| ชื่อเรื่อง | : | การบริจาคโลหิตและปัจจัยที่ส่งเสริมการบริจาคโลหิต ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2546 |
| นักวิจัย | : | อรอุมา ช่วยเรือง |
| คำค้น | : | การบริจาคโลหิต , ผู้บริจาค , โลหิตวิทยา , วัยรุ่น , นักเรียน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | องอาจ วิพุธศิริ , สมรัตน์ เลิศมหาฤทธิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | 9741749724 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/11012 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546 ศึกษาอัตราการบริจาคโลหิตและปัจจัยที่ส่งเสริมการบริจาคโลหิต ในกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ภาครัฐบาล ในเขตกรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2546 รูปแบบการวิจัย เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใด เวลาหนึ่ง ประชากรตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับอาชีวศึกษาจำนวน 1,605 คน จาก 9 โรงเรียน โดยวิธีการสุ่มจากโรงเรียนทั้งหมด 136 โรงเรียน (จำนวน 130,726 คน) เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามชนิดตอบเอง ซึ่งผ่านการทดสอบแล้ว การรวบรวมข้อมูล ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2547 มีผู้ตอบกลับ 1,469 คน จากทั้งหมด 1,605 คน (91.53%) สถิติที่ใช้ Chi square test ผลการศึกษา นักเรียนส่วนใหญ่มีอายุตั้งแต่ 17 ปี ขึ้นไป 58.9% สัดส่วน ชาย:หญิง เท่ากับ 1.2:1 มีน้ำหนักตัว 45 กก.ขึ้นไป 86.8% ไม่มีโรคประจำตัว 86.7% จากข้อมูลข้างต้นพบว่ามีนักเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่บริจาคโลหิตได้ 42.6% อัตราการบริจาคโลหิตของนักเรียนโดยรวม 9.2% แต่พบว่าอัตราการบริจาคโลหิตของนักเรียนในกลุ่มโรงเรียน ที่ปัจจุบันยังเข้าร่วมโครงการฯ เคยเข้าร่วมแต่หยุดและกลุ่มที่ไม่เคย มีอัตราแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน (17.7%, 5.5%, 4.0% ตามลำดับ) เหตุผลในการบริจาคโลหิตครั้งแรกคือเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ (85.2%) แรงผลักดันในการบริจาค 3 อันดับแรก คือเพื่อน ครู และคนในครอบครัว (25.9%, 20.0%, 17.0% ตามลำดับ) เวลาบริจาคจะไปกับเพื่อนถึง 74.8% เหตุผลสำคัญที่ไม่เคยบริจาคโลหิตเพราะ กลัวเข็ม/กลัวเจ็บ 46.2% แต่ในอนาคตนักเรียนกลุ่มนี้ตั้งใจจะบริจาคโลหิต 54.8% นักเรียนราวครึ่งหนึ่งยังมีความรู้เรื่องของโลหิตน้อย ทั้งเรื่องทั่วไป เกณฑ์ผู้บริจาคโลหิต และสถานที่รับบริจาคโลหิต (42.9%, 64.1%, 48.9% ตามลำดับ) นักเรียนในกลุ่มโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการบริจาคโลหิตในปัจจุบัน มีความรู้สูงกว่ากลุ่มที่เคยแต่หยุดเข้าร่วมและไม่เคยเข้าร่วมโครงการ ในด้านทัศนคติของนักเรียนที่เคย ส่วนใหญ่ให้คะแนนระดับสูงในกิจกรรมส่งเสริมการบริจาคโลหิต 3 อันดับแรก ได้แก่ มีหน่วยรับบริจาคเคลื่อนที่ ครูเป็นแบบอย่างและผู้บริหารสนับสนุนกิจกรรม (73%, 65%, 61.8% ตามลำดับ) จากการศึกษายังพบว่าพฤติกรรมเคยบริจาคโลหิตหรือไม่เคย มีค่าเฉลี่ยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) จากปัจจัยต่อไปนี้ สังกัดโรงเรียน โรงเรียนเข้าร่วมโครงการฯ ครู เพื่อนสนิท คนในครอบครัวเคยบริจาค ความรู้และการประชาสัมพันธ์ สรุป ปัจจัยที่ส่งเสริมการบริจาคโลหิตที่สำคัญทั้งส่วนบุคคลคือ ครู เพื่อนสนิท คนในครอบครัวเคยบริจาค ความรูและการประชาสัมพันธ์ และการสนับสนุนให้โรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรม จะพัฒนาให้นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิต รู้จักเสียสละ กล้าหาญ ดูแลสุขภาพให้เหมาะสมกับการบริจาคโลหิตที่ปลอดภัย ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของนักเรียนเองและผู้อื่นซึ่งควรจะมีการส่งเสริมในทุกโรงเรียน |
| บรรณานุกรม | : |
อรอุมา ช่วยเรือง . (2546). การบริจาคโลหิตและปัจจัยที่ส่งเสริมการบริจาคโลหิต ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2546.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อรอุมา ช่วยเรือง . 2546. "การบริจาคโลหิตและปัจจัยที่ส่งเสริมการบริจาคโลหิต ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2546".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อรอุมา ช่วยเรือง . "การบริจาคโลหิตและปัจจัยที่ส่งเสริมการบริจาคโลหิต ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2546."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print. อรอุมา ช่วยเรือง . การบริจาคโลหิตและปัจจัยที่ส่งเสริมการบริจาคโลหิต ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2546. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.
|
