| ชื่อเรื่อง | : | การจัดการการผลิตและการตลาดของสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปเกษตรของชุมชน ต.ป่าไหน่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ |
| นักวิจัย | : | ศิริลักษณ์ กมล |
| คำค้น | : | เชียงใหม่ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG44N0012 , http://research.trf.or.th/node/2402 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โครงการศึกษาการจัดการการผลิตและการตลาดของสินค้าเกษตร และสินค้าแปรรูปทางการเกษตรของชุมชนตำบลป่าไหน่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์ ( 1 ) ศึกษาศักยภาพ ข้อจำกัด เงื่อนไข ของระบบการจัดการการผลิตและการตลาดของสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปทางการเกษตร และ ( 2 ) เพื่อพัฒนาระบบการจัดการการผลิตและการตลาดของสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปทางการเกษตร โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ คือการจัดสนทนากลุ่มและการจัดเวทีชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านร่วมกันระดมความคิดเห็น ในการวิเคราะห์ปัญหา และวางแนวทางการแก้ไขปัญหา ตลอดจนร่วมกันกำหนดกิจกรรม / โครงการ ที่จะสนับสนุนให้ชุมชนสามารถแก้ไขปัญหาตามแนวทางดังกล่าวได้ ผลการศึกษาพบว่า ตำบลป่าไหน่ประกอบด้วยหมู่บ้านจำนวน 10 หมู่บ้าน ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบเชิงเขา มีแม่น้ำโก๋นไหลผ่าน ประชากรประมาณร้อยละ 90 ประกอบอาชีพการเกษตร พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว ถั่วเหลือง มันฝรั่ง โดยเฉพาะข้าวถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของตำบล โดยมีพื้นที่นาทั้งสิ้น 5,054 ไร่ ผลผลิตข้าวนาปี ประมาณ 3,000 ตัน และผลผลิตข้าวนาปรังประมาณ 650 ตัน ต้นทุนเฉลี่ย 3,000 – 3,500 บาทต่อไร่ โดยเป็นต้นทุนค่าปุ๋ยและสารเคมีประมาณ 300 – 400 บาทต่อไร่ การรวมกลุ่มด้านการเกษตร เช่น กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อชุมชน กลุ่มเกษตรกรทำนาป่าไหน่ และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ผลผลิตข้าวครึ่งหนึ่งบริโภคในชุมชน ผลผลิตที่เหลือจำหน่ายเป็นแหล่งรายได้หลักของครอบครัว ผลผลิตส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 95 จะมีพ่อค้าท้องถิ่นเป็นผู้รวบรวมตั้งแต่ข้าวเริ่มออกสู่ตลาด ในเดือนพฤศจิกายน ส่วนกิจกรรมของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรในการศึกษาครั้งนี้เน้นศึกษาการแปรรูปผลผลิตข้าวเป็นข้าวสารถุงและข้าวกล้อง ปัญหาการผลิตข้าวในตำบลป่าไหน่ คือการใช้สารเคมีอย่างไม่ถูกต้องและมากเกินความจำเป็น ราคาข้าวตกต่ำช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดในต้นฤดู ส่วนสินค้าแปรรูปทางการเกษตร เน้นศึกษาสินค้าแปรรูปข้าวนั้น ปัญหาที่พบคือ คุณภาพสินค้าไม่สม่ำเสมอ และไม่สามารถจำหน่ายได้ในปริมาณที่มากพอ นอกจากนี้ในตำบลป่าไหน่แม้จะมีองค์กรด้านการเกษตรที่ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องแต่ยังขาดการประสานงานความร่วมมือระหว่างองค์กรเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาของชุมชน จากการศึกษาชุมชนตำบลป่าไหน่แบบมีส่วนร่วม โดยการจัดสนทนากลุ่ม การจัดเวทีชุมชน นอกจากจะพบปัญหา ข้อจำกัดของชุมชนแล้ว ยังพบว่าชุมชนมีศักยภาพในการทำการเกษตรและกิจกรรมแปรรูปให้มีประสิทธิภาพกว่าปัจจุบัน