| ชื่อเรื่อง | : | การกำจัดสีจากน้ำชะมูลฝอยโดยใช้ถ่านกัมมันต์จากเมล็ดมะขาม |
| นักวิจัย | : | จักริน นักไร่ |
| คำค้น | : | คาร์บอนกัมมันต์ , เมล็ดมะขาม , น้ำชะขยะ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ธเรศ ศรีสถิตย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | 9741420552 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/8482 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549 การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถในการดูดติดผิวสีน้ำชะมูลฝอยโดยใช้ถ่านกัมมันต์ที่ เตรียมจากเมล็ดมะขาม ที่ผ่านกระบวนการกระตุ้นทางเคมีโดยใช้สารซิงค์คลอไรด์ (ZnCI ) และทำการล้าง สารกระตุ้นด้วยกรดไฮโดรคลอริก (HCI) เข้มข้นร้อยละ 5 เปรียบเทียบกับถ่านกัมมันต์ที่จำหน่ายตาม ท้องตลาดทั่วไป (Filtrasorb 300) ในขั้นตอนการเตรียมถ่านกัมมันต์พบว่า อุณหภูมิในการเผากระตุ้นที่ เหมาะสม คือ 700 องศาเซลเซียส ที่อัตราส่วนโดยน้ำหนักของเมล็ดมะขามต่อซิงค์คลอไรด์ที่เหมาะสม เท่ากับ 1 :2 และล้างด้วยกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นร้อยละ 5 ซึ่งจะได้ถ่านกัมมันต์ที่มีค่าไอโอดีนนัมเบอร์ เท่ากับ 724 มิลลิกรัมต่อกรัม มีค่าพื้นที่ผิวเท่ากับ 522.81 ตารางเมตรต่อกรัม ส่วนถ่านกัมมันต์ Filtrasorb 300 มีค่าไอโอดีนนัมเบอร์เท่ากับ 982 มิลลิกรัมต่อกรัม มีค่าพื้นที่ผิวเท่ากับ 719.36 ตารางเมตรต่อกรัม จากนั้นได้ทำการทดลองแบบแบทซ์ เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการดูดผิวสีน้ำชะมูลฝอย โดยใช้ถ่านกัมมันต์ปริมาณ 0.5 กรัม สำหรับถ่านกัมมันต์เมล็ดมะขาม พบว่าที่พีเอช 8 และเวลาสัมผัส 90 นาที มีประสิทธิภาพการกำจัดสีน้ำชะมูลฝอยดีที่สุด เท่ากับร้อยละ 58.69 และ 61.78 ตามลำดับ จากการทดสอบ ไอโซเทอมการดูดติดผิว สามารถอธิบายได้ด้วยไอโซเทอมแบบฟรุนดลิช โดยมีค่าคงที่สัมพันธ์กับความ สามารถในการดูดติดผิว (K) เท่ากับ 1.65 แพลทตินัม-โคบอลต์ต่อกรัมถ่าน และ 1/n มีค่าเท่ากับ 0.7876 ส่วนถ่านกัมมันต์ Filtrasorb 300 พบว่าที่มพีเอช 8 และเวลาสัมผัส 120 นาที มีประสิทธิภาพการกำจัดสีน้ำ ชะมูลฝอยดีที่สุด เท่ากับร้อยละ 92.81 และ 92.08 ตามลำดับ จากการทดสอบไอโซเทอมการดูดติดผิว พบว่า มีค่า K เท่ากับ 2.05 แพลทตินัม-โคบอลต์ต่อกรัมถ่าน และ 1/n มีค่าเท่ากับ 0.9305 ผลของการฟื้นสภาพ ถ่านกัมมันต์เมล็ดมะขาม โดยการล้างถ่านกัมมันต์ด้วยกรดอะซิติก (CH [subscript3]COOH) เข้มข้นร้อยละ 5 พบว่ามีประสิทธิภาพในการฟื้นสภาพครั้งแรก เท่ากับร้อยละ 90.67 และครั้งที่สอง เท่ากับร้อยละ 82.02 และครั้งที่สามเท่ากับร้อยละ 74.69 ตามลำดับ ส่วนถ่านกัมมันต์ Filtrasorb 300 มีประสิทธิภาพในการฟื้น สภาพครั้งแรก เท่ากับร้อยละ 95.47 และครั้งที่สอง เท่ากับร้อยละ 89.32 และครั้งที่สาม เท่ากับร้อยละ 82.78 ตามลำดับ การทดลองแบบต่อเนื่องโดยใช้ถ่านกัมมันต์เมล็ดมะขามบรรจุในถังดูดติดผิวแบบแท่ง ทำการ ป้อนน้ำชะมูลฝอยแบบไหลลงอย่างต่อเนื่อง ที่อัตราภาระบรรทุกทางชลศาสตร์ 0.6 ม.[Superscript3] /ม.[superscript3]- ซม. และทำการเก็บตัวอย่างที่ชั้นความสูง 30, 60, 90 และ 120 เซนติเมตร สามารถบำบัด น้ำชะมูลฝอยได้ 4.85, 5.88, 6.63 และ 8.94 ลิตร ตามลำดับ ส่วนถ่านกัมมันต์ Filtrasorb 300 สามารถบำบัด น้ำชะมูลฝอยได้ 6.82, 8.84, 11.93 และ 11.94 ลิตร ตามลำดับ |
| บรรณานุกรม | : |
จักริน นักไร่ . (2549). การกำจัดสีจากน้ำชะมูลฝอยโดยใช้ถ่านกัมมันต์จากเมล็ดมะขาม.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จักริน นักไร่ . 2549. "การกำจัดสีจากน้ำชะมูลฝอยโดยใช้ถ่านกัมมันต์จากเมล็ดมะขาม".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จักริน นักไร่ . "การกำจัดสีจากน้ำชะมูลฝอยโดยใช้ถ่านกัมมันต์จากเมล็ดมะขาม."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print. จักริน นักไร่ . การกำจัดสีจากน้ำชะมูลฝอยโดยใช้ถ่านกัมมันต์จากเมล็ดมะขาม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
|
