| ชื่อเรื่อง | : | ประสิทธิภาพของหญ้าแฝกหอม Vetiveria zizanioides (Linn.) Nash และหญ้าแฝกดอน Vetiveria nemoralis A. Camus ในการกำจัดโครเมียมในพื้นที่ชุ่มน้ำที่สร้างขึ้น เพื่อการบำบัดน้ำเสียขั้นสุดท้ายจากโรงฟอกหนัง |
| นักวิจัย | : | วงศ์พงา เส็งสาย |
| คำค้น | : | หญ้าแฝก , น้ำเสีย -- การบำบัด -- โครเมียม |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ธเรศ ศรีสถิตย์ , เปรมจิตต์ แทนสถิตย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | 9740307892 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9948 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544 การศึกษาประสิทธิภาพของแฝกหอม Vetiveria zizanioides (Linn.) Nash สายพันธุ์สุราษฎร์ธานี และแฝกดอน Vetiveria nemoralis A. Camus สายพันธุ์ประจวบคีรีขันธ์ ในพื้นที่ชุ่มน้ำที่สร้างขึ้นเพื่อการกำจัดโครเมียมในน้ำเสียขั้นสุดท้ายจาก โรงฟอกหนัง โดยศึกษาถึงความลึกที่เหมาะสมกับหญ้าแฝกทั้งสองสายพันธุ์ในการบำบัดน้ำเสีย เปรียบเทียบกับการทดลองที่ไม่ปลูกพืชโดยทำการสร้างพื้นที่ชุ่มน้ำแบบไหลผ่าน พื้นผิว (FWS) จำนวน 12 แบบการทดลอง แบ่งเป็นแบบการทดลองศึกษาประสิทธิภาพ 9 แบบการทดลอง ศึกษาการเจริญเติบโตของพืช 3 แบบการทดลองโดยศึกษาระดับความลึกของน้ำเสีย 3 ระดับ คือ 0.10 เมตร 0.15 เมตร และ 0.20 เมตร การทดลองที่ปลูกหญ้าแฝกหอมสายพันธุ์สุราษฎร์ธานีที่มีระดับความลึกน้ำเสีย 0.10 เมตร มีประสิทธิภาพดีที่สุดในการกำจัดในโครเมียม เท่ากับ 89.29 เปอร์เซ็นต์ รองลงมา คือบ่อทดลองหญ้าแฝกดอนสายพันธุ์ประจวบคีรีขันธ์ที่ระดับความลึกน้ำเสีย 0.10 เมตร เท่ากับ 86.30 เปอร์เซ็นต์ สำหรับบ่อควบคุมไม่ปลูกพืชที่ระดับความลึกน้ำเสีย 0.10 เมตร มีประสิทธิภาพในการกำจัดโครเมียมต่ำสุด คือ 80.72 เปอร์เซ็นต์ โดยมีประสิทธิภาพแตกต่างกัน เท่ากับ 8.6 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการกำจัดโครเมียมในน้ำเสียที่ระดับความลึก เท่ากัน พบว่า หญ้าแฝกหอมสายพันธุ์สุราษฎร์ธานี มีประสิทธิภาพดีกว่าหญ้าแฝกดอนสายพันธุ์ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีประสิทธิภาพในการกำจัดโครเมียมดีที่สุดที่ระดับความลึกน้ำเสีย 0.10 เมตร เมื่อทำการศึกษาการเจริญเติบโตของหญ้าแฝกทั้งสองสายพันธุ์ ด้านน้ำหนักแห้ง และความสูง พบว่าการเจริญเติบโตด้านน้ำหนักแห้ง และความสูงในบ่อทดลองที่ระดับน้ำเสียทั้ง 3 ระดับไม่มีความแตกต่างกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ (P>0.05) ทั้งสองสายพันธุ์ โดยหญ้าแฝกดอนสายพันธุ์ประจวบคีรีขันธ์มีน้ำหนักแห้ง และความสูงมากกว่าหญ้าแฝกหอมสายพันธุ์สุราษฎร์ธานี ที่ทุกระดับน้ำ นอกจากนี้ยังทำการศึกษาการสะสมโครเมียมในดิน และในพืช ปรากฏว่าดินและพืชมีปริมาณโครเมียมเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการทดลองที่นานขึ้น โดยดินมีปริมาณโครเมียมสูงสุดที่บ่อทดลองหญ้าแฝกดอนสายพันธุ์ประจวบ คีรีขันธ์ที่ระดับน้ำเสีย 0.20 เมตร เท่ากับ 0.432 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สำหรับในพืชทำการศึกษาการสะสมโครเมียมในส่วนใบ และรากของหญ้าแฝก พบว่า หญ้าแฝกทั้งสองสายพันธุ์มีการสะสมโครเมียมไว้ในส่วนรากมากกว่าส่วนใบและลำ ต้น โดยหญ้าแฝกหอมสายพันธุ์สุราษฎร์ธานีมีการสะสมโครเมียมในปริมาณที่มากกว่า หญ้าแฝกดอนสายพันธุ์ประจวบคีรีขันธ์ที่ทุกระดับน้ำเสีย และเมื่อพิจารณามวลรวม พบว่าโครเมียมส่วนใหญ่ถูกสะสมอยู่ในดิน ซึ่มีลักษณะเป็นดินร่วน กล่าวคือมากกว่า 90% ของโครเมียมทั้งหมดในระบบอยู่ในดิน |
| บรรณานุกรม | : |
วงศ์พงา เส็งสาย . (2544). ประสิทธิภาพของหญ้าแฝกหอม Vetiveria zizanioides (Linn.) Nash และหญ้าแฝกดอน Vetiveria nemoralis A. Camus ในการกำจัดโครเมียมในพื้นที่ชุ่มน้ำที่สร้างขึ้น เพื่อการบำบัดน้ำเสียขั้นสุดท้ายจากโรงฟอกหนัง.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วงศ์พงา เส็งสาย . 2544. "ประสิทธิภาพของหญ้าแฝกหอม Vetiveria zizanioides (Linn.) Nash และหญ้าแฝกดอน Vetiveria nemoralis A. Camus ในการกำจัดโครเมียมในพื้นที่ชุ่มน้ำที่สร้างขึ้น เพื่อการบำบัดน้ำเสียขั้นสุดท้ายจากโรงฟอกหนัง".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วงศ์พงา เส็งสาย . "ประสิทธิภาพของหญ้าแฝกหอม Vetiveria zizanioides (Linn.) Nash และหญ้าแฝกดอน Vetiveria nemoralis A. Camus ในการกำจัดโครเมียมในพื้นที่ชุ่มน้ำที่สร้างขึ้น เพื่อการบำบัดน้ำเสียขั้นสุดท้ายจากโรงฟอกหนัง."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544. Print. วงศ์พงา เส็งสาย . ประสิทธิภาพของหญ้าแฝกหอม Vetiveria zizanioides (Linn.) Nash และหญ้าแฝกดอน Vetiveria nemoralis A. Camus ในการกำจัดโครเมียมในพื้นที่ชุ่มน้ำที่สร้างขึ้น เพื่อการบำบัดน้ำเสียขั้นสุดท้ายจากโรงฟอกหนัง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2544.
|
