| ชื่อเรื่อง | : | การเพิ่มสมรรถนะของดิฟฟิวเซอร์โดยการใช้วอร์เทกซ์เจเนอเรเตอร์ |
| นักวิจัย | : | อลงกรณ์ พิมพ์พิณ |
| คำค้น | : | ดิฟฟิวเซอร์ , วอร์เทกซ์เจเนอเรเตอร์ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อศิ บุญจิตราดุลย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | 9743346031 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9063 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542 ศึกษาผลของระยะห่างระหว่างวอร์เทกซ์เจเนอเรเตอร์ ต่อสมรรถนะของดิฟฟิวเซอร์ที่มีการไหล 3 ลักษณะ โดยใช้วอร์เทกซ์เจเนอเรเตอร์แบบครึ่งปีกสามเหลี่ยมที่มีมุมปะทะเท่ากับ 15 องศา มุม sweepback เท่ากับ 70 องศา และมีความสูงในเทอมของ h/triangle เท่ากับ 1.3 โดยที่ h เป็นความสูงของปลายปีกจากพื้นและ triangle เป็นความหนา 95% ของชั้นขอบเขต โดยได้ทดลองในดิฟฟิวเซอร์ผนังตรง หน้าตัดสี่เหลี่ยม ที่มีอัตราส่วนพื้นที่เท่ากับ 3.9 และมีการไหลแบบ Transitory stall (2theta = 28 ํ), Fully-developed stall (2theta = 50 ํ) และ Jet flow (2theta = 70 ํ) และมีเรโนลด์นัมเบอร์ ที่คำนวณจากความกว้างของทางเข้าดิฟฟิวเซอร์เท่ากับ 1.6 x 10 x 10 x 10 x 10 x 10 จากผลการทดลองพบว่าสมรรถนะของดิฟฟิวเซอร์แบบ Transitory stall และ Fully-developed stall ที่บ่งชี้ด้วย สัมประสิทธิ์ความดันเพิ่ม (CP) จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อ triangle/S เพิ่มจาก 0 ถึง 0.25 โดยที่ S คือ ระยะห่างระหว่างวอร์เทกซ์เจเนอร์เรเตอร์ แต่ในช่วง triangle/S มากกว่า 0.25 ขึ้นไป CP จะมีค่าประมาณคงที่และจากผลการทดลองพบว่าที่ triangle/S = 0.25 จะให้ค่า CP สูงสุด โดยค่า CP ของดิฟฟิวเซอร์แบบ Transitory stall จะเพิ่มขึ้นถึง 50% ขณะที่ CP ของดิฟฟิวเซอร์แบบ Fully-developed stall จะเพิ่มขึ้น 25% โดยที่สัมประสิทธิ์การสูญเสีย (K) มีค่าลดลงเล็กน้อยประมาณ 5% ในทางตรงกันข้ามสำหรับดิฟฟิวเซอร์แบบ Jet flow พบว่าการใช้วอร์เทกซ์เจเนอเรเตอร์ที่มีขนาดเหมือนกับในงานวิจัยนี้ จะไม่ทำให้ค่า Cp เปลี่ยนแปลงเท่าใดนัก และค่า K มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไม่มาก นอกจากนั้นโดยทั่วไปแล้วพบว่าการใช้วอร์เทกซ์เจเนอเรเตอร์ในช่วง triangle/S เพิ่มจาก 0 ถึง 0.25 จะทำให้การกระจายความดันรวมที่หน้าตัดทางออกสม่ำเสมอมากขึ้น โดยในงานวิจัยนี้ได้ใช้สัมประสิทธิ์ความเบี่ยงเบนความดันรวม (D) กับค่าความเบี่ยงเบน (sigmaCPT) เป็นตัวบ่งชี้ความสม่ำเสมอ และได้อภิปรายเปรียบเทียบความเหมาะสมของพารามิเตอร์ทั้งสอง ในการใช้งานลักษณะต่างๆ กัน จากงานวิจัยนี้ทำให้สรุปได้ว่า การเลือกใช้วอร์เทกซ์เจเนอเรเตอร์และพารามิเตอร์ของวอร์เทกซ์เจเนอเรเตอร์ ในการเพิ่มสมรรถนะให้กับดิฟฟิวเซอร์ จะขึ้นอยู่กับลักษณะของดิฟฟิวเซอร์ และการไหลในดิฟฟิวเซอร์คือแบบ Transitory stall, Fully-developed stall หรือแบบ Jet flow เป็นหลัก โดยพบว่าเนื่องจากลักษณะการไหลแบบ Transitory stall และ Fully-developed stall มีความคล้ายคลึงกัน ดังนั้นพารามิเตอร์ที่เหมาะสมสำหรับทั้งสองลักษณะการไหลจึงใกล้เคียงกัน ในทางตรงกันข้ามเนื่องจากลักษณะการไหลในดิฟฟิวเซอร์แบบ Jet flow จะต่างกับลักษณะการไหลทั้งสองข้างต้นอย่างมาก พบว่าถ้าต้องการเพิ่มสมรรถนะ CP อาจจำเป็นต้องใช้วอร์เทกซ์เจเนอเรเตอร์ ที่มีประสิทธิภาพในการถ่ายเทโมเมนตัมไปสู่บริเวณผนัง มากกว่าที่ใช้ในงานวิจัยนี้ |
| บรรณานุกรม | : |
อลงกรณ์ พิมพ์พิณ . (2542). การเพิ่มสมรรถนะของดิฟฟิวเซอร์โดยการใช้วอร์เทกซ์เจเนอเรเตอร์.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อลงกรณ์ พิมพ์พิณ . 2542. "การเพิ่มสมรรถนะของดิฟฟิวเซอร์โดยการใช้วอร์เทกซ์เจเนอเรเตอร์".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อลงกรณ์ พิมพ์พิณ . "การเพิ่มสมรรถนะของดิฟฟิวเซอร์โดยการใช้วอร์เทกซ์เจเนอเรเตอร์."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print. อลงกรณ์ พิมพ์พิณ . การเพิ่มสมรรถนะของดิฟฟิวเซอร์โดยการใช้วอร์เทกซ์เจเนอเรเตอร์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.
|
