่วนผสมต่างๆ โดยใช้เครื่องผสมรูปตัววี จากนั้นได้ทำการคัดเลือกผงผสม 4 องค์ประกอบ ในสูตรที่สนใจ 6 สูตร จากจำนวนทั้งหมด 28 สูตร นำมาทำการทดลองตอกเม็ดยา โดยผสม 0.5% แมกนีเซียมสเตียเรต ลงไปเพื่อใช้เป็นสารหล่อลื่น และศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติการไหลของผงผสมที่มีต่อสมบัติทางกายภาพของเม็ดยาที่ตอกได้ จากการศึกษาดังกล่าวพบว่า ปัจจัยหลักที่มีผลต่อสมบัติการไหลของผงผสมคืออัตราส่วนผสม โดยผงผสมส่วนใหญ่จะมีค่าดัชนีการไหลและดัชนีการไหลทะลักอยู่ในระหว่างค่าเดิมของสารเดี่ยวที่นำมาผสม และพบว่าพาราเซตามอลซึ่งมีค่าความเกาะกันสูงจะมีอิทธิพลต่อสมบัติการไหลของผงผสมมากกว่าองค์ประกอบชนิดอื่น นอกจากนี้ยังพบว่า การเติมทัลค์ลงไปในปริมาณต่ำๆ (3-20%) จะช่วยทำให้ผงผสมมีสมบัติการไหลดีขึ้นเนื่องจากอนุภาคของทัลค์จะเข้าไปเกาะที่ผิวของอนุภาคชนิดอื่น ทำให้ผงผสมมีค่าความเกาะกันต่ำลงและมีรูปร่างเป็นทรงกลมมากขึ้น รูปทรงของอนุภาคจะมีผลโดยตรงต่อค่าดัชนีการไหลทะลักของผงผสม โดยอนุภาคผสมที่มีรูปทรงต่างกันมากๆ จะมีการเกาะตัวกันดีขึ้น ทำให้ดัชนีการไหลทะลักต่ำลง ในการศึกษาด้านสมบัติทางกายภาพของเม็ดยาพบว่า สมบัติทางกายภาพของเม็ดยาที่ได้รับอิทธิพลจากสมบัติการไหลของผงผสมโดยตรงคือ น้ำหนักและความหนาของเม็ดยา โดยพบว่าผงผสมที่มีค่าดัชนีการไหลสูงจะมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานสัมพัทธ์ของน้ำหนักเม็ดยาและของความหนาของเม็ดยาต่ำ ส่วนสมบัติทางกายภาพอื่นๆ ของเม็ดยาพบว่าจะขึ้นกับประเภทของสารช่วยในการตอกเม็ดยาโดยตรง โดยที่สูตรที่มี Starch-1500 จะให้เม็ดยาที่มีความแข็งมากกว่า ความกร่อนน้อยกว่า แต่มีเวลาในการแตกตัวเร็วกว่าสูตรที่มี Tablettose ในขณะที่สูตรที่มี Ceolus KG-801 จะให้เม็ดยาที่มีความแข็งมากกว่า ความกร่อนน้อยกว่า และมีเวลาในการแตกตัวนานกว่าสูตรที่มี Avicel PH-101 นอกจากนี้ยังพบว่า สูตรที่เหมาะสมที่สุดในการนำไปผลิตเม็ดยาจริงคือ สูตร Paracetamol : Starch-1500 : Avicel PH-101 : talc ที่อัตราส่วนผสม 3:1:1:3% |
| บรรณานุกรม | : |
จักรกฤษณ์ แย้มเกตุ . (2541). ผลของสารช่วยในการตอกเม็ดยาโดยตรงต่อคุณสมบัติการไหลของผงและลักษณะสมบัติทางกายภาพของเม็ดยา.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จักรกฤษณ์ แย้มเกตุ . 2541. "ผลของสารช่วยในการตอกเม็ดยาโดยตรงต่อคุณสมบัติการไหลของผงและลักษณะสมบัติทางกายภาพของเม็ดยา".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จักรกฤษณ์ แย้มเกตุ . "ผลของสารช่วยในการตอกเม็ดยาโดยตรงต่อคุณสมบัติการไหลของผงและลักษณะสมบัติทางกายภาพของเม็ดยา."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541. Print. จักรกฤษณ์ แย้มเกตุ . ผลของสารช่วยในการตอกเม็ดยาโดยตรงต่อคุณสมบัติการไหลของผงและลักษณะสมบัติทางกายภาพของเม็ดยา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2541.
|
