| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านมารดา ระยะเวลาที่แยกจากบุตร การสนับสนุนของสามีและความรุนแรงของความเจ็บป่วยของบุตรในภาวะที่ทารกแรกเกิดหายใจลำบากกับสัมพันธภาพของมารดาต่อทารกแรกเกิด |
| นักวิจัย | : | นิษา วงษ์ชาญ |
| คำค้น | : | การสนับสนุนทางสังคม , มารดาและทารก , ทารกแรกเกิด , ระบบหายใจ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ชมพูนุช โสภาจารีย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | 9741728271 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/6573 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์(พย.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2545 การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านมารดา ได้แก่ อายุ และระดับการศึกษา ระยะเวลาที่แยกจากบุตร การสนับสนุนของสามี และความรุนแรงของความเจ็บป่วยของบุตรในภาวะที่ทารกแรกเกิดหายใจลำบากกับสัมพันธภาพของมารดาต่อทารกแรกเกิด และศึกษาความสามารถของปัจจัยคัดสรรในการร่วมกันพยากรณ์สัมพันธภาพของมารดาต่อทารกแรกเกิด กลุ่มตัวอย่างคือมารดาที่คลอดทารกที่มีภาวะหายใจลำบากทันทีแรกเกิด ได้จากการคัดเลือกแบบบังเอิญจำนวน 110 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบสอบถามปัจจัยด้านมารดา แบบบันทึกระยะเวลาที่แยกจากบุตร แบบสอบถามการสนับสนุนของสามี แบบสอบถามความรุนแรงของความเจ็บป่วยของบุตร และแบบสอบถามสัมพันธภาพของมารดาต่อทารกแรกเกิด แบบสอบถามทั้งหมดได้รับการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา วิเคราะห์ค่าความเที่ยงของแบบสอบถามการสนับสนุนของสามี แบบสอบถามความรุนแรงของความเจ็บป่วยของบุตร และแบบสอบถามสัมพันธภาพของมารดาต่อทารกแรกเกิด โดยใช้สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาธมีค่าเท่ากับ .83 .86 และ .79 ตามลำดับ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันและการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัจจัยด้านมารดาได้แก่ อายุและระดับการศึกษาไม่มีความสัมพันธ์กับสัมพันธภาพของมารดาทารก แรกเกิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ระยะเวลาที่แยกจากบุตรในภาวะที่ทารกแรกเกิดหายใจลำบากมีความสัมพันธ์ทางลบในระดับต่ำกับสัมพันธภาพของมารดาทารกแรกเกิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r = -.20 p < .05) การสนับสนุนของสามีและความรุนแรงของความเจ็บป่วยของบุตรในภาวะที่ทารกแรกเกิดหายใจลำบากมีความสัมพันธ์ในระดับปานกลางและระดับต่ำกับสัมพันธภาพของมารดาทารกแรกเกิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r = .40 p < .05 , r = .25 p < .05) 2. กลุ่มตัวแปรคัดสรรสามารถพยากรณ์สัมพันธภาพของมารดาต่อทารกแรกเกิดได้ร้อยละ 20 (R2 = .20 p < .05) โดยการสนับสนุนของสามีและระยะเวลาที่แยกจากบุตรในภาวะที่ทารกแรกเกิดหายใจลำบากสามารถพยากรณ์สัมพันธภาพของมารดาต่อทารกแรกเกิดได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Beta = .33 p < .05, Beta = -.20 p < .05) ผลการวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการสนับสนุนของสามีและระยะเวลาที่แยกจากบุตรในภาวะที่ทารก แรกเกิดหายใจลำบากมีความสำคัญกับสัมพันธภาพของมารดาต่อทารกแรกเกิด และผลการวิจัยนี้สามารถใช้เป็นแนวทางในการให้การพยาบาลส่งเสริมสัมพันธภาพของมารดาต่อทารกในหอผู้ป่วยกุมารเวชกรรมต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
นิษา วงษ์ชาญ . (2545). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านมารดา ระยะเวลาที่แยกจากบุตร การสนับสนุนของสามีและความรุนแรงของความเจ็บป่วยของบุตรในภาวะที่ทารกแรกเกิดหายใจลำบากกับสัมพันธภาพของมารดาต่อทารกแรกเกิด.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นิษา วงษ์ชาญ . 2545. "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านมารดา ระยะเวลาที่แยกจากบุตร การสนับสนุนของสามีและความรุนแรงของความเจ็บป่วยของบุตรในภาวะที่ทารกแรกเกิดหายใจลำบากกับสัมพันธภาพของมารดาต่อทารกแรกเกิด".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นิษา วงษ์ชาญ . "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านมารดา ระยะเวลาที่แยกจากบุตร การสนับสนุนของสามีและความรุนแรงของความเจ็บป่วยของบุตรในภาวะที่ทารกแรกเกิดหายใจลำบากกับสัมพันธภาพของมารดาต่อทารกแรกเกิด."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print. นิษา วงษ์ชาญ . ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านมารดา ระยะเวลาที่แยกจากบุตร การสนับสนุนของสามีและความรุนแรงของความเจ็บป่วยของบุตรในภาวะที่ทารกแรกเกิดหายใจลำบากกับสัมพันธภาพของมารดาต่อทารกแรกเกิด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.
|
