ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลกระทบของข้อตกลงพหุภาคีขององค์การการค้าโลกต่อฐานทรัพยากรของประเทศไทย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลกระทบของข้อตกลงพหุภาคีขององค์การการค้าโลกต่อฐานทรัพยากรของประเทศไทย
นักวิจัย : จักรกฤษณ์ ควรพจน์
คำค้น : multilateral trade agreements , natural resources base , WTO , ความตกลงการค้าพหุภาคี , ฐานทรัพยากร , องค์การการค้าโลก
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4730001 , http://research.trf.or.th/node/2479
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์ 1. เพื่อนำเสนอสถานภาพของความตกลงระหว่างประเทศภายใต้องค์การการค้าโลก การเจรจาการค้าพหุภาคี แนวโน้มของการเจรจา และวิเคราะห์ผลกระทบของข้อตก ลง และการเจรจาที่มีต่อการอนุรักษ์ จัดการ และปกป้องฐานทรัพยากรของประเทศ 2. เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับฐานทรัพยากรในมิติระหว่างประเทศ สำหรับการ สังเคราะห์และนำ ไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดการสิ่งแวดล้อมและ ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ วิธีการวิจัย: (1) วิจัยเอกสาร (2) กรณีศึกษา (3) สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาวิจัย: งานวิจัยได้สรุปผลกระทบของความตกลงพหุภาคีขององค์การการค้าโลก ใน 4 กลุ่ม เรื่อง พร้อมทำข้อเสนอแนะในแต่ละเรื่องดังนี้ (1) ทรัพย์สินทางปัญญา (2) การค้าและสิ่งแวดล้อม (3) ความตกลงว่าด้วยการเกษตร และ (4) นโยบายการแข่งขันทางการค้า การค้าบริการ และ การลงทุน สรุปและอภิปรายผล: นโยบายระหว่างประเทศด้านต่างๆ ถูกกำหนดโดยภาครัฐ และโดยพันธกรณีของความ ตกลงระหว่างประเทศที่รัฐผูกพันตนเข้าร่วม ความตกลงระหว่างประเทศด้านการค้ามักมีหลัก การและสาระสำคัญที่ซับซ้อน เกี่ยวข้องกับความรู้หลายสาขาในลักษณะสหวิทยาการ แต่การ เตรียมความพร้อม และการสร้างองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงของไทยยังมีอยู่น้อยมาก และไม่ลุ่มลึก เท่าที่ควรเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่ค้า บทเรียนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า การยอมตัวเข้าผูก พันในพันธกรณีขององค์การระหว่างประเทศ โดยมิได้มีการศึกษาผลกระทบอย่างเพียงพอ ได้ ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และฐานทรัพยากรอันทรงคุณค่าของประเทศอย่างไม่อาจหลีก เลี่ยงได้ งานวิจัยได้สรุปผลกระทบของความตกลงพหุภาคีขององค์การการค้าโลก ใน 4 กลุ่ม เรื่อง พร้อมทำข้อเสนอแนะในแต่ละเรื่องดังนี้ 1. ประเด็นทรัพย์สินทางปัญญา มีข้อเสนอแนะ 2 ประการ ได้แก่ ก. การคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น ห้ามสิทธิบัตรในสิ่งมีชีวิต จำกัดสิทธิของนักปรับ ปรุงพันธุ์ตามกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช ใช้หลักความยินยอมที่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า จัดทำ ฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น