| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูภูมิปัญญาลายผ้านาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง |
| นักวิจัย | : | อารอบ เรืองสังข์ |
| คำค้น | : | ตรัง |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG45S0006 , http://research.trf.or.th/node/2439 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โครงการแนวทางในการอนุรักษ์และฟื้นฟูภูมิปัญญาลายผ้านาหมื่นศรี เกิดขึ้นเพราะกลุ่มทอผ้านาหมื่นศรีประสบปัญหาขาดแคลนผ้าทอลายมรดก และการที่สมาชิกกลุ่มทอผ้าไม่สามารถตอบคำถามแก่บุคคลภายนอกที่เกี่ยวกับเรื่องผ้าของตนเองได้ จึงคิดโครงการวิจัยขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการคือ ประการที่ 1 เพื่อค้นหาเอกลักษณ์ของผ้านาหมื่นศรี ประการที่ 2 เพื่อหาแนวทางการฟื้นฟูองค์ความรู้เรื่องผ้านาหมื่นศรีไว้เป็นมรดกวัฒนธรรมของท้องถิ่น และประการที่ 3 เพื่อจัดทำข้อมูลพื้นฐานเพื่อการสืบทอดและพัฒนาอาชีพทอผ้านาหมื่นศรี โดยมีขอบเขตการศึกษาวิจัยในพื้นที่ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยงจังหวัดตรัง วิธีการศึกษา เป็นการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้สูงอายุและผู้เชี่ยวชาญเรื่องการทอผ้า ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ศึกษาดูงานจากแหล่งหรือสถาบันที่รวบรวมเรื่องผ้าพื้นบ้านภาคใต้ ปฏิบัติการทอผ้า จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และวิเคราะห์สรุปข้อมูล ผลการศึกษาวิจัยตามวัตถุประสงค์พบว่า ผ้าทอนาหมื่นศรี เป็นผ้าทอที่มีลักษณะเฉพาะซึ่งสืบทอดต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนาน ทั้งด้าน สี โครงสร้างของผืนผ้า และลายผ้า ซึ่งทีมวิจัยถือว่าลักษณะที่ปรากฏนี้เป็นเอกลักษณ์ของผ้าทอนาหมื่นศรี และได้รวบรวมองค์ความรู้ด้านต่างๆ เกี่ยวกับผ้าทอนาหมื่นศรีรวมทั้งประวัติวัฒนธรรมชุมชน ได้แก่ ชนิดของผ้า ลายผ้า ขั้นตอนการทอผ้า ประวัติวัฒนธรรมการใช้ผ้า คนทอผ้า และศัพท์เฉพาะที่เกี่ยวกับการทอผ้าองค์ความรู้ที่ได้นี้สรุปเป็นเอกสาร และแปรเป็นสื่อนิทรรศการ เพื่อให้กลุ่มทอผ้าได้ใช้ประโยชน์ต่อไปในการศึกษาทำความเข้าใจ และเผยแพร่ต่อผู้อื่นได้ รวมทั้งสามารถนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยนำส่วนที่เป็นเอกลักษณ์ของผ้าทอลายมรดกไปใส่ไว้ในผ้าทอรุ่นใหม่เพื่อแสดงเอกลักษณ์ของผ้านาหมื่นศรี ความสำคัญของการศึกษาวิจัยครั้งนี้ คือก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทีมวิจัย กลุ่มทอผ้า และชุมชนดังนี้ ทีมวิจัย มีความรู้เรื่องผ้าของตนเองเพียงพอที่จะตอบคำถามผู้อื่นได้ มีความมั่นใจในการพูด คิด และแสดงออก ได้ฝึกจิตใจให้มีสมาธิและเยือกเย็นลง รู้จักโอนอ่อนผ่อนปรนในการทำงานร่วมกับผู้อื่น มีความสุขในการทำงาน และมีความภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาของตน กลุ่มทอผ้า เห็นความสำคัญของผ้าลายมรดก แสดงความประสงค์จะหัดทอผ้าด้วยกี่พื้นบ้าน กลุ่มมีรายได้จากการขายผ้าเพิ่มขึ้น เพราะลูกค้าที่เห็นหารทอผ้าด้วยกี่พื้นบ้านจะด้รับคำอธิบายจากสมาชิกทีมวิจัยมักจะไม่ต่อรองราคาผ้า ชุมชน คนในชุมชนมีความสัมพันธ์ต่อกันดีขึ้น ได้ฟื้นฟูและส่งเสริมคุณค่าของผู้สูงอายุ เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาในการสร้างหลักสูตรท้องถิ่น และสร้างคุณค่าความภูมิใจร่วมกันของชุมชนนาหมื่นศรี จากคำถามหลักของงานวิจัยที่ว่า “ จะการสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาลายผ้านาหมื่นศรีดั้งเดิมให้คงอยู่เป็นมรดกวัฒนธรรมของท้องถิ่นต่อไปได้อย่างไร “ ผลที่เกิดขึ้นจากการทำงานวิจัยโดยภาพรวม บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ และสามารถตอบคำถามหลักของการวิจัยได้ชัดเจน ทั้งการสร้างกระบวนการเรียนรู้ การถ่ายทอดองค์ความรู้มาประมวลเป็นระบบ และความคงอยู่ของมรดกลายผ้าที่จะสืบทอดต่อไปในผ้าทอรุ่นใหม่ และโครงการพิพิธภัณฑ์ผ้านาหมื่นศรีในอนาคต |
| บรรณานุกรม | : |
อารอบ เรืองสังข์ . (2547). แนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูภูมิปัญญาลายผ้านาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. อารอบ เรืองสังข์ . 2547. "แนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูภูมิปัญญาลายผ้านาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. อารอบ เรืองสังข์ . "แนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูภูมิปัญญาลายผ้านาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2547. Print. อารอบ เรืองสังข์ . แนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูภูมิปัญญาลายผ้านาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2547.
|
