| ชื่อเรื่อง | : | พัฒนาการของวรรณยุกต์ *B และ *C ในภาษาไทตะวันตกเฉียงใต้ |
| นักวิจัย | : | รุ่งวิมล ปินตาสะอาด |
| คำค้น | : | ภาษาไท (ไต) -- สัทศาสตร์ , ภาษาไท (ไต) -- วรรณยุกต์ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ธีระพันธ์ เหลืองทองคำ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | 9745311537 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/7184 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ม.) -- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547 วิเคราะห์และเปรียบเทียบรูปแบบการแยกและการรวมเสียงของวรรณยุกต์แถว B และC ในภาษาไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้กลุ่ม P และกลุ่ม PH และนำเกณฑ์พัฒนาการของวรรณยุกต์ *B และ *C มาแบ่งกลุ่มย่อยภาษาไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้ รวมทั้งประมวลและสังเคราะห์การสืบสร้างคำไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้ดั้งเดิมที่มีวรรณยุกต์ *B และ *C เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับการสะกดของคำไทยกรุงเทพ ที่มีเสียงวรรณยุกต์โทในพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน ภาษาไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้ที่นำใช้เป็นข้อมูลจำนวนทั้งสิ้น 15 ภาษา ประกอบด้วย ภาษากลุ่ม P จำนวน 8 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทดำ ภาษาไทขาว ภาษาไทเมืองเติ๊ก ภาษาไทแดง ภาษาไทลื้อ ภาษาไทยวน ภาษาไทพ่าเก และภาษาไทเหนือ ภาษากลุ่ม PH จำนวน 7 ภาษาได้แก่ ภาษาไทยกรุงเทพ ภาษาลาว ภาษาไทยถิ่นใต้ ภาษาตากใบ ภาษาผู้ไท ภาษาพวน และภาษาญ้อ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า รูปแบบพัฒนาการของเสียงวรรณยุกต์ *B และ *C ในภาษาไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้กลุ่ม P มีลักษณะเด่นคือ มีรูปแบบพัฒนาการวรรณยุกต์เพียงรูปแบบเดียว ได้แก่ *B > B123-4 และ *C > C123-4 ในขณะที่กลุ่ม PH มีรูปแบบที่หลากหลายและซับซ้อนมากกว่ากล่าวคือ พัฒนาการวรรณยุกต์ *B มีพัฒนาการถึง 3 รูปแบบ โดยรูปแบบที่พบมากที่สุดคือ *B > B123-4 เช่นเดียวกับพัฒนาการวรรณยุกต์ *C ที่มีพัฒนาการวรรณยุกต์ 3 รูปแบบ โดยรูปแบบที่พบมากที่สุดคือ *C > C123-4 ส่วนการวิเคราะห์พัฒนาการของวรรณยุกต์ *B ร่วมกับ *C พบพัฒนาการถึง 5 รูปแบบ โดยรูปแบบที่พบมากที่สุดคือ *B > B123-4 *C > C123-4 และ B4 ไม่รวมกับ C123 นอกจากนี้ยังพบว่า มีภาษา 3 ภาษาที่มีรูปแบบเฉพาะ เนื่องจากมีพัฒนาการไม่เหมือนภาษาอื่นในกลุ่ม ได้แก่ ภาษาลาวที่มีรูปแบบพัฒนาการ คือ *B > B1234 *C > C1-234 และ B4 ไม่รวมกับ C123 ภาษาญ้อที่มีรูปแบบพัฒนาการคือ *B > B123-4 *C > C1-234 B4 = C234 และ B123 = C1 และภาษาไทยถิ่นใต้ที่มีรูปแบบพัฒนาการคือ *B > B1-23-4 *C > C1-23-4 และ B4 ไม่รวมกับ C123 นอกจากนี้ภาษาไทยกรุงเทพซึ่งเป็นภาษากลุ่ม PH มีรูปแบบพัฒนาการ *B > B123-4 *C > C123-4 และ B4 = C123 ซึ่งเหมือนกับรูปแบบพัฒนาการวรรณยุกต์ของ ภาษาไทแดงซึ่งเป็นภาษากลุ่ม P เมื่อพิจารณาจากรูปแบบพัฒนาการวรรณยุกต์ *B และ*C ของภาษาไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้กลุ่ม P และกลุ่ม PH พบว่าเกณฑ์พัฒนาการวรรณยุกต์ *B และ*C ไม่สามารถนำมาแบ่งกลุ่มย่อยภาษาไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้กลุ่ม P ได้ แต่เมื่อใช้เกณฑ์พัฒนาการวรรณยุกต์ *B ร่วมกับ *C แบ่งกลุ่มย่อยภาษาไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้กลุ่ม PH จะแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มย่อยได้แก่ กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วย ภาษาไทยกรุงเทพ ภาษาผู้ไท ภาษาพวน ภาษาตากใบ กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วย ภาษาลาวและภาษาญ้อ และกลุ่มที่ 3 ประกอบด้วย ภาษาไทยถิ่นใต้ จากการนำคำภาษาไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้ดั้งเดิมที่มีวรรณยุกต์ *B (>B4) และ *C (>C1) มาเปรียบเทียบคำไทยกรุงเทพที่สะกดด้วยเสียงวรรณยุกต์โท โดยอาศัยความรู้ที่ได้จากการสืบสร้างภาษาไทยสาขาตะวันตกเฉียงใต้ดั้งเดิมที่มีวรรณยุกต์แถว B และ C พบว่ามีคำไทยกรุงเทพ จำนวน 28 คำ ที่มีตัวสะกดไม่กูกต้องและสอคคล้องกับพัฒนาการของเสียงวรรณยุกต์ |
| บรรณานุกรม | : |
รุ่งวิมล ปินตาสะอาด . (2547). พัฒนาการของวรรณยุกต์ *B และ *C ในภาษาไทตะวันตกเฉียงใต้.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รุ่งวิมล ปินตาสะอาด . 2547. "พัฒนาการของวรรณยุกต์ *B และ *C ในภาษาไทตะวันตกเฉียงใต้".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รุ่งวิมล ปินตาสะอาด . "พัฒนาการของวรรณยุกต์ *B และ *C ในภาษาไทตะวันตกเฉียงใต้."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547. Print. รุ่งวิมล ปินตาสะอาด . พัฒนาการของวรรณยุกต์ *B และ *C ในภาษาไทตะวันตกเฉียงใต้. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.
|
