ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนา CLTD และ SCL สำหรับคำนวณภาระการทำความเย็นของอาคารในกรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนา CLTD และ SCL สำหรับคำนวณภาระการทำความเย็นของอาคารในกรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : บุญยฤทธิ์ เผือกผ่องสุริยะ
คำค้น : อาคารสำนักงาน -- ไทย -- กรุงเทพฯ , ภาระความเย็น , ความร้อน -- การถ่ายเท
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สมศักดิ์ ไชยะภินันท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : 9740314031 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9478
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาหาค่า Cooling Load Temperature Difference (CLTD) และ ค่า Solar Cooling Load (SCL) สำหรับคำนวณภาระการทำความเย็นของอาคารสำนักงานในกรุงเทพมหานคร และมีกรอบอาคารที่สร้างจากวัสดุที่นิยมใช้ในประเทศไทย พร้อมทั้งจัดทำข้อมูลภูมิอากาศสำหรับการออกแบบของกรุงเทพมหานคร โดยได้จัดทำไว้ 2 แบบ คือ ข้อมูลภูมิอากาศออกแบบที่คัดเลือกโดยวิธีการพิจารณาจากค่าอุณหภูมิออกแบบกระเปาะแห้งที่มีค่าสูงสุดที่เป็นไปได้ 0.4% และข้อมูลภูมิอากาศออกแบบที่คัดเลือกโดยวิธีการพิจารณาจากค่ารังสีรวมแสงอาทิตย์ที่มีค่าสูงสุดที่เป็นไปได้ 0.4% จากนั้นจึงได้ทำการคัดเลือกชุดข้อมูลภูมิอากาศที่จะใช้ในงานวิจัยนี้โดยใช้แฟ้มข้อมูลภูมิอากาศออกแบบที่ได้จัดทำขึ้นเป็นข้อมูลขาเข้าของโปรแกรม DOE-2.1E เพื่อให้โปรแกรมคำนวณหาภาระการทำความเย็นของบริเวณที่สนใจ แล้วนำผลที่ได้มาเปรียบเทียบกัน ผลการคัดเลือกจะได้ชุดข้อมูลภูมิอากาศแบบที่คัดเลือกโดยใช้วิธีการหาค่าอุณหภูมิออกแบบกระเปาะแห้งที่มีค่าสูงสุดที่เป็นไปได้ 0.4% และค่าเฉลี่ยของข้อมูลภูมิอากาศอื่นๆที่สอดคล้อง เป็นชุดข้อมูลภูมิอากาศที่จะใช้ในวิทยานิพนธ์นี้ จากนั้นจึงได้กำหนดอาคารจำเพาะที่จะศึกษาขึ้นมา โดยลักษณะของห้องแต่ละห้องภายในอาคารนั้นจะเกิดขึ้นจากการรวมกันของตัวแปรที่แตกต่างกันไป 7 ตัว คือ ตำแหน่งที่ตั้งของห้อง วัสดุปูพื้น โครงสร้างผนังภายใน ปริมาณอุปกรณ์บังแดดภายใน โครงสร้างพื้นห้อง เฟอร์นิเจอร์ และลักษณะฝ้าเพดาน ทำให้มีห้องที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไปตามตัวแปรเหล่านี้จำนวน 192 ห้อง และทำการหาค่า Solar weighting factors และค่า Conduction weighting factors ของห้องแต่ละห้องด้วยโปรแกรม DOE-2.1E จากนั้นนำค่าที่ได้ไปหาค่าแอมพลิจูด (amplitude) และค่าการหน่วงเวลา (delay)โดยโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมา ซึ่งค่าแอมพลิจูด (amplitude) และค่าการหน่วงเวลานี้เป็นค่าที่บอกถึงการตอบสนองเชิงพลังงานความร้อน เมื่อนำค่าแอมพลิจูด และค่าการหน่วงเวลาของห้องทั้ง 192 ห้องไปวิเคราะห์ทางสถิติเพื่อหาความสำคัญของตัวแปร ผลที่ได้คือสำหรับชุด Solar weighting factors มีตัวแปรที่สำคัญ 3 ตัวที่ใช้อธิบายลักษณะของห้องที่ต้องการหาค่าภาระการทำความเย็น คือ วัสดุปูพื้น โครงสร้างผนังภายใน และปริมาณอุปกรณ์บังแดดภายใน ซึ่งการจัดกลุ่มของห้องเพื่อให้ครอบคลุมข้อมูลทั้งหมดสามารถกำหนดได้เป็น 4 กลุ่ม คือกลุ่ม A, B, C, และ D ซึ่งทำให้ได้ตาราง SCL สำหรับคำนวณภาระการทำความเย็นอันเนื่องมาจากรังสีแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านกระจกเข้ามา 4 ชุด สำหรับชุด Conduction weighting factors จากการวิเคราะห์ค่าแอมพลิจูด และค่าการหน่วงเวลาจะสามารถกำหนดให้มีตาราง CLTD 7 ชุดสำหรับคำนวณภาระการทำความเย็นอันเนื่องมาจากการนำความร้อนผ่านผนังภายนอก 7 ชนิด ตาราง CLTD 6 ชุด สำหรับคำนวณภาระการทำความเย็นอันเนื่องมาจากการนำความร้อนผ่านหลังคา 3 ชนิด (โครงสร้างหลังคา 3 ชนิดในกรณีที่มี และไม่มีฝ้าเพดาน) และตาราง CLTD 1 ชุดสำหรับคำนวณภาระการทำความเย็นอันเนื่องมาจากการนำความร้อนผ่านกระจกใส

บรรณานุกรม :
บุญยฤทธิ์ เผือกผ่องสุริยะ . (2544). การพัฒนา CLTD และ SCL สำหรับคำนวณภาระการทำความเย็นของอาคารในกรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญยฤทธิ์ เผือกผ่องสุริยะ . 2544. "การพัฒนา CLTD และ SCL สำหรับคำนวณภาระการทำความเย็นของอาคารในกรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญยฤทธิ์ เผือกผ่องสุริยะ . "การพัฒนา CLTD และ SCL สำหรับคำนวณภาระการทำความเย็นของอาคารในกรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544. Print.
บุญยฤทธิ์ เผือกผ่องสุริยะ . การพัฒนา CLTD และ SCL สำหรับคำนวณภาระการทำความเย็นของอาคารในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2544.