ขอรับสิทธิบัตรในภูมิปัญญาท้องถิ่น และบูรณาการภูมิปัญญาท้อง ถิ่นเข้าสู่ความตกลงทริปส์ ข. ข้อเสนอแนะประเด็นการทบทวนมาตรา 27.3 (b) ในความตกลงทริปส์ ก่อนที่ จะมีการสรุปให้มีการทบทวนบทบัญญัติของความตกลงทริปส์ไปในแนวทางใด ควรมีการตั้ง คณะทำงานเพื่อศึกษาความชัดเจนในประเด็นที่กล่าวข้างต้น รวมทั้งในประเด็นว่า เหตุใดข้อยก เว้นไม่คุ้มครองสิทธิบัตรสำหรับ “กรรมวิธีทางชีววิทยาที่จำเป็น” จึงไม่ใช้กับ “กรรมวิธีจุลชีว วิทยา” ทั้งๆ ที่กรรมวิธีทางจุลชีววิทยาก็เป็นกรรมวิธีทางชีววิทยาประเภทหนึ่งเช่นกัน การทบทวนบทบัญญัติมาตรา 27.3 (b) ควรจะเป็นไปในแนวทางที่ห้ามการขอรับสิทธิ บัตรในพืช สัตว์ และจุลชีพ รวมถึงส่วนหนึ่งส่วนใดของสิ่งมีชีวิตดังกล่าว นอกจากนี้ กรรมวิธี ทางชีววิทยาทุกชนิดที่ใช้ในการผลิตพืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ก็ควรจะเป็นสิ่งต้องห้ามมิให้ขอ รับสิทธิบัตรเช่นเดียวกัน 2. ประเด็นการค้าและสิ่งแวดล้อม ไทยควรเร่งปรับปรุงมาตรฐานสิ่งแวดล้อมภายใน ประเทศให้ดีขึ้น โดยควรเร่งปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสภาพแวดล้อม เช่น กฎหมายป่าไม้ กฎหมายอุทยาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความหลากหลาย ทางชีวภาพ ในส่วนของภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐควรเร่งรัด และส่งเสริมให้กระบวนการผลิตสิน ค้าของภาคเอกชนเป็นไปตามมาตรฐานระดับระหว่างประเทศ เช่น มาตรฐาน International Organization for Standardization (ISO) มาตรฐาน Good Manufacturing Practice (GMP) มาตรฐาน Good Agricultural Practice (GAP) มาตรฐาน Hazard Analysis Critical Control Pest (HACCP) เป็นต้น รวมทั้งสนับสนุนให้คณะกรรมการการค้าและสิ่งแวดล้อม (CTE) ศึกษา ประเด็นความสัมพันธ์ของมาตรการทางการค้าและกฎเกณฑ์ขององค์การการค้าโลกตามแนว ทาง (Bottom-up analysis) 3. ประเด็นความตกลงว่าด้วยการเกษตร ในการเจรจาเปิดเสรีภาคการเกษตร จะ ต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อความหลากหลายทางชีวภาพด้านการเกษตรด้วย เนื่อง จากเป็นฐานทรัพยากรการผลิตที่สำคัญอย่างยิ่งต่อความอยู่รอด และความมั่นคงของภาคเกษตร กรรม ทั้งนี้ ในการเจรจาการเปิดเสรีภาคการเกษตรที่ผ่านมา ผู้รับผิดชอบการเจรจาของไทย มุ่ง พิจารณาให้ความสำคัญเรื่องประโยชน์ในทางการค้าเป็นหลัก ไม่ได้คำนึงถึงประเด็นความหลาก หลายทางชีวภาพแต่อย่างใด นอกจากนี้ ประเทศไทยควรกำหนดนโยบาย มาตรการ และแผนปฏิบัติการอย่างเป็น รูปธรรม เพื่อการรักษาและส่งเสริมระบบการผลิตทางเกษตรในรูปแบบต่างๆ ที่ก่อให้เกิด อนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพทางด้านการเกษตร อีกทั้งควรผลักดันให้ยกเลิกการอุดหนุนการเกษตรที่มีอยู่ในรูปกล่องต่างๆ ทั้งกล่อง อัมพัน และกล่องนำเงิน ซึ่งเป็นการอุดหนุนที่ประเทศที่พัฒนาแล้วปฏิบัติอยู่ รวมทั้งจะต้อง จำกัดการอุดหนุนในกล่องเขียว เนื่องจากการอุดหนุนลักษณะนี้ส่งผลโดยตรงต่อการผลิตเพื่อส่ง ออก และมีลักษณะเป็นมาตรการที่บิดเบือนทางการค้า 