ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จี ในผู้ป่วยเด็กโรคธาลัสซีเมีย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จี ในผู้ป่วยเด็กโรคธาลัสซีเมีย
นักวิจัย : อังคนีย์ สุระเสถียร
คำค้น : การติดเชื้อ , ไวรัสตับอักเสบจี , ธาลัสสีเมียในเด็ก
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ยง ภู่วรวรรณ , ปัญญา เสกสรรค์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : 9746382055 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/8996
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาถึงธรรมชาติของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จี ในผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียที่มีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จี จากการได้รับเลือก รูปแบบการวิจัย: การวิจัยเชิงพรรณาระยะยาวเป็นระยะเวลา 1 ปี สถานที่ศึกษา: คลินิกผู้ป่วยนอก แผนกกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ประชากร: ผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียที่มีการตรวจพบมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จี และมารับการรักษาเป็นประจำที่คลินิกโรคเลือดผู้ป่วยนอก แผนกกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ประชากร ผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียที่มีการตรวจพบมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จี และมารับการรักษาเป็นประจำที่คลินิกโรคเลือดผู้ป่วยนอก แผนกกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วิธีการศึกษา: ผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียที่มีการตรวจพบการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จี ทั้งหมดจำนวน 23 คน โดยติดตามทำการตรวจเลือดเพื่อตรวจหา HGV-RNA (โดยวิธี RT-PCR) ในครั้งที่ผู้ป่วยมาตรวจตามนัดกับคลินิกโรคเลือดและได้รับการให้เลือด ในเดือนที่ 6, 12, 15, 16, 17 ของการศึกษา ผลการศึกษา: ผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียที่มีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จี จำนวน 23 คน ติดตามผลการตรวจเลือดพบว่ามีการหายจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จี ได้เอง จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 56.5 ของผู้ป่วยทั้งหมดที่ทำการศึกษา พบความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนครั้งของการได้รับเลือดกับการหายากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จี คือ ในกลุ่มที่ได้รับเลือดจำนวนน้อยกว่า 40 ครั้ง พบว่ามีการหายจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จี มากกว่ากลุ่มที่ได้รับเลือดมากกว่า 40 ครั้ง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และในผู้ป่วยที่เป็นเพศหญิงมีการหายจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จี มากกว่าผู้ป่วยเพศชาย แต่ไม่พบมีความสำคัญทางสถิติ (p>0.05) บทสรุป: โรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จี สามารถหายได้โดยที่ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งสามารถกำจัดเชื้อไปได้เอง และมักจะกำจัดเชื้อไปได้ตั้งแต่ในระยะแรกภายหลังจากการติดเชื้อ โดยเชื่อว่าร่างกายสามารถสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัสนี้ได้

บรรณานุกรม :
อังคนีย์ สุระเสถียร . (2540). การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จี ในผู้ป่วยเด็กโรคธาลัสซีเมีย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อังคนีย์ สุระเสถียร . 2540. "การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จี ในผู้ป่วยเด็กโรคธาลัสซีเมีย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อังคนีย์ สุระเสถียร . "การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จี ในผู้ป่วยเด็กโรคธาลัสซีเมีย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print.
อังคนีย์ สุระเสถียร . การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จี ในผู้ป่วยเด็กโรคธาลัสซีเมีย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.