| ชื่อเรื่อง | : | วิวัฒนาการกรุงรัตนโกสินทร์ : การศึกษาเพื่อเสนอแนะแนวทางการใช้ที่ดินในอนาคต : รายงานผลการวิจัย |
| นักวิจัย | : | ดุษฎี ทายตะคุ |
| คำค้น | : | การใช้ที่ดิน -- กรุงเทพฯ , กรุงเทพฯ -- ประวัติศาสตร์ , กรุงเทพฯ -- ภาวะเศรษฐกิจ , กรุงเทพฯ -- ภาวะสังคม , กรุงเทพฯ -- การเมืองและการปกครอง |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/8489 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิวัฒนาการกรุงรัตนโกสินทร์ภายใต้เศรษฐกิจในรูปแบบประเพณี -- วิวัฒนาการกรุงรัตนโกสินทร์ภายใต้เศรษฐกิจรูปแบบการค้าเสรี -- วิวัฒนาการกรุงรัตนโกสินทร์ในแนวนิยมความทันสมัยของวัฒนธรรมตะวันตก -- การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและแนวทางการใช้ที่ดิน บริเวณกรุงรัตนโกสินทร์ในอนาคต โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นในการศึกษาวิวัฒนาการกรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อทำความเข้าใจในพัฒนาการของลักษณะการตั้งถิ่นฐานชุมชนเมืองในพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ อันเป็นจุดกำเนิดของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากความสัมพันธ์ของปัจจัยต่างๆ นับตั้งแต่การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมือง เทคนิควิทยาการ และความคิด-ความเชื่อ ตามช่วงเวลาต่างๆ ที่มีการพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องนานกว่าสองร้อยปี จากผลความเข้าใจนี้จะนำไปสู่ข้อสรุปของภาพการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและแนวโน้ม เพื่อเสนอแนะแนวความคิดในอันที่จะเป็นแนวทางของการใช้ที่ดินกรุงรัตนโกสินทร์ในอนาคต ผลการศึกษาพบว่า บริเวณที่เป็นกรุงรัตนโกสินทร์นั้น ได้มีความเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญดังมีชื่อเรียก “ขนอนบางกอก” มาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา จวบจนกระทั่งได้มีการสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานี บริเวณกรุงรัตนโกสินทร์จึงเป็นศูนย์กลางของการปกครองประเทศซึ่งองค์พระมหากษัตริย์ได้ทรงสร้างพระราชวังต่างๆ ขึ้นเป็นที่ประทับและที่ว่าราชการแผ่นดิน การใช้ที่ดินในพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ช่วงต้น จึงเป็น วัง และชุมชนพักอาศัย โดยมีวัดและตลาดกระจายตัวอยู่ตามชุมชนเหล่านั้น จุดเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญยิ่งเกิดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระองค์ได้ทรงปฏิรูปการปกครอง การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ อันส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินเป็นอย่างมาก คือการ้ที่ดิน-วัง ลดปริมาณลง ขณะที่มีการใช้ที่ดินเพื่อเป็นสถานที่ราชการเกิดขึ้นมาก นอกจากนี้ได้มีการขยายตัวของการใช้ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรมในรูปของอาคารแถว 2 ชั้นขนานไปตามแนวถนนมากยิ่งขึ้น และมีความหนาแน่นแออัดมากขึ้นเมื่อมีการเชื่อมถนนสายหลักเข้าด้วยกันด้วยถนนสายรองในสมัยรัชกาลที่ 7 ตลอดจนเทคนิคการก่อสร้างอาคารได้สูงเกินกว่า 3 ชั้น ในสมัยรัชกาลปัจจุบันได้ทำให้บริเวณกรุงรัตนโกสินทร์หนาแน่นแออัดไปด้วยอาคารสถานที่ราชการ อาคารพาณิชย์ และอาคารที่จอดรถ การใช้ที่ดินเพื่อเป็นสถานที่ราชการ และเพื่อพาณิชยกรรมจะเด่นชัดมากขณะที่การพักอาศัยน้อยลง และมีแนวโน้มว่าปริมาณกิจกรรมข้าราชการ และการพักอาศัยของชาวเมืองในบริเวณนี้จะลดลง ขณะที่กิจกรรมในย่านพาณิชยกรรมศูนย์กลางต่างๆ ยังคงคึกคักอยู่ และกิจกรรมการพักอาศัยชั่วคราวสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นคึกคักมากขึ้น ข้อเสนอทางการใช้ที่ดินในกรุงรัตนโกสินทร์ได้มุ่งไปที่การสืบสานลักษณะการใช้ที่ดินแบบผสม (mixed use) เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูบูรณะเมืองเก่า-ที่ซึ่งคงเอกลักษณ์อันน่าภาคภูมิใจและที่ซึ่งมีวิถีชีวิตเมืองคึกคัก น่าอยู่ อย่างเหมาะสมกับกำลังของพื้นที่ที่จะรองรับได้ |
| บรรณานุกรม | : |
ดุษฎี ทายตะคุ . (2542). วิวัฒนาการกรุงรัตนโกสินทร์ : การศึกษาเพื่อเสนอแนะแนวทางการใช้ที่ดินในอนาคต : รายงานผลการวิจัย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ดุษฎี ทายตะคุ . 2542. "วิวัฒนาการกรุงรัตนโกสินทร์ : การศึกษาเพื่อเสนอแนะแนวทางการใช้ที่ดินในอนาคต : รายงานผลการวิจัย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ดุษฎี ทายตะคุ . "วิวัฒนาการกรุงรัตนโกสินทร์ : การศึกษาเพื่อเสนอแนะแนวทางการใช้ที่ดินในอนาคต : รายงานผลการวิจัย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print. ดุษฎี ทายตะคุ . วิวัฒนาการกรุงรัตนโกสินทร์ : การศึกษาเพื่อเสนอแนะแนวทางการใช้ที่ดินในอนาคต : รายงานผลการวิจัย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.
|
