ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างซีโรโตนินและไนตริกออกไซด์ในกระบวนการควบคุมระบบไทรเจมมิโนวาสคูลาร์: บทบาทในพยาธิกำเนิดของโรคปวดศีรษะไมเกรน

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างซีโรโตนินและไนตริกออกไซด์ในกระบวนการควบคุมระบบไทรเจมมิโนวาสคูลาร์: บทบาทในพยาธิกำเนิดของโรคปวดศีรษะไมเกรน
นักวิจัย : วีระ กสานติกุล
คำค้น : nitric oxide , Serotonin , ซีโรโตนิน , หลอดเลือดสมอง , ไนตริก , ไมแกรน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=BRG4080015 , http://research.trf.or.th/node/2570
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อเปรียบเทียบผลของ nitric oxide ที่มีต่อหลอดเลือดสมอง และระบบการรับความเจ็บปวดจากหลอดเลือดของสมอง 2. เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิวิทยาของหลอดเลือดที่ตอบสนองต่อสาร nitric oxide 3. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง serotonin และ nitric oxide ในการควบคุมหลอดเลือดสมอง 4. เพื่อศึกษาผลของภาวะพร่อง serotonin ต่อการตอบสนองของหลอดเลือดต่อ nitric oxide 5. เพื่อศึกษาผลของภาวะพร่อง serotonin ต่อระบบการรับความเจ็บปวดของหลอดเลือดในโพรงกะโหลกศีรษะ

บรรณานุกรม :
วีระ กสานติกุล . (2547). ความสัมพันธ์ระหว่างซีโรโตนินและไนตริกออกไซด์ในกระบวนการควบคุมระบบไทรเจมมิโนวาสคูลาร์: บทบาทในพยาธิกำเนิดของโรคปวดศีรษะไมเกรน.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วีระ กสานติกุล . 2547. "ความสัมพันธ์ระหว่างซีโรโตนินและไนตริกออกไซด์ในกระบวนการควบคุมระบบไทรเจมมิโนวาสคูลาร์: บทบาทในพยาธิกำเนิดของโรคปวดศีรษะไมเกรน".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วีระ กสานติกุล . "ความสัมพันธ์ระหว่างซีโรโตนินและไนตริกออกไซด์ในกระบวนการควบคุมระบบไทรเจมมิโนวาสคูลาร์: บทบาทในพยาธิกำเนิดของโรคปวดศีรษะไมเกรน."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2547. Print.
วีระ กสานติกุล . ความสัมพันธ์ระหว่างซีโรโตนินและไนตริกออกไซด์ในกระบวนการควบคุมระบบไทรเจมมิโนวาสคูลาร์: บทบาทในพยาธิกำเนิดของโรคปวดศีรษะไมเกรน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2547.