ทั้งนี้เนื่องจากสภาพทางกายภาพและชีวภาพที่เอื้อต่อการทำการเกษตรแล้ว ผู้นำกลุ่ม / องค์กรเกษตรกรมีความกระตือรือร้น พร้อมที่จะพัฒนากลุ่ม การกระตุ้นให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแนวทางการพัฒนาชุมชน ทำให้เกิดกิจกรรม / โครงการ เพื่อแก้ปัญหาด้านการเกษตรในชุมชน คือการใช้สารสกัดชีวภาพในนาข้าว เพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยเกษตรกรมีการจัดตั้งกลุ่มเครือข่ายและเรียนรู้โดยผ่านกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร จำนวน 18 ราย ซึ่งสามารถลดต้นทุนการใช้สารเคมีได้ถึงไร่ละ 350 – 400 บาทนอกจากนี้ยังมีการขยายผลในการผลิตข้าวอินทรีย์ โดยมีเกษตรกรจำนวน 3 ราย ได้ผลิตข้าวอินทรีย์ในฤดูเพาะปลูก 2545 / 46 ในส่วนการตลาดของข้าว กลุ่มเกษตรกรทำนาป่าไหน่ ได้สมัครเป็นสมาชิกสมทบของสหกรณ์การเกษตรพร้าว จำกัด ปรับปรุงฉางข้าวของกลุ่ม และร่วมกำหนดแผนการรับจำนำ / รับซื้อข้าวจากสมาชิกเพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำในช่วงต้นฤดูนอกจากนี้กลุ่มยังได้รับการอบรมและทัศนศึกษาด้านการบริหารจัดการฉางข้าวจากกลุ่มเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จด้วย ในส่วนของสินค้าแปรรูปทางการเกษตร ( ข้าว ) จากการวิเคราะห์ต้นทุน ผลตอบแทนการแปรรูปข้าวชนิดต่างๆ พบว่าการแปรรูปขั้นต้นคือ ข้าวสารบรรจุถุง และข้าวกล้องให้ผลตอบแทนดีที่สุด ดังนั้นแนวทางพัฒนาคือการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ให้มีคุณภาพและปริมาณสม่ำเสมอ นอกจากนี้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรยังได้รับการอบรมทัศนศึกษาดูงานในเรื่องการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการกลุ่มให้มีประสิทธิภาพเพิ่มทุนหมุนเวียนเพื่อซื้อปัจจัยการผลิต โดยการระดมหุ้นจากบุคคลผู้สนใจ สร้างเครือข่ายด้านการตลาดโดยเริ่มจากกลุ่มแม่บ้านเกษตรในหมู่บ้านอื่น และขยายไปังนอกเขตอำเภอพร้าว โดยให้ผลตอบแทนการขายตามปริมาณการขาย ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณและช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้มากขึ้น การแก้ปัญหาของชุมชน โดยชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม และวางแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ทำให้ชุมชนตระหนักถึงการพึ่งพาตนเองมากยิ่งขึ้น ได้พบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น และคนในชุมชนร่วมรับผลประโยชน์จากการพัฒนาได้เต็มที่ |
| บรรณานุกรม | : |
ศิริลักษณ์ กมล . (2547). การจัดการการผลิตและการตลาดของสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปเกษตรของชุมชน ต.ป่าไหน่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ศิริลักษณ์ กมล . 2547. "การจัดการการผลิตและการตลาดของสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปเกษตรของชุมชน ต.ป่าไหน่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ศิริลักษณ์ กมล . "การจัดการการผลิตและการตลาดของสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปเกษตรของชุมชน ต.ป่าไหน่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2547. Print. ศิริลักษณ์ กมล . การจัดการการผลิตและการตลาดของสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปเกษตรของชุมชน ต.ป่าไหน่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2547.
|
