| ชื่อเรื่อง | : | พัฒนาการและนาฏยลักษณ์ของรำโทน จังหวัดนครราชสีมา |
| นักวิจัย | : | นวลรวี จันทร์ลุน |
| คำค้น | : | นครราชสีมา -- ความเป็นอยู่และประเพณี , การละเล่น -- ไทย -- นครราชสีมา , การรำ -- ไทย , รำโทน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สวภา เวชสุรักษ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะศิลปกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | 9741744285 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/7527 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548 ศึกษาความเป็นมาของรำโทนจังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 3 กลุ่มอำเภอ ได้แก่ รำโทนชุมชนทุ่งสว่าง-ศาลาลอย อำเภอเมือง รำโทนชุมชนบ้านแชะ อำเภอครบุรี และรำโทนชุมชนบ้านซาด อำเภอจักราช ในด้านพัฒนาการและนาฏยลักษณ์ของรำโทน โดยศึกษาจากเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏยศิลป์ วิทยากรและกลุ่มชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้แสดง นักดนตรีและผู้ที่เคยพบเห็นการละเล่นรำโทน ในด้านความเป็นมาผู้วิจัยพบว่า จากหลักฐานรำโทนน่าจะมีจุดกำเนิดตั้งแต่สมัยอยุธยา และแพร่ขยายไปจนเกือบทั่วทุกภาคของประเทศไทย และรำโทนจังหวัดนครราชสีมานั้นได้รับอิทธิพลมาจากภาคกลาง ในสมัยรัฐบาลจอมพล แปลก พิบูลสงคราม มีการพัฒนาปรับปรุงรำโทน เป็นการแสดงทางวัฒนธรรมเพื่อการสร้างชาติ รำโทนจึงถือเป็นต้นแบบของรำวงมาตรฐาน และรำวงประกอบบทกับรำวงอาชีพของท้องถิ่นในยุคต่อมา ผลการวิจัยพบว่า รำโทนจังหวัดนครราชสีมาทั้ง 3 กลุ่มอำเภอ มีรูปแบบแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ 1. รูปแบบการรำตีบทซึ่งผสมผสานระหว่างท่ารำดั้งเดิม และท่ารำทางนาฏยศิลป์ไทย 2. รูปแบบการรำตีบทซึ่งมีท่าทางเลียนแบบกิริยาอาการของมนุษย์และสัตว์ ขั้นตอนการแสดงแบ่งออกเป็น 4 ช่วง 1. การไหว้ครู 2. การแนะนำคณะรำโทน 3. การเชิญชวนด้วยการโค้งของฝ่ายชายและมีการทักทายด้วยการไหว้ 4. เริ่มกระบวนการแสดงรำโทน ลักษณะท่ารำมี 4 ลักษณะ คือ 1. ท่ารำดั้งเดิม 2. ท่ารำตีบท 3. ท่ารำที่นำมาจากรำวงมาตรฐาน 4. ท่ารำที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ ลักษณะเด่นของการรำ มีการเบี่ยงลำตัวเข้าหาคู่รำ การโยกลำตัว การรำถ่ายน้ำหนักไปด้านหน้าไม่ยึดศูนย์กลาง การย่ำเท้าตามจังหวะ โดยเน้นที่การเคลื่อนไหวของมือในการปฏิบัติท่ารำเป็นหลัก ลักษณะการเคลื่อนวง มีทั้งแบบตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกา ผู้แสดงใข้อารมณ์สนุกสนานแบบเดียวตลอดการแสดง บทร้องใช้เพลงเชิดหรือเพลงรำโทน มี 5 แบบ คือ 1. เพลงประจำท้องถิ่น 2. เพลงไหว้ครู 3. เพลงเชิญชวน 4. เพลงแก้และต่อว่าในเชิงเกี้ยวพาราสี 5. เพลงลา ส่วนทำนองเพลงได้พัฒนาจากจังหวะเดียวเป็น 5 จังหวะ โดยใช้จังหวะปานกลางและเร็วตามลำดับ เครื่องดนตรีและการแต่งกายเป็นแบบพื้นบ้าน แต่มีการเพิ่มวงมโหรีโคราชประกอบกับโทนของเดิม การละเล่นรำโทนจังหวัดนครราชสีมาเป็นการแสดงนาฏยศิลป์แบบราษฎร์ ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นมาเป็นเวลายาวนาน จวบจนปัจจุบัน นอกจากแสดงเพื่อความบันเทิงแล้ว ยังมีการพัฒนารูปแบบใหม่ให้แตกต่างจากเดิมเพื่อให้ทันสมัย โดยนำไปใช้แสดงในงานเทศกาลสำคัญของท้องถิ่นในประเทศไทย ดังนั้นรำโทนจึงเป็นศิลปะการแสดงที่มีคุณค่าในการรับใช้สังคม ทั้งในอดีต และปัจจุบัน ซึ่งสมควรอนุรักษ์ไว้ในสังคมต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
นวลรวี จันทร์ลุน . (2548). พัฒนาการและนาฏยลักษณ์ของรำโทน จังหวัดนครราชสีมา.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นวลรวี จันทร์ลุน . 2548. "พัฒนาการและนาฏยลักษณ์ของรำโทน จังหวัดนครราชสีมา".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นวลรวี จันทร์ลุน . "พัฒนาการและนาฏยลักษณ์ของรำโทน จังหวัดนครราชสีมา."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. Print. นวลรวี จันทร์ลุน . พัฒนาการและนาฏยลักษณ์ของรำโทน จังหวัดนครราชสีมา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.
|
