ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบทางเลือกการสร้างสภาวะน่าสบายทางด้านความร้อน ในห้องเรียนไม่ปรับอากาศ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบทางเลือกการสร้างสภาวะน่าสบายทางด้านความร้อน ในห้องเรียนไม่ปรับอากาศ
นักวิจัย : รุจิยา มุสิกะลักษณ์
คำค้น : สภาวะน่าสบาย , ห้องเรียน -- การปรับอากาศ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุนทร บุญญาิธิการ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : 9741706596 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9612
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544

เสนอแนะแนวทางในการสร้างสภาวะน่าสบายทางด้านความร้อน ในห้องเรียนไม่ปรับอากาศ โดยใช้กรณีศึกษาการออกแบบโรงเรียนโดยวิธีธรรมชาติเป็นกรณีศึกษา การศึกษาตัวแปรซึ่งเป็นปัจจัยทางด้านสภาพแวดล้อม ที่มีอิทธิพลต่อสภาวะน่าสบายทางด้านความร้อน ได้แก่ อุณหภูมิอากาศ อุณหภูมิเฉลี่ยพื้นผิวโดยรอบ ความเร็วลม และความชื้นสัมพัทธ์ โดยเก็บข้อมูลทางกายภาพจากอาคารจำลองแล้วนำมาวิเคราะห์ด้วย สมการถดถอยสำหรับทำนายสภาวะน่าสบายทางด้านความร้อนในอาคารตลอดทั้งปี ด้วยข้อมูลสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ผลการวิจัยพบว่า สภาวะน่าสบายทางด้านความร้อนในอาคารกรณีศึกษา ช่วงที่มีการใช้งานอาคารเวลา 8.0016.00น. ภายใต้เงื่อนไขที่มีการปรับสภาพแวดล้อมโดยรอบอาคาร มีการระบายอากาศเฉพาะส่วนหลังคา ในขณะที่ตัวอาคารเป็นระบบปิดไม่ใช้การถ่ายเทอากาศแบบธรรมชาติ และใช้พัดลมเพื่อให้ผู้ใช้อาคารรู้สึกเย็นลง พบว่า ภายในห้องเรียนชั้นล่างเมื่อรวมอิทธิพลของอุณหภูมิเฉลี่ยพื้นผิวโดยรอบ และความเร็วลมจะทำให้อยู่ในขอบเขตสภาวะน่าสบายทางด้านความร้อน 100% ของปี สำหรับห้องเรียนชั้นบนซึ่งไม่มีอิทธิพลจากผิวสัมผัสดิน ในวันที่มีผลต่างระหว่างอุณหภูมิอากาศภายในและภายนอกอาคาร 4ํC ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยอากาศภายนอก 36ํC และอุณหภูมิเฉลี่ยอากาศภายในอาคาร 32ํC จะทำให้ห้องเรียนชั้นบนสามารถรองรับกิจกรรมทั่วไปได้ 100% ซึ่งดีกว่าอาคารทั่วไปมาก จะเห็นได้ว่าอาคารจำลองมีประสิทธิภาพ ในการสร้างสภาวะน่าสบายทางด้านความร้อนดีกว่าอาคารทั่วไป ในขณะที่ห้องเรียนชั้นล่างมีประสิทธิภาพดีกว่าห้องเรียนชั้นบน อย่างไรก็ตามถ้าต้องการให้อยู่ในขอบเขตสภาวะน่าสบาย จำเป็นต้องเพิ่มความเร็วลม (5.47 กม. ต่อชั่วโมง) ให้กับห้องเรียนชั้นบนและชั้นล่าง ผลการวิจัยสรุปได้ว่า การสร้างสภาวะน่าสบายทางด้านความร้อนในห้องเรียนไม่ปรับอากาศ ควรคำนึงถึงตั้งแต่กระบวนการออกแบบอาคารดังนี้ 1) การปรับอิทธิพลสภาพแวดล้อมภายนอกอาคาร 2) ออกแบบอาคารให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม 3) กรอบอาคารควรมีคุณสมบัติในการป้องกัน และหน่วงเหนี่ยวการถ่ายเทความร้อนจากภายนอกอาคาร รวมไปถึงการกันความชื้นได้ดี 4) เลือกใช้วัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่เหมาะสม 5) ใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของอุณหภูมิเฉลี่ยพื้นผิวโดยรอบและความเร็วลม 6) ปรับการใช้งานอาคารให้เหมาะสมกับสภาวะน่าสบายทางด้านความร้อน เมื่อปฎิบัติควบวงจรดังนี้จะทำให้สภาวะน่าสบาย ทางด้านความร้อนภายในอาคารดีกว่าอาคารอื่นๆ 3 เท่า ด้วยเหตุนี้แนวคิดและขบวนการวิจัยนี้เป็นต้นแบบ ในการประยุกต์ใช้ในการออกแบบเพื่อเพิ่มศักยภาพ ใช้การปรุงแต่งสภาวะน่าสบายทางด้านความร้อนในอาคาร และเพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบก่อนการก่อสร้าง

บรรณานุกรม :
รุจิยา มุสิกะลักษณ์ . (2544). การเปรียบเทียบทางเลือกการสร้างสภาวะน่าสบายทางด้านความร้อน ในห้องเรียนไม่ปรับอากาศ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รุจิยา มุสิกะลักษณ์ . 2544. "การเปรียบเทียบทางเลือกการสร้างสภาวะน่าสบายทางด้านความร้อน ในห้องเรียนไม่ปรับอากาศ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รุจิยา มุสิกะลักษณ์ . "การเปรียบเทียบทางเลือกการสร้างสภาวะน่าสบายทางด้านความร้อน ในห้องเรียนไม่ปรับอากาศ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544. Print.
รุจิยา มุสิกะลักษณ์ . การเปรียบเทียบทางเลือกการสร้างสภาวะน่าสบายทางด้านความร้อน ในห้องเรียนไม่ปรับอากาศ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2544.