ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลกระทบของเงินทดแทนกรณีว่างงานที่มีต่อระยะเวลาการว่างงานของแรงงานในประเทศไทย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลกระทบของเงินทดแทนกรณีว่างงานที่มีต่อระยะเวลาการว่างงานของแรงงานในประเทศไทย
นักวิจัย : วัลลภัคร์ พลทรัพย์
คำค้น : Duration of Unemployment , Thai Unemployment Insurance Scheme
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG4980066 , http://research.trf.or.th/node/2207
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์หลักของการศึกษานี้แบ่งเป็นสองส่วนด้วยกันคือ (1) การศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อระยะเวลาการว่างงานของแรงงานผู้ประกันตน และ (2) ศึกษาถึงผลกระทบของประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานที่มีผลต่อระยะเวลาการว่างงาน โดยใช้ข้อมูลรายบุคคลของผู้ประกันตนกรณีว่างงานในด้าน ข้อมูลทางเศรษฐกิจและสังคม ข้อมูลของกิจกรรมในระหว่างงานว่างงาน ระยะเวลาการว่างงาน ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน และการได้งานทำ โดยทำการเก็บข้อมูลจากผู้ประกันตนที่ว่างงาน ระหว่างเดือนตุลาคม 2550 ถึง เดือน มกราคม 2551 โดยใช้แบบสอบถามจำนวน 4 ชุดเพื่อเก็บข้อมูลในแต่ละเดือน ส่วนในการศึกษาเรื่องปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความน่าจะเป็นในการได้งานทำ จะวิเคราะห์โดยแบบจำลองโลจิต ในขณะที่การศึกษาเรื่องระยะเวลาการว่างงาน รวมถึงอิทธิพลของประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานต่อระยะเวลาการว่างงาน จะวิเคราะห์โดยแบบจำลองโทบิต ผลการสำรวจพบว่าจำนวนผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างและได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานมีจำนวนน้อยกว่าผู้ประกันตนที่ลาออกด้วยความสมัครใจประมาณ 4 เท่า โดยระหว่างการว่างงานนั้น ผู้ประกันตนจะหางานประมาณ 1-3 ครั้งต่อเดือนโดยเฉลี่ย ประมาณร้อยละ 60 ของผู้ประกันตนที่ว่างงานจะรับจ้างทำงานหรือประกอบอาชีพอิสระเป็นการช่วงคราว เพื่อหารายได้เสริม เนื่องจากประโยชน์ทดแทนที่ได้รับในแต่ละเดือนไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่จำเป็นทั้งหมดในครัวเรือน เมื่อสิ้นสุดการสำรวจพบว่า กว่าร้อยฃะ 70 ของผู้ประกันตนสามารถได้งานใหม่ทำภายในระยะเวลา 90 วัน อย่างไรก็ตามประมาณร้อยละ 16 ของผู้ที่ได้งานทำนี้ ปรากฏว่าเป็นงานในลักษณะของการประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งหมายความว่าต่อจากนี้ไปแรงงานเหล่านี้จะอยู่นอกเหนือจากความคุ้มครองของกองทุนประกันสังคมกรณีว่างงาน นอกจากนี้แล้วผู้ที่ได้งานใหม่เป็นการประกอบอาชีพอิสระเกือบทั้งหมดยังคงขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานไปในขณะเดียวกันด้วย จึงเป็นที่น่าสังเกตุว่าในกรณีนี้ การจ่ายประโยชน์เป็นการจ่ายให้แก่ผู้ที่ไม่ได้ว่างงานจริงๆ แบบจำลองโลจิตและโทบิตแสดงให้เห็นว่า ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานทำให้ความน่าจะเป็นในการได้งานทำต่ำลง และทำให้ระยะเวลาในการว่างงานยาวนานขึ้น แต่อย่างไรก็ตามผลกระทบที่เกิดขึ้นยังจัดอยู่ในขนาดที่ต่ำ คือ หากผู้ประกันตนได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานมากขึ้นจำนวน 100 บาท จะทำให้ระยะเวลาการว่างงานเพิ่มขึ้นอีกสองวัน นอกจากนี้ผลการศึกษายังพบว่า ผู้ที่ลาออกจากงานด้วยความสมัครใจจะมีระยะเวลาการว่างงานที่ยาวนานกว่าผู้ที่ถูกเลิกจ้างประมาณ 32 วัน ปัจจัยอื่นๆที่มีผลต่อความน่าจะเป็นในการได้งานคือ เพศ ความพยายามในการหางานทำ และการทำงานรับจ้างชั่วคราวในระหว่างการว่างงาน ในขณะที่ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อระยะเวลาการว่างงานมีเพียง การทำงานรับจ้างชั่วคราวในระหว่างการว่างงาน ผลเชิงนโยบายที่ได้รับจากการศึกษาครั้งนี้ 5 ประการคือ (1) ควรมีการประชาสัมพันธ์ถึงสิทธิ และข้อบังคับต่างๆที่ผู้ประกันตนกรณีว่างงานพึงรู้ เพื่อที่จะทำให้ผู้ประกันตนมีความพร้อม และสามารถใช้สิทธิ์ของตนเองได้ (2) การกำหนดให้ผู้ประกันตนหางานทำในระหว่างงานว่างงานเป็นสิ่งดี เนื่องจากจะช่วยทำให้ผู้ประกันตนมีโอกาสได้งานทำมากขึ้น ดังนั้นแล้วรัฐควรช่วยส่งเสริมให้การเคลื่อนย้ายของข้อมูลข่าวสารในตลาดแรงงานมีการกระจายอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดต้นทุนในการหางานทำ เช่นการให้บริการหางานทางอินเตอร์เนตโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (3) ข้อบังคับในการมารายงานตัวของผู้ประกันตนกรณีว่างงานในแต่ละเดือนควรมีความหยืดหยุ่นมากกว่านี้ เช่น การให้ผู้ประกันตนโทรมาเลื่อนวันและสถานที่การนัดหมายได้ทางโทรศัพท์ (4) การเพิ่มจำนวนประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานแก่แรงงานที่ถูกเลิกจ้างในช่วงเศรษฐกิจถดถอยเป็นสิ่งที่ทำได้ เนื่องจากจะไม่ทำให้ระยะเวลาการว่างงานยาวนาวขึ้นจนเป็นปัญหามากนัก และ (5) สำนักงานประกันสังคมควรจัดทำฐานข้อมูลรายบุคคลของผู้ประกันตนกรณีว่างงานอย่างต่อเนื่อง และมีการเผยแพร่ (โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ และเลขบัตรประจำตัวประชาชน) เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและพัฒนางานวิจัยทางด้านนี้ต่อไป The primary objectives of this research are twofold: (1) to ascertain what factors influence an individual’s duration of unemployment and (2) to quantify the effect of unemployment insurance (UI) benefits on the duration of unemployment. These objectives are satisfied via a study of the individual-level characteristics of the insured unemployed, their behavior during unemployment, the duration of their unemployment, and their re-employment. Survey data was collected from insured unemployed individuals from October 2007 to January 2008 using 4 sets of questionnaires to gather information each month. Logit model is employed to analyze the probability that an insured individual will exit unemployment while the tobit model is utilized to study the effect of UI benefits on the duration of unemployment. The survey results show that the number of benefit recipients who are laid-off is 4 times smaller than those who resign from their previous employment. During unemployment, on average, individuals seek for one to three jobs each month. Approximately 60 per cent of the unemployed individuals work part time or become temporarily self-employed to support themselves because unemployment benefits received were not enough to pay for all essential household needs. At the end of the survey, more than 70 per cent of insured individuals are re-employed within the 90 day period. However, 16 per cent of those who find employment exit the unemployment insurance system and become fully self-employed. Almost all of the full time self-employed individuals were also UI benefit recipients. This suggests that UI benefits are being provided to individuals who are not necessarily unemployed. The logistic and tobit analyses present evidence that UI benefits reduce the probability of re-employment and prolong the duration of unemployment. However, the extent to which UI benefits affect unemployment is limited. Specifically, every 100 baht increase in UI benefits results in workers extending their unemployment for two more days. Conversely, those who quit their job spend a significantly longer period of unemployment (32 days) than those who are laid-off. While gender, job search effort, and the dummy variable for holding a part time job during unemployment contribute to the probability of re-employment, only the dummy variable for holding a part time job during unemployment has an effect on the duration of unemployment. Five policy recommendations to improve the UI scheme are (1) the rights and UI requirements should consistently be promoted to insured individuals so that they are able to confirm and maintain their eligibility for UI benefits, (2) the job search requirement is beneficial. Governmental agencies should find ways to increase information efficiency in the labor market to help the unemployed individuals improve their search for work such as free internet job search service or training, (3) the monthly check in appointment should be more flexible; for example, benefit recipients should be allowed to re-schedule the appointment by phone, (4) a temporarily increase in the amount of UI benefits for laid-off workers during recession is recommended. This would assist unemployed insured workers financially without harming the economy by creating prolonged periods of unemployment, and (5) the Social Security Office should compile and distribute a longitudinal database on benefit recipients for academic purposes to facilitate additional research on this topic.

บรรณานุกรม :
วัลลภัคร์ พลทรัพย์ . (2554). ผลกระทบของเงินทดแทนกรณีว่างงานที่มีต่อระยะเวลาการว่างงานของแรงงานในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วัลลภัคร์ พลทรัพย์ . 2554. "ผลกระทบของเงินทดแทนกรณีว่างงานที่มีต่อระยะเวลาการว่างงานของแรงงานในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วัลลภัคร์ พลทรัพย์ . "ผลกระทบของเงินทดแทนกรณีว่างงานที่มีต่อระยะเวลาการว่างงานของแรงงานในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
วัลลภัคร์ พลทรัพย์ . ผลกระทบของเงินทดแทนกรณีว่างงานที่มีต่อระยะเวลาการว่างงานของแรงงานในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.