| ชื่อเรื่อง | : | Resistant starch หรือสตาร์ชพลังงานต่ำจากแป้งมันสำปะหลังที่ผลิตโดยวิธีการใช้เอนไซม์ร่วมกับการอบแบบแห้งแบบพ่นฝอย |
| นักวิจัย | : | เนตรนภิส วัฒนสุชาติ |
| คำค้น | : | dryings , DSC , in vitro digestion , pullulanase , Resistant starch |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG4980051 , http://research.trf.or.th/node/2197 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ได้ศึกษาสภาวะการย่อยสตาร์ชมันสำปะหลังด้วยปฏิกิริยาเอนไซม์ pullulanase และทำแห้งด้วยวิธีการพ่นฝอย (spray drying) ที่มีผลต่อปริมาณ resistant starch (RS-III) อัตราการย่อยสตาร์ช (in vitro starch digestibility) การเปลี่ยนแปลงทางเคมีและกายภาพ รวมทั้งลักษณะโครงสร้างสตาร์ช โดยเปรียบเทียบกับการทำแห้งแบบแช่แข็ง (freeze drying) และ ลมร้อน (hot air drying) ทำการเตรียมส่วนผสมสตาร์ชเข้มข้น 10% ของน้ำหนักแห้ง ปรับความเป็นกรดให้ได้ 5.0 และ 5.5 แล้วทำให้สตาร์ชสุก (gelatinization) ด้วยความร้อนจากความดันไอน้ำ แล้วจึงเติมเอนไซม์ pullulanase เข้มข้น 3%, 5% และ 10% เพื่อย่อยแอมิโลเพกทินเป็นเวลา 8, 16 และ 24 ชม. ทำการคืนตัวสตาร์ช (retrogradation) ด้วยการแช่เย็นที่อุณหภูมิ 4°ซ ใช้เวลา 24 และ 48 ชม. และทำให้แห้งด้วยวิธีการต่างๆ ผลการศึกษาพบว่าเมื่อสตาร์ช มันสำปะหลังผ่านการย่อยด้วย 10 % pullulanase และปรับความเป็นกรดที่ pH 5 ย่อยนาน 8 ถึง 24 ชม. จะมีปริมาณ RS-III เกิดขึ้นสูงกว่า การ ใช้ pullulanase ความเข้มข้นต่ำกว่า และ pH 5.5 และพบว่าปริมาณ RS มีความสัมพันธ์กับน้ำตาลรีดิวซิงส์เพิ่มขึ้น และแอมิโลสลดลงจากค่าเริ่มต้น จากผลของวิธีการทำแห้งต่อปริมาณ RS-III พบว่า ระยะเวลาการย่อย 8 ชม. ร่วมกับวิธีลมร้อน ทำให้เกิด RS-III เท่ากับ 43.4 4.6 g/100g และเมื่อย่อยนาน 24 ชม. จะให้ค่าสูงสุด 50.9 2.9 g/100g สำหรับการทำให้เย็นนาน 24 ชม. และยังพบว่าวิธีการพ่นฝอย จะให้ค่า RS สูงเมื่อทำให้เย็นนาน 48 ชม. จากผลการตรวจสอบอัตราการย่อย RS-III ที่ผลิตได้ พบว่าการทำแห้งแบบลมร้อน มีผลให้อัตราการย่อยสตาร์ชต่ำกว่าตัวอย่างอื่นๆ และเมื่อใช้เวลาย่อยนาน 90 นาที พบว่า อัตราการย่อยลดลงจากสตาร์ชทางการค้า ร้อยละ 20 ถึง 30 และพบว่าความร้อนที่ใช้ในการสลายโครงสร้างผลึกมีค่าระหว่าง 167.6 0.7 ถึง 188.4 2.8 J/g ซึ่งต่ำกว่าค่า RS ทางการค้า เนื่องจากเป็นโครงสร้างที่เกิดจากการคืนตัวของ แอมิโลเพกทินสายสั้นๆ จะไม่แข็งแกร่งเท่ากับ RS-III ที่เกิดจากแอมิโลส เมื่อตรวจสอบโครงสร้างด้วย X-ray diffractograms พบว่า RS-III มี ลักษณะผลึกแบบ B โดยการเปลี่ยนผ่านด้วยลักษณะผลึกแบบ C ซึ่งบ่งชี้ถึงโครงสร้างผลึกที่แข็งแกร่งมากขึ้นโดยเฉพาะตัวอย่าง RS-III ที่ทำแห้งด้วยลมร้อน และ ภาพจาก SEM ก็ให้ผลที่สอดคล้องกัน ขณะที่การทำแห้งแบบพ่นฝอยทำให้เกิดโครงสร้างสตาร์ชขนาดเล็กกว่าแต่มีลักษณะการยึดเกาะตัวรวมกันของชื้นส่วนที่มีขนาดเสมอกัน |
| บรรณานุกรม | : |
เนตรนภิส วัฒนสุชาติ . (2551). Resistant starch หรือสตาร์ชพลังงานต่ำจากแป้งมันสำปะหลังที่ผลิตโดยวิธีการใช้เอนไซม์ร่วมกับการอบแบบแห้งแบบพ่นฝอย.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. เนตรนภิส วัฒนสุชาติ . 2551. "Resistant starch หรือสตาร์ชพลังงานต่ำจากแป้งมันสำปะหลังที่ผลิตโดยวิธีการใช้เอนไซม์ร่วมกับการอบแบบแห้งแบบพ่นฝอย".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. เนตรนภิส วัฒนสุชาติ . "Resistant starch หรือสตาร์ชพลังงานต่ำจากแป้งมันสำปะหลังที่ผลิตโดยวิธีการใช้เอนไซม์ร่วมกับการอบแบบแห้งแบบพ่นฝอย."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2551. Print. เนตรนภิส วัฒนสุชาติ . Resistant starch หรือสตาร์ชพลังงานต่ำจากแป้งมันสำปะหลังที่ผลิตโดยวิธีการใช้เอนไซม์ร่วมกับการอบแบบแห้งแบบพ่นฝอย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2551.
|