4. ประเด็นนโยบายการแข่งขันทางการค้า การค้าบริการ และการลงทุน ประเทศ ไทยควรมีท่าทีและเรียกร้องให้มีการกำหนดความรับผิดชอบทางสังคมของบรรษัทไว้ในความตก ลงด้านการลงทุนและการค้าบริการ โดยกำหนดให้บรรษัทต้องคุ้มครองและละเว้นจากการทำ ละเมิดสิทธิสตรี สิทธิเด็ก และสิทธิมนุษยชนทั่วไป รวมทั้งให้เคารพสิทธิแรงงานด้วยการปฏิบัติ ตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด รวมตลอดจนต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายของ ประเทศที่เข้าไปลงทุน และปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมที่ดีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ อีกทั้งควรตั้งข้อสงวนสำหรับกิจการที่มีความสำคัญหรือเกี่ยวข้องกับความมั่นคง การ เปิดเสรีไม่ควรรวมถึงกิจการที่มีความสำคัญ เช่น การบริการสาธารณะ ไฟฟ้า ประปา การศึกษา การสาธารณสุข ฯลฯ หรือที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐ รัฐควรจะต้องสงวนกิจกรรมเหล่านี้ ไว้ภายใต้การจัดการของรัฐ โดยไม่ปล่อยให้เอกชนเข้าเป็นผู้ประกอบการอย่างเต็มตัว และ สามารถกำหนดเงื่อนไขการให้บริการได้โดยเสรี ไทยควรทำการศึกษาและทำความเข้าใจว่า “การค้าบริการ” มีความหมายและขอบเขต เพียงใด ครอบคลุมการบริการสังคม (Social service) หรือไม่อย่างไร และการให้บริการโดย เฉพาะการให้บริการพื้นฐานต่างๆ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการบริการสังคม ดังเช่น น้ำ ไฟฟ้า บริการสาธารณสุข การศึกษา ฯลฯ ควรถือเป็นการค้าบริการที่ต้องมีการเปิดเสรีหรือไม่ และควร ทำความเข้าใจว่า บริการสาธารณะและบริการสังคมมีความสำคัญต่อประเทศไทยและสังคมไทย มากน้อยเพียงใด โดยควรมองถึงความจำเป็นของบริการดังกล่าวไม่เพียงจากมุมมองด้าน “ธุรกิจบริการ” แต่ควรมองในด้าน “สิทธิมนุษยชน” (Human Rights) ควบคู่ไปด้วย โดยรัฐจะ ต้องดำรงไว้ซึ่งความสามารถในการกำกับควบคุมการให้บริการสาธารณะ และต้องมีหน้าที่ที่จะ จัดสรรให้บริการขั้นพื้นฐานแก่ประชาชนโดยทั่วถึง ข้อเสนอแนะ: รัฐบาลไทยควรนำข้อเสนอแนะจากการศึกษานี้ กำหนดไว้ในนโยบายการเจรจาการทั้ง ในระดับพหุภาคีและทวิภาคี นอกจากนี้ยังควรทำการศึกษาวิจัยเชิงลึกในทั้งสี่ประเด็น เพื่อหา หลักฐานเชิงประจักษ์ และปรับปรุงนโยบายและกฎหมายของประเทศที่เกี่ยวข้องต่อไป

บรรณานุกรม :
จักรกฤษณ์ ควรพจน์ . (2549). ผลกระทบของข้อตกลงพหุภาคีขององค์การการค้าโลกต่อฐานทรัพยากรของประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
จักรกฤษณ์ ควรพจน์ . 2549. "ผลกระทบของข้อตกลงพหุภาคีขององค์การการค้าโลกต่อฐานทรัพยากรของประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
จักรกฤษณ์ ควรพจน์ . "ผลกระทบของข้อตกลงพหุภาคีขององค์การการค้าโลกต่อฐานทรัพยากรของประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2549. Print.
จักรกฤษณ์ ควรพจน์ . ผลกระทบของข้อตกลงพหุภาคีขององค์การการค้าโลกต่อฐานทรัพยากรของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2549.