| ชื่อเรื่อง | : | ผลของสารสกัดแอลกอฮอล์ของลูกสมอพิเภกต่อเชื้อ Nontyphoid salmonella สายพันธุ์ที่แยกได้จากผู้ป่วยในคลินิก |
| นักวิจัย | : | ชมพูนุช ไทยบุญรอด |
| คำค้น | : | ซาลโมเนลลา , ปฏิชีวนะ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ศิริภรณ์ ฟุ้งวิทยา , เพ็ญพรรณ แน่นหนา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9142 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549 เชื้อกลุ่ม Nontyphoid Salmonella (NTS) มีอุบัติการณ์การดื้อต่อยาต้านจุลชีพหลายชนิดร่วมกัน (multidrug resistance, MDR) เพิ่มสูงขึ้น โดยเป็นการดื้อต่อยาต้านจุลชีพที่ใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อกลุ่มนี้ในปัจจุบัน ซึ่งได้แก่ ampicillin, chloramphenicol, streptomycin และ tetracycline ทำให้เกิดปัญหาในการเลือกยาต้านจุลชีพมาใช้ในการรักษาการใช้สมุนไพรมาช่วยเสริมฤทธิ์กับยาต้านจุลชีพจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจทางหนึ่ง ดังนั้น ในการวิจัยครั้งนี้จึงทำการศึกษาฤทธิ์ต้านจุลชีพร่วมของการใช้สารสกัดแอลกอฮอล์ของลูกสมอพิเภกร่วมกับ ampicillin และร่วมกับ tetracycline ต่อเชื้อกลุ่ม NTS จำนวน 30 ไอโซเลท เมื่อหาค่า MIC[subscript 90] ของสารสกัดแอลกอฮอล์ของลูกสมอพิเภก, ampicillin และ tetracycline พบว่า มีค่าเท่ากับ 40 มก/มล., 256 มคก/มล. และ 128 มคก/มล. ตามลำดับ และพบว่า มีเชื้อ 9 ไอโซเลท (30%) ที่ดื้อต่อทั้ง ampicillin และ tetracycline และอีก 1 ไอโซเลท (3.33%) ที่ดื้อต่อยาต้านจุลชีพทุกชนิดที่นำมาทดสอบ (ซึ่งได้แก่ ampicillin, amoxicillin, norfloxacin และ tetracycline) โดยเชื้อทั้ง 10 ไอโซเลท ตรวจพบ beta-lactamase activity (เมื่อทดสอบโดยวิธี nitrocefin-based test) แต่ตรวจไม่พบยีน bla[subscript TEM], bla[subscript SHV] และ bla[subscript CTX-M] ซึ่งเป็นยีนที่มีบทบาทในการดื้อต่อยาต้านจุลชีพกลุ่ม beta-lactam อย่างไรก็ตาม ได้ตรวจพบยีน integrase ซึ่งเป็นยีนที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดการดื้อยาเฉพาะในเชื้อ Salmonella 14 เท่านั้น จากการประเมินฤทธิ์ร่วมของสารสกัดแอลกอฮอล์ของลูกสมอพิเภกกับ ampicillin และ tetracycline (โดยวิธี checkerboard) พบว่า การใช้สารสกัดแอลกอฮอล์ของลูกสมอพิเภกร่วมกับ ampicillin ใน 30 ไอโซเลท ให้ผลเพิ่มฤทธิ์ (additive) 22 ไอโซเลท (73.33%) และไม่มีผลต่อกัน (indiference) 8 ไอโซเลท (26-67%) ส่วนสารสกัดแอลกอฮอล์ของลูกสมอพิเภกร่วมกับ tetracycline เมื่อทดสอบกับเชื้อ NTS จำนวน 13 ไอโซเลท ซึ่งดื้อต่อ tetracycline พบว่า ไม่มีผลต่อกันในทุกไอโซเลท (100%) เมื่อเลือกเชื้อกลุ่ม NTS สายพันธุ์ที่ดื้อต่อ ampicillin และให้ผลเพิ่มฤทธิ์ (จากวิธี checkerboard) ซึ่งมีจำนวน 7 ไอโซเลทมาทำการศึกษาต่อเพื่อประเมินฤทธิ์ต้านเชื้อโดยวิธี Time kill พบว่า สารสกัดแอลกอฮอล์ของลูกสมอพิเภก (1/2 MIC)เดี่ยวๆ สามารถฆ่าเชื้อได้ 99 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 4 ไอโซเลท (57.14%)แต่ถ้าให้ร่วมกับ ampicillin (1/2 MIC) จะเพิ่มเป็น 6 ไอโซเลท (85.71%) ภายในเวลา 24 ชั่วโมง โดยไม่กลับเจริญขึ้นใหม่อีกครั้ง (regrowth) ส่วนการให้ ampicillin (1/2 MIC) เดี่ยวๆ พบว่า เชื้อที่ถูกฆ่าได้ถึง 99 เปอร์เซ็นต์มีพียง 1 ไอโซเลท (14.29%) ภายในเวลา 4 ชั่วโมงแรกเท่านั้น หลังจากนั้นเชื้อทุกไอโซเลท (100%) จะกลับเจริญขึ้นใหม่อีกครั้ง (regrowth) สำหรับ Salmonella 14 ซึ่งเป็นเชื้อสายพันธุ์ที่ดื้อต่อยาต้านจุลชีพทุกชนิดที่นำมาทดสอบและตรวจพบยีน integrase จะถูกฆ่าได้ถึง 99 เปอร์เซ็นต์ เฉพาะเมื่อให้สารสกัดแอลกอฮอล์ของลูกสมอพิเภกร่วมกับ ampicillin เท่านั้น ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า สารสกัดแอลกอฮอล์ของลูกสมอพิเภกสามารถเพิ่มฤทธิ์ต้านเชื้อของ ampicillin ต่อเชื้อกลุ่ม NTS สายพันธุ์ที่ดื้อต่อ ampicillin แล้วได้ และยังอาจช่วยลดอุบัติการณ์การดื้อยาของเชื้อลงได้อีกด้วย เนื่องจากเชื้อไม่กลับเจริญขึ้นใหม่อีกครั้ง (regrowth) |
| บรรณานุกรม | : |
ชมพูนุช ไทยบุญรอด . (2549). ผลของสารสกัดแอลกอฮอล์ของลูกสมอพิเภกต่อเชื้อ Nontyphoid salmonella สายพันธุ์ที่แยกได้จากผู้ป่วยในคลินิก.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชมพูนุช ไทยบุญรอด . 2549. "ผลของสารสกัดแอลกอฮอล์ของลูกสมอพิเภกต่อเชื้อ Nontyphoid salmonella สายพันธุ์ที่แยกได้จากผู้ป่วยในคลินิก".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชมพูนุช ไทยบุญรอด . "ผลของสารสกัดแอลกอฮอล์ของลูกสมอพิเภกต่อเชื้อ Nontyphoid salmonella สายพันธุ์ที่แยกได้จากผู้ป่วยในคลินิก."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print. ชมพูนุช ไทยบุญรอด . ผลของสารสกัดแอลกอฮอล์ของลูกสมอพิเภกต่อเชื้อ Nontyphoid salmonella สายพันธุ์ที่แยกได้จากผู้ป่วยในคลินิก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
|
