ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือขององค์กรในการช่วยเหลือเด็กเร่ร่อนและเด็กด้อยโอกาสของจังหวัดเชียงใหม่

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือขององค์กรในการช่วยเหลือเด็กเร่ร่อนและเด็กด้อยโอกาสของจังหวัดเชียงใหม่
นักวิจัย : อนุชน หวลทรง
คำค้น : เชียงใหม่
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG43N0035 , http://research.trf.or.th/node/2390
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัย “การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือขององค์กรในการช่วยเหลือเด็กเร่ร่อนและเด็กด้อยโอกาส ของจังหวัดเชียงใหม่” มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในการช่วยเหลือพัฒนาเด็กเร่ร่อนและเด็ก ด้อยโอกาสในกลุ่มองค์กรต่างๆ พัฒนาเทคนิคการจัดกิจกรรมด้านทักษะชีวิต สิทธิเด็ก และการมีส่วนร่วมกับ กลุ่มผู้เกี่ยวข้องในองค์กรต่างๆ ที่ให้การช่วยเหลือเด็กเร่ร่อนและเด็กด้อยโอกาสทั้งภาครัฐและองค์กรพัฒนา เอกชน นอกจากนี้ยังต้องการสร้างบทเรียนกาารพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้วยกระบวนการทักษะชีวิต สิทธิ เด็กและการมีส่วนร่วมขององค์กรที่ทำงานกับเด็กเร่ร่อน แนวคิดที่ใช้ในการวิจัย มีทั้งหมด 4 แนวคิดหลักๆ ได้แก่ แนวคิดเรื่องเครือข่าย แนวคิดเรื่องสิทธิเด็ก แนวคิดเรื่องทักษะชีวิต และแนวคิดเรื่องการมีส่วนร่วม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลจะได้จากเอกสารและกลุ่ม เป้าหมายโดยตรง โดยใช้วิธีการสนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม มี การจดบันทึกและจัดข้อมูลเป็นหมวดหมู่ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการเชิงคุณภาพ โดยแปรความหมายจาก ข้อมูลดิบ วิเคราะห์และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูล และสังเคราะห์ข้อมูล ข้อค้นพบจากการวิจัย 1) การเลือกองค์กรเข้าร่วมเครือข่ายจากองค์กรที่มีการประสานกันอยู่บ้างแล้ว และองค์กรที่ทำงานกับเด็กเร่ร่อนไม่ได้ประสานงานกัน 2) การประสานงานเครือข่ายใช้ทั้งแบบเป็นทางการและ ไม่เป็นทางการ แต่การประสานแบบไม่เป็นทางการเป็นสิ่งสำคัญที่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิก เครือข่าย 3) การจัดเวทีใช้วิธีการสนทนากลุ่มย่อยโดยให้เด็กเยาวชนได้เข้าร่วม ซึ่งพบว่าได้ช่วยเปิดทัศนคติของ ผู้เข้าร่วมได้ตระหนักต่อปัญหาเด็กเร่ร่อน และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงประสบการณ์การทำงานซึ่งกันและกัน 4) กิจกรรมที่เครือข่ายได้ทำร่วมกัน โดยภาพรวมมีความร่วมมือกันอย่างดีแต่ไม่สามารถคาดหวังให้ทุกองค์กรเข้า ร่วมในทุกกิจกรรม สิ่งที่ค้นพบประการสำคัญคือ การเข้าร่วมจัดกิจกรรมของเครือข่ายแต่ละครั้งจะก่อให้เกิด ความสัมพันธ์ที่ดีในระดับบุคคลขึ้น 5) การใช้กระบวนการพัฒนาทักษะชีวิต สิทธิเด็ก และการมีส่วนร่วมเป็น เครื่องมือขององค์กรในการพัฒนาเด็กนั้น เริ่มจากการอบรมทักษะชีวิตและสิทธิเด็กให้กับผู้บริหาร ผู้ประสานงาน และเจ้าหน้าที่องค์กร แล้วนำไปจัดกิจกรรมกับเด็กกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งพบว่าเกิดการขยายผลกับอีกหลายกลุ่มเป้า หมาย ผลที่เกิดขึ้นกับตัวเด็กพบว่ามีการกล้าแสดงออก รู้จักมองการณ์ไกล และรู้จักคิด วิเคราะห์ วางแผน และ สื่อสารกับเพื่อนอย่างเหมาะสม ผลการวิจัย พบว่า การพัฒนาเครือข่ายองค์กร มีเงื่อนไข 3 ประการที่ก่อให้เกิดเครือข่ายที่ยั่งยืน ได้แก่ 1)ความสัมพันธ์ที่ดีของสมาชิกเครือข่าย โดยเฉพาะความสัมพันธ์ส่วนบุคคล 2) ภาระงานที่ไม่มีที่สิ้นสุด ที่ เครือข่ายต้องประสานงานช่วยเหลือกันอย่างต่อเนื่อง 3) การได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิก เครือข่าย ก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ และการพัฒนาเทคนิคการจัดกิจกรรมทักษะชีวิตและสิทธิเด็ก จะเน้นที่ กระบวนการและเป้าหมายของการฝึกทักษะมากกว่าเนื้อหา เน้นการปฏิบัติจริง และต้องคำนึงถึงพฤติกรรมหรือ ปัญหาของกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก ซึ่งสามารถยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนกระบวนการให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย

บรรณานุกรม :
อนุชน หวลทรง . (2545). การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือขององค์กรในการช่วยเหลือเด็กเร่ร่อนและเด็กด้อยโอกาสของจังหวัดเชียงใหม่.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อนุชน หวลทรง . 2545. "การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือขององค์กรในการช่วยเหลือเด็กเร่ร่อนและเด็กด้อยโอกาสของจังหวัดเชียงใหม่".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อนุชน หวลทรง . "การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือขององค์กรในการช่วยเหลือเด็กเร่ร่อนและเด็กด้อยโอกาสของจังหวัดเชียงใหม่."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2545. Print.
อนุชน หวลทรง . การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือขององค์กรในการช่วยเหลือเด็กเร่ร่อนและเด็กด้อยโอกาสของจังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2545.