ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบความสอดคล้องในการตัดสินคะแนนจุดตัด ระหว่างวิธีของแองกอฟ วิธีของนีเดลสกี และวิธีของอิมพาราและเพลค

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบความสอดคล้องในการตัดสินคะแนนจุดตัด ระหว่างวิธีของแองกอฟ วิธีของนีเดลสกี และวิธีของอิมพาราและเพลค
นักวิจัย : วิภารัตน์ ศรีบุตรตา
คำค้น : ทฤษฎีการอ้างอิงสรุป , คณิตศาสตร์ -- การศึกษาและการสอน (ประถมศึกษา) , คะแนนจุดตัด
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พวงแก้ว ปุณยกนก , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : 9743319808 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10098
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาคะแนนจุดตัดที่ตัดสินโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีสารสนเทศประกอบในการตัดสินและความสัมพันธ์ระหว่างการตัดสินคะแนนจุดตัดของผู้เชี่ยวชาญ กับคะแนนความน่าจะเป็นในการตอบข้อสอบได้ถูกต้องของผู้เรียน และเปรียบเทียบความสอดคล้องในการตัดสินคะแนนจุดตัดระหว่างวิธีของแองกอฟ วิธีของนีเดลสกี และวิธีของอิมพาราและเพลค กลุ่มตัวอย่างผู้เชี่ยวชาญได้แก่ ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดเลย ปีการศึกษา 2541 จำนวน 15 คน และกลุ่มตัวอย่างนักเรียนได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2541 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดเลย จำนวน 384 คน ผลการวิจัยพบว่า 1. คะแนนจุดตัดของแบบสอบที่ตัดสินด้วยวิธีของแองกอฟ วิธีของนีเดลสกี วิธีของอิมพาราและเพลคครั้งที่ 1 เท่ากับ 11.484, 10.326 และ 13.60 ตามลำดับ สำหรับครั้งที่ 2 เท่ากับ 12.126, 10.517 และ 15.00 ตามลำดับ 2. ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างการตัดสินคะแนนจุดตัดของผู้เชี่ยวชาญที่ตัดสินด้วยวิธีของแองกอฟ วิธีของนีเดสสกีและวิธีของอิมพาราและเพลคกับคะแนนความน่าจะเป็นในการตอบข้อสอบได้ถูกต้องของผู้เรียนครั้งที่ 1 เท่ากับ 0.355, 0.358 และ 0.421 สำหรับครั้งที่ 2 เท่ากับ 0.544, 0.247 และ 0.477 ตามลำดับ โดยที่ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างวิธีของแองกอฟและวิธีของอิมพาราและเพลคของครั้งที่ 2 กับคะแนนความน่าจะเป็นในการตอบข้อสอบได้ถูกต้องของผู้เรียน มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างการตัดสินคะแนนจุดตัดของผู้เชี่ยวชาญที่ตัดสินด้วยวิธีของแองกอฟ วิธีของนีเดสสกีและวิธีของอิมพาราและเพลคกับคะแนนความน่าจะเป็นในการตอบข้อสอบได้ถูกต้องของผู้เรียนที่ตัดสินด้วยทฤษฎีการตัดสินใจครั้งที่ 1 เท่ากับ 0.555, 0.248 และ 0.632 ตามลำดับ สำหรับครั้งที่ 2 เท่ากับ 0.506, 0.289 และ 0.460 ตามลำดับ โดยที่ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างวิธีของแองกอฟครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 และวิธีของอิมพาราและเพลคครั้งที่ 1 กับคะแนนความน่าจะเป็นในการตอบข้อสอบได้ถูกต้องของผู้เรียนที่ตัดสินถูกต้องตามทฤษฎีการตัดสินใจ มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ค่าความสอดคล้องในการตัดสินคะแนนจุดตัดของผู้เชี่ยวชาญเชิงสัมพันธ์ด้วยวิธีของแองกอฟ วิธีของนีเดลสกี และวิธีของอิมพาราและเพลคครั้งที่ 1 เท่ากับ 0.7418, 0.3275 และ 0.337 ตามลำดับ สำหรับครั้งที่ 2 เท่ากับ 0.6617, 0.3281 และ 0.384 ตามลำดับ จากการทดสอบพบว่าค่าความสอดคล้องในการตัดสินไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 5. ค่าความสอดคล้องในการตัดสินคะแนนจุดตัดของผู้เชี่ยวชาญเชิงสัมบูรณ์ระหว่างวิธีของแองกอฟ วิธีของนีเดลสกี และวิธีของอิมพาราและเพลครั้งที่ 1 เท่ากับ 0.5688, 0.2759 และ 0.329 ตามลำดับ สำหรับครั้งที่ 2 เท่ากับ 0.4593, 0.2700 และ 0.348 ตามลำดับ จากการทดสอบพบว่าค่าความสอดคล้องในการตัดสินไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

บรรณานุกรม :
วิภารัตน์ ศรีบุตรตา . (2541). การเปรียบเทียบความสอดคล้องในการตัดสินคะแนนจุดตัด ระหว่างวิธีของแองกอฟ วิธีของนีเดลสกี และวิธีของอิมพาราและเพลค.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิภารัตน์ ศรีบุตรตา . 2541. "การเปรียบเทียบความสอดคล้องในการตัดสินคะแนนจุดตัด ระหว่างวิธีของแองกอฟ วิธีของนีเดลสกี และวิธีของอิมพาราและเพลค".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิภารัตน์ ศรีบุตรตา . "การเปรียบเทียบความสอดคล้องในการตัดสินคะแนนจุดตัด ระหว่างวิธีของแองกอฟ วิธีของนีเดลสกี และวิธีของอิมพาราและเพลค."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2541. Print.
วิภารัตน์ ศรีบุตรตา . การเปรียบเทียบความสอดคล้องในการตัดสินคะแนนจุดตัด ระหว่างวิธีของแองกอฟ วิธีของนีเดลสกี และวิธีของอิมพาราและเพลค. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2541.