ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการจัดการชุมชนชาวแพริมแม่น้ำน่าน เมืองพิษณุโลก

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการจัดการชุมชนชาวแพริมแม่น้ำน่าน เมืองพิษณุโลก
นักวิจัย : ณัฐกฤต มีศิริ
คำค้น : การกำจัดขยะ -- ไทย -- พิษณุโลก , เรือนแพ , การตั้งถิ่นฐาน -- ไทย -- พิษณุโลก , แม่น้ำน่าน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นพนันท์ ตาปนานนท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : 9741311753 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9100
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ผ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543

ชุมชนชาวแพบริเวณริมแม่น้ำน่าน เมืองพิษณุโลก เป็นชุมชนเรือนแพพักอาศัยที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งมีจุดกำเนิดและวิวัฒนาการที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ เกิดจากการเป็นศูนย์กลางการค้าขายทางน้ำ และการคมนาคมขนส่งของเมืองพิษณุโลกกับหัวเมืองต่างๆ ทางภาคเหนือ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบทางกายภาพ และวิวัฒนาการของชุมชนชาวแพ ตลอดจนความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่มีต่อเมืองพิษณุโลก และศึกษาถึงสภาพปัญหาและผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของแม่น้ำน่านที่เกิดจากการตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาวแพ เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการเสนอแนวทางในการจัดการชุมชนชาวแพที่มีความเหมาะสมต่อไป จากการศึกษาพบว่าชุมชนชาวแพพึ่งพาเมืองพิษณุโลกในด้านการประกอบอาชีพ สาธารณูปโภคและสาธารณูปการต่างๆ จากเมือง สำหรับปัญหาที่เกิดจากการตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาวแพ ได้แก่การทิ้งขยะมูลฝอย การระบายน้ำเสียและขับถ่ายสิ่งปฏิกูลลงสู่แม่น้ำน่านโดยตรง ดังนั้นจังหวัดพิษณุโลกจึงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการเคลื่อนย้ายชุมชนชาวแพให้ขึ้นมาตั้งถิ่นฐานในบริเวณที่ดินที่ได้จัดเตรียมไว้ให้โดยความสมัครใจ ปัจจุบันนี้ยังคงเหลือเรือนแพพักอาศัยจำนวน 133 หลังที่ยังอยู่ในแม่น้ำน่านเช่นเดิม ดังนั้นผู้ดำเนินการศึกษาจึงเสนอแนวทางในการจัดการชุมชนชาวแพโดยดำเนินการเป็นโครงการแก้ไขปัญหาการขับถ่ายสิ่งปฏิกูล และโครงการแก้ไขปัญหาการทิ้งขยะมูลฝอยลงสู่แม่น้ำน่านโดยตรง ผลการศึกษาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในการจัดการทางการเงิน โดยใช้หลักการผู้ได้รับประโยชน์ต้องเป็นผู้รับภาระเสียค่าธรรมเนียมจากการใช้บริการโดยตรง และเมื่อศึกษาถึงความสามารถในการรับภาระดังกล่าวเป็นรายเดือนของครอบครัวประชากรชาวแพ พบว่าอยู่ในอัตราเดือนละ 100 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้จะต้องสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ครอบคลุมทั้ง 2 เรื่อง นอกจากนี้ยังได้พิจารณาถึงความเหมาะสมทางด้านเทคนิคในการจัดการ โดยต้องสอดคล้องกับกายภาพเศรษฐกิจ และสังคมวิถีชีวิตของชุมชนชาวแพด้วย เมื่อได้พิจารณาในทุกๆ ด้านทั้งหมดแล้ว สรุปได้ว่าแนวทางที่สามารถนำมาจัดการชุมชนชาวแพบริเวณริมแม่น้ำน่าน เมืองพิษณุโลก โดยทางราชการออกมาตรการให้เรือนแพพักอาศัยทั้งหมดต้องติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียแบบติดกับที่ภายในตัวเรือนแพ โดยจะต้องดำเนินการเป็นโครงการระยะยาวอยู่ในช่วง 20 ปี และทางราชการจะต้องเป็นผู้ลงทุนให้ก่อนส่วนการแก้ไขขยะมูลฝอยนั้นทางราชการจะต้องเข้ามาช่วยเหลือในการจัดการ โดยให้ประชากรชาวแพนำขยะจากเรือนแพของตนเองไปทิ้ง ณ จุดที่กำหนดไวเให้บริเวณพื้นที่ตลิ่งและจะต้องเริ่มเสียค่าธรรมเนียมการจัดเก็บขยะในปีที่โครงการแก้ปัญหาการขับถ่ายสิ่งปฎิกูลลงสู่แม่น้ำน่านได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยเป็นต้นไป

บรรณานุกรม :
ณัฐกฤต มีศิริ . (2543). แนวทางการจัดการชุมชนชาวแพริมแม่น้ำน่าน เมืองพิษณุโลก.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐกฤต มีศิริ . 2543. "แนวทางการจัดการชุมชนชาวแพริมแม่น้ำน่าน เมืองพิษณุโลก".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐกฤต มีศิริ . "แนวทางการจัดการชุมชนชาวแพริมแม่น้ำน่าน เมืองพิษณุโลก."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543. Print.
ณัฐกฤต มีศิริ . แนวทางการจัดการชุมชนชาวแพริมแม่น้ำน่าน เมืองพิษณุโลก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2